ข้อ ๕ ภายใต้บังคับข้อ
๓ ภายในพื้นที่ดังต่อไปนี้
(๑) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลพิกุลออก อำเภอบ้านนา
(๒) ในท้องที่ตำบลเขาเพิ่ม อำเภอบ้านนา
(๓) ในท้องที่ตำบลทองหลาง อำเภอบ้านนา
(๔) ในท้องที่ตำบลบางอ้อ อำเภอบ้านนา
(๕) ในท้องที่ตำบลบ้านนา อำเภอบ้านนา
(๖) ในท้องที่ตำบลบ้านพร้าว อำเภอบ้านนา
(๗) ในท้องที่ตำบลป่าขะ อำเภอบ้านนา
(๘) ในท้องที่ตำบลศรีกะอาง อำเภอบ้านนา
(๙) ในท้องที่ตำบลอาษา อำเภอบ้านนา
(๑๐) ในท้องที่ตำบลเกาะโพธิ์ อำเภอปากพลี
(๑๑) ในท้องที่ตำบลเกาะหวาย อำเภอปากพลี
(๑๒) ในท้องที่ตำบลโคกกรวด อำเภอปากพลี
(๑๓) ในท้องที่ตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี
(๑๔) ในท้องที่ตำบลนาหินลาด อำเภอปากพลี
(๑๕) ในท้องที่ตำบลปากพลี อำเภอปากพลี
(๑๖) ในท้องที่ตำบลหนองแสง อำเภอปากพลี
(๑๗) ในท้องที่ตำบลเขาพระ อำเภอเมืองนครนายก
(๑๘) ในท้องที่ตำบลดงละคร อำเภอเมืองนครนายก
(๑๙) ในท้องที่ตำบลดอนยอ อำเภอเมืองนครนายก
(๒๐) บางส่วนในท้องที่ตำบลท่าช้าง อำเภอเมืองนครนายก
(๒๑) ในท้องที่ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองนครนายก
(๒๒) บางส่วนในท้องที่ตำบลพรหมณี อำเภอเมืองนครนายก
(๒๓) บางส่วนในท้องที่ตำบลวังกระโจม อำเภอเมืองนครนายก
(๒๔) ในท้องที่ตำบลศรีจุฬา อำเภอเมืองนครนายก
(๒๕) ในท้องที่ตำบลศรีนาวา อำเภอเมืองนครนายก
(๒๖) ในท้องที่ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก
(๒๗) ในท้องที่ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก
(๒๘) ในท้องที่ตำบลคลองใหญ่ อำเภอองครักษ์
(๒๙) ในท้องที่ตำบลชุมพล อำเภอองครักษ์
(๓๐) ในท้องที่ตำบลทรายมูล อำเภอองครักษ์
(๓๑) ในท้องที่ตำบลบางปลