กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้คนพิการมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก
สื่อ บริการ
และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๕[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐ วรรคสาม
และมาตรา ๗๔ แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
คนพิการ หมายความว่า คนพิการที่ได้จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการหรือบุคคลที่สถานศึกษารับรองว่าเป็นคนพิการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด
ผู้ปกครอง หมายความว่า บิดาหรือมารดา
ซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองหรือผู้ปกครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
และหมายความรวมถึงบุคคลที่คนพิการอยู่ด้วยเป็นประจำ
จัดซื้อ หมายความว่า จัดซื้อสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ
และบริการทางการศึกษาตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้ตามที่คณะกรรมการอนุมัติ
สถานศึกษา หมายความว่า สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน ศูนย์การเรียน วิทยาลัย สถาบัน
มหาวิทยาลัย
หน่วยงานการศึกษาหรือหน่วยงานอื่นของรัฐหรือของเอกชนที่มีอำนาจหน้าที่หรือวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษาที่คนพิการสมัครเข้าศึกษาและได้ลงทะเบียนแล้ว
แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล หมายความว่า
แผนซึ่งกำหนดแนวทางการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นพิเศษของคนพิการ
ตลอดจนกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ
และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาเฉพาะบุคคล
คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณาให้คนพิการได้รับสิทธิช่วยเหลือทางการศึกษา
กรรมการ หมายความว่า กรรมการพิจารณาให้คนพิการได้รับสิทธิช่วยเหลือทางการศึกษา
ข้อ ๒ คนพิการที่ประสงค์จะขอรับเงินอุดหนุน
ขอยืมเงินเพื่อจัดซื้อ ขอยืมและขอรับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ
และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา จะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย
(๒) มีความต้องการจำเป็นพิเศษทางการศึกษา
ตามที่กำหนดไว้ในแผนการ
จัดการศึกษาเฉพาะบุคคล
(๓) ลงทะเบียนและเข้าศึกษาในสถานศึกษา
ข้อ ๓ ให้คนพิการที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๒
มีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้
ดังต่อไปนี้
(๑) ขอยืมสิ่งอำนวยความสะดวก และสื่อทางการศึกษา
ให้เป็นไปตามรายการในบัญชี ก.
(๒) ขอยืมเงินเพื่อจัดซื้อสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ
และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา ให้เป็นไปตามรายการในบัญชี ก. และบัญชี ค.
(๓) ขอรับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ
และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาให้เป็นไปตามรายการในบัญชี ข. และบัญชี ค.
หมวด
๑
คณะกรรมการพิจารณาให้คนพิการได้รับสิทธิช่วยเหลือทางการศึกษา
ข้อ ๔ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการพิจารณาให้คนพิการได้รับสิทธิช่วยเหลือทางการศึกษา ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานกรรมการ
อธิบดีกรมการศึกษานอกโรงเรียน อธิบดีกรมอาชีวศึกษา
เลขาธิการคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน
เลขาธิการสำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ ผู้แทนทบวงมหาวิทยาลัย
ผู้แทนกรมการแพทย์ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง ผู้แทนสำนักงบประมาณ
ผู้แทนสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยจำนวนสามคน เป็นกรรมการ
ให้อธิบดีกรมสามัญศึกษา เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ผู้อำนวยการกองการศึกษาเพื่อคนพิการ
เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
ข้อ ๕ ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ต่อไปนี้
(๑) รวบรวม ศึกษา
วิเคราะห์และประเมินความต้องการสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ
และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาของคนพิการ และเสนอแนะต่อรัฐมนตรีเพื่อจัดสรรงบประมาณสนับสนุน
(๒) พิจารณาปรับปรุงรายการสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ
และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาที่คนพิการหรือผู้ปกครองยื่นคำขอ
(๓)
กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดสรรเงินอุดหนุนแก่คนพิการ
(๔) อนุมัติหรือยกเลิกการอนุมัติเงินอุดหนุนสำหรับคนพิการ
(๕)
อนุมัติหรือยกเลิกการอนุมัติเงินยืมสำหรับคนพิการเพื่อให้นำไปจัดซื้อไม่เกินวงเงินที่ได้รับการจัดสรรให้ยืม
(๖)
กำหนดหลักเกณฑ์การอนุมัติตัดหนี้สูญโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
(๗) เห็นชอบหนี้สูญเพื่อเสนอกระทรวงการคลังพิจารณา
(๘) กำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินการตามกฎกระทรวงนี้
(๙) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย
ข้อ ๖
การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม
ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่ง เป็นประธานในที่ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก
กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน
ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ข้อ ๗
ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่ง
ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
ให้นำความในข้อ ๖
มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่ง โดยอนุโลม
หมวด
๒
การขอยืมสิ่งอำนวยความสะดวก
และสื่อทางการศึกษา
ข้อ ๘ การขอยืมสิ่งอำนวยความสะดวก
และสื่อทางการศึกษา
ให้คนพิการหรือผู้ปกครองยื่นคำขอตามแบบที่คณะกรรมการกำหนดต่อหัวหน้าสถานศึกษาที่เข้าศึกษาพร้อมกับแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลซึ่งจัดทำโดยสถานศึกษาที่รับคนพิการเข้าศึกษาและรายการสิ่งอำนวยความสะดวก
และสื่อทางการศึกษา ที่ประสงค์จะขอยืมตามรายการในบัญชี ก.
