มาตรา ๕๔附則
มาตรา ๕๔ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๗ หรือมาตรา ๒๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๕๔ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๗ หรือมาตรา ๒๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๕๕ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๓๐ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการทำลายแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนหรือซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๕๖ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๙ หรือระเบียบที่อธิบดีกำหนดตามมาตรา ๒๓ หรือมาตรา ๓๖ วรรคสาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๕๗ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๕ หรือมาตรา ๓๒ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท
มาตรา ๕๘ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๖ วรรคสอง (๑) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๕๙ ผู้ใดส่งหรือนำซากดึกดำบรรพ์ที่ไม่ได้แจ้งการค้นพบตามมาตรา ๒๕ หรือแจ้งการครอบครองตามมาตรา ๖๓ ออกนอกราชอาณาจักร อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๓๕ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ การกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง หากตรวจสอบแล้วว่าซากดึกดำบรรพ์ดังกล่าวเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่สมควรต้องขึ้นทะเบียน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินเจ็ดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ การกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง หากตรวจสอบแล้วว่าซากดึกดำบรรพ์ดังกล่าวเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่สมควรต้องขึ้นทะเบียน ซึ่งเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่หายากและมีคุณค่าเป็นพิเศษสมควรเก็บรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองเท่าถึงสี่เท่าของมูลค่าซากดึกดำบรรพ์ในวันที่กระทำความผิด หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๖๐ ผู้ใดส่งหรือนำซากดึกดำบรรพ์ที่ไม่ต้องขึ้นทะเบียน ออกนอกราชอาณาจักรอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๓๕ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท
มาตรา ๖๑ ผู้ใดส่งหรือนำซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว ออกนอกราชอาณาจักรอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๓๕ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินเจ็ดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทำต่อซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้วซึ่งเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่หายากและมีคุณค่าเป็นพิเศษ สมควรเก็บรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติที่อธิบดีประกาศกำหนดตามมาตรา ๒๖ วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับ ตั้งแต่สองเท่าถึงสี่เท่าของมูลค่าซากดึกดำบรรพ์ดังกล่าวตามที่คณะกรรมการกำหนด หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๖๒[๒] ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นนิติบุคคลและถูกลงโทษ ถ้าการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของกรรมการ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น หรือในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระทำการและละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นกระทำความผิด ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย บทเฉพาะกาล
มาตรา ๖๓ ผู้ใดเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองซากดึกดำบรรพ์อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้มีหนังสือหรือแจ้งด้วยวาจาให้อธิบดีหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เจ้าของหรือผู้ครอบครองซากดึกดำบรรพ์ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
มาตรา ๖๔ ให้ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ ศูนย์วิจัยทรัพยากรแร่และหิน พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติธรณีวิทยาเฉลิมพระเกียรติ พิพิธภัณฑ์สิรินธร และพิพิธภัณฑ์แร่ - หิน ที่อยู่ในความดูแลของกรมทรัพยากรธรณีอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเป็นพิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพ์ธรณีวิทยาและธรรมชาติวิทยาตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี อัตราค่าธรรมเนียม (๑) ใบอนุญาตให้ขุดค้น เคลื่อนย้าย นำเอาไป ฉบับละ ๑,๕๐๐ บาท ทำให้เสียหาย หรือทำลายซึ่งแหล่งซากดึกดำบรรพ์ หรือซากดึกดำบรรพ์ในเขตสำรวจและศึกษาวิจัย ตามมาตรา ๑๗ (๒) ใบอนุญาตให้เข้าไปดำเนินการในแหล่งซากดึกดำบรรพ์ ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท ที่ขึ้นทะเบียนอยู่ในที่ดินของรัฐ ตามมาตรา ๒๔ (๓) ใบอนุญาตให้ทำการค้าซากดึกดำบรรพ์ ฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท ตามมาตรา ๒๘ (๔) ใบอนุญาตให้ส่งหรือนำซากดึกดำบรรพ์ หรือซากดึกดำบรรพ์ ที่ได้ถูกแปรสภาพหรือเปลี่ยนแปลงเป็นรูปลักษณะอื่น ออกนอกราชอาณาจักร ตามมาตรา ๓๕ (ก) ซากดึกดำบรรพ์ที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว ชิ้นละ ๑๐,๐๐๐ บาท (ข) ซากดึกดำบรรพ์ที่ไม่ต้องขึ้นทะเบียน ชิ้นละ ๒,๐๐๐ บาท (๕) ใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ ๑๐๐ บาท (๖) การต่ออายุใบอนุญาตครั้งละเท่ากับค่าธรรมเนียมใบอนุญาตนั้น หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่มีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ที่สำคัญในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น สมควรอนุรักษ์ไว้เพื่อการศึกษาวิจัยในการสืบค้นความเป็นมาของประวัติของโลก อีกทั้งยังเป็นมรดกทางธรรมชาติของแผ่นดิน และมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ แต่โดยที่ในปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายเพื่อคุ้มครอง อนุรักษ์ และการบริหารจัดการซากดึกดำบรรพ์ไว้เป็นการเฉพาะ เป็นเหตุให้มีการลักลอบขุดค้นซากดึกดำบรรพ์ หรือขุดค้นโดยไม่ถูกหลักวิชาการทำให้ซากดึกดำบรรพ์เหล่านั้นถูกทำลาย หรือนำไปเพื่อประโยชน์ทางการค้า ทำให้สูญเสียมรดกของแผ่นดินที่มีคุณค่ายิ่งเป็นจำนวนมาก สมควรกำหนดให้มีกฎหมายเพื่อให้การคุ้มครอง อนุรักษ์ และบริหารจัดการซากดึกดำบรรพ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับความรับผิดในทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๐[๓]
本頁條文逐字來自該國官方公開資料,出處見署名列。
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).