พระราชกฤษฎีกา
เปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงธนบุรี กับกำหนดเขตอำนาจ
และวันเปิดทำการของศาลแขวงบางบอน ในกรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๖๒
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๒
เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงธนบุรี
กับกำหนดเขตอำนาจและวันเปิดทำการของศาลแขวงบางบอน ในกรุงเทพมหานคร
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓ วรรคหนึ่งและวรรคสาม
แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า
พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงธนบุรี กับกำหนดเขตอำนาจและวันเปิดทำการของศาลแขวงบางบอน
ในกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๖๒
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้เปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงธนบุรี
โดยให้มีเขตอำนาจในเขตคลองสาน เขตจอมทอง เขตทุ่งครุ เขตธนบุรี เขตบางขุนเทียน
เขตภาษีเจริญ และเขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร
มาตรา ๔ ในกรุงเทพมหานครให้มีศาลแขวงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งศาล
คือ ศาลแขวงบางบอน
มีเขตอำนาจในเขตบางแค เขตบางบอน และเขตหนองแขม
มาตรา ๕ ให้เปิดทำการศาลแขวงบางบอนตั้งแต่วันที่ ๑
เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นต้นไป
มาตรา ๖ ในระหว่างที่ยังมิได้เปิดทำการศาลแขวงบางบอนตามมาตรา
๕ ให้ศาลแขวงธนบุรีมีเขตอำนาจตลอดถึงท้องที่เขตบางแคและเขตบางบอน
และให้ศาลจังหวัดตลิ่งชันมีเขตอำนาจตลอดถึงท้องที่เขตหนองแขมด้วย
มาตรา ๗
บรรดาคดีของท้องที่เขตบางแคและเขตบางบอน
ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของศาลแขวงบางบอนและค้างพิจารณาอยู่ในศาลแขวงธนบุรีในวันเปิดทำการศาลแขวงบางบอนตามมาตรา
๕ ให้คงพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลแขวงธนบุรี
บรรดาคดีของท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง
ซึ่งอยู่ระหว่างที่ศาลแขวงธนบุรีมีคำสั่งให้ผัดฟ้องหรือให้ขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวน
แล้วแต่กรณี ในวันเปิดทำการศาลแขวงบางบอน ให้ศาลแขวงธนบุรีมีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับการผัดฟ้องหรือขังระหว่างสอบสวนนั้นต่อไป
มาตรา ๘ บรรดาคดีของท้องที่เขตหนองแขม
ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของศาลแขวงบางบอนและค้างพิจารณาอยู่ในศาลจังหวัดตลิ่งชันในวันเปิดทำการศาลแขวงบางบอนตามมาตรา
๕ ให้คงพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลจังหวัดตลิ่งชัน
บรรดาคดีของท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง
ซึ่งอยู่ระหว่างที่ศาลจังหวัดตลิ่งชันมีคำสั่งให้ผัดฟ้องหรือให้ขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวน
แล้วแต่กรณี ในวันเปิดทำการศาลแขวงบางบอน
ให้ศาลจังหวัดตลิ่งชันมีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับการผัดฟ้องหรือขังระหว่างสอบสวนนั้นต่อไป
มาตรา ๙
ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันประชาชนในกรุงเทพมหานครมีจำนวนมาก
และมีคดีความเข้าสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงธนบุรีซึ่งเป็นศาลแขวงที่มีอยู่แล้วในกรุงเทพมหานครและศาลจังหวัดตลิ่งชันเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก
ประกอบกับการคมนาคมในกรุงเทพมหานครไม่คล่องตัว ทำให้ประชาชนผู้มีอรรถคดีและผู้เกี่ยวข้องไม่ได้รับความสะดวกและรวดเร็วในการเดินทางไปติดต่อกับศาลแขวงและศาลจังหวัดดังกล่าว
ดังนั้น
เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของศาลแขวงธนบุรีและศาลจังหวัดตลิ่งชัน และเพื่อเป็นการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนในท้องที่ให้สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวก
รวดเร็ว ประหยัด เสมอภาค และเป็นธรรม สมควรจัดตั้งศาลแขวงบางบอนเพิ่มขึ้นในกรุงเทพมหานครอีกหนึ่งศาล
โดยแบ่งเขตอำนาจบางส่วนของศาลแขวงธนบุรีและศาลจังหวัดตลิ่งชันไปเป็นเขตอำนาจของศาลแขวงที่จะจัดตั้งใหม่
และเปิดทำการได้ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ในการนี้ สมควรเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงธนบุรีให้สอดคล้องกัน
และโดยที่มาตรา ๓ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙
บัญญัติว่า ให้ตั้งศาลแขวงตามกฎหมายว่าด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรมขึ้นในทุกจังหวัด
ในจังหวัดหนึ่งจะมีศาลแขวงกี่ศาล และมีเขตอำนาจเพียงใด
และจะเปิดทำการได้เมื่อใด ให้ประกาศโดยพระราชกฤษฎีกา
และมาตรา ๓ วรรคสามบัญญัติว่า การเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวง
ให้ประกาศโดยพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ชญานิศ/จัดทำ
๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๒
[๑]ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๖/ตอนที่ ๔๐ ก/หน้า ๑/๓๑ มีนาคม ๒๕๖๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).