ข้อ ๙
เมื่อหัวหน้าสถานศึกษาได้รับคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามข้อ ๘
แล้วให้ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องและส่งคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานที่ผ่านการตรวจสอบแล้วไปยังศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดหรือศูนย์การศึกษาพิเศษส่วนกลาง
แล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณาอนุมัติ
ข้อ ๑๐
เมื่อคนพิการหรือผู้ปกครองได้รับแจ้งการอนุมัติแล้ว
ให้คนพิการหรือผู้ปกครองทำสัญญายืม และสัญญาค้ำประกัน
สัญญายืม สัญญาค้ำประกันและการคืนสิ่งของที่ยืมตามข้อ ๘
ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
หมวด
๓
การขอรับเงินอุดหนุน
ขอยืมเงินเพื่อจัดซื้อ และขอรับสิ่งอำนวยความสะดวก
สื่อ บริการ
และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา
ข้อ ๑๑
ให้คนพิการหรือผู้ปกครองที่ประสงค์จะใช้สิทธิขอรับเงินอุดหนุนขอยืมเงินเพื่อจัดซื้อและขอรับสิ่งอำนวยความสะดวก
สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา ยื่นคำขอภายในวันที่ ๑๐
มิถุนายนของทุกปี ต่อสถานศึกษาที่เข้าศึกษา
ตามแบบที่คณะกรรมการกำหนดพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน ดังต่อไปนี้
(๑)
แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลซึ่งจัดทำโดยสถานศึกษาที่รับคนพิการเข้าศึกษา
(๒) จำนวนเงินอุดหนุนที่ประสงค์จะขอรับ
หรือจำนวนเงินที่ขอยืมเพื่อจัดซื้อ
(๓) รายการสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ
หรือความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาที่ประสงค์จะขอยืมเงินเพื่อจัดซื้อตามบัญชี ก.
และบัญชี ค.
(๔) รายการสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ
หรือความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาที่ประสงค์จะขอรับตามบัญชี ข. และบัญชี ค.
ข้อ ๑๒
เมื่อหัวหน้าสถานศึกษาได้รับคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามข้อ ๑๑ แล้ว
ให้ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องและส่งคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานที่ผ่านการตรวจสอบแล้วไปยังศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดหรือศูนย์การศึกษาพิเศษส่วนกลาง
แล้วแต่กรณี ภายในวันที่ ๒๐ มิถุนายนของทุกปี
ให้ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดหรือศูนย์การศึกษาพิเศษส่วนกลาง
แล้วแต่กรณี ส่งคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานที่ครบถ้วนถูกต้อง
ไปยังคณะกรรมการภายในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ของทุกปี
ข้อ ๑๓
เมื่อคณะกรรมการได้รับคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามข้อ ๑๒ แล้ว
ให้คณะกรรมการพิจารณาคำขอพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานดังกล่าวโดยเร็ว
และให้กรมสามัญศึกษาแจ้งผลการพิจารณาไปยังศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดหรือศูนย์การศึกษาพิเศษส่วนกลาง
แล้วแต่กรณี
และให้ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดหรือศูนย์การศึกษาพิเศษส่วนกลางแจ้งไปยังสถานศึกษา
เพื่อดำเนินการแจ้งให้คนพิการหรือผู้ปกครองทราบโดยเร็ว
ข้อ ๑๔
เมื่อคนพิการหรือผู้ปกครองได้รับแจ้งการอนุมัติเงินยืมจากสถานศึกษาแล้วให้คนพิการหรือผู้ปกครองทำสัญญายืมเงิน
และสัญญาค้ำประกัน
สัญญายืมเงิน
สัญญาค้ำประกันและการใช้คืนเงินยืมให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
ข้อ ๑๕ ให้คนพิการหรือผู้ปกครองจัดซื้อสิ่งอำนวยความสะดวก
สื่อ
และบริการทางการศึกษาตามที่คณะกรรมการอนุมัติภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระเบียบ
เมื่อได้จ่ายเพื่อจัดซื้อแล้ว
ให้คนพิการหรือผู้ปกครองส่งใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการจ่ายเงินให้หัวหน้าสถานศึกษาภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่จ่ายเงิน
ในกรณีที่คนพิการหรือผู้ปกครองจัดซื้อเป็นรายการที่สุดแล้ว
ยังคงมีเงินยืมเหลืออยู่แต่ไม่เพียงพอที่จะจัดซื้อรายการอื่นได้
ให้คนพิการหรือผู้ปกครองออกเงินสมทบจนครบที่จะจัดซื้อได้
หากไม่ออกเงินสมทบให้คืนเงินตามจำนวนที่เหลืออยู่นั้นแก่หัวหน้าสถานศึกษา
ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่จัดซื้อเป็นรายการที่สุด
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕
สุวิทย์ คุณกิตติ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
[เอกสารแนบท้าย]
๑. บัญชี ก.
๒. บัญชี ข.
๓. บัญชี ค.
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๐ วรรคสาม
แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒
กำหนดให้คนพิการมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ
และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ดลธี/ผู้จัดทำ
๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
พัชรินทร์/ตรวจ
๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
วิมล/ปรับปรุง
๒ พฤษภาคม ๒๕๕๙
ภัทรวีร์/ปรับปรุง
๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๐
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๘๕ ก/หน้า ๓/๒ กันยายน ๒๕๔๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).