พระราชกฤษฎีกา
กำหนดเขตที่ดิน
ในท้องที่ตำบลลางา อำเภอมายอ และตำบลพิเทน
กิ่งอำเภอทุ่งยางแดง
อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี
ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน
พ.ศ.
๒๕๓๙
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้
ณ วันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๙
เป็นปีที่
๕๑ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดเขตที่ดิน
ในท้องที่ตำบลลางา อำเภอมายอ และตำบลพิเทน กิ่งอำเภอทุ่งยางแดง อำเภอมายอ
จังหวัดปัตตานี ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๘
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕)
พุทธศักราช ๒๕๓๘ และมาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในท้องที่ตำบลลางา
อำเภอมายอ และตำบลพิเทน กิ่งอำเภอทุ่งยางแดง อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี
ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ๒๕๓๙
มาตรา ๒[๑]
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ที่ดินในท้องที่ตำบลลางา อำเภอมายอ
และตำบลพิเทน กิ่งอำเภอทุ่งยางแดง อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
บรรหาร ศิลปอาชา
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน
ในท้องที่ตำบลลางา อำเภอมายอ และตำบลพิเทน กิ่งอำเภอทุ่งยางแดง อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี
ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ๒๕๓๙
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากในท้องที่ตำบลลางา
อำเภอมายอ และตำบลพิเทน กิ่งอำเภอทุ่งยางแดง อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี มีเกษตรกรผู้ไม่มีที่ดินประกอบเกษตรกรรมเป็นของตนเอง
หรือมีที่ดินเล็กน้อยไม่เพียงพอแก่การครองชีพ
หรือต้องเช่าที่ดินของผู้อื่นประกอบเกษตรกรรมอยู่เป็นจำนวนมาก
สมควรกำหนดเขตที่ดินที่ในท้องที่ดังกล่าวให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ศิรวัชร์/จัดทำ
๓
กรกฎาคม ๒๕๖๐
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๓/ตอนที่ ๒๙ ก/หน้า ๔/๑๙ กรกฎาคม ๒๕๓๙
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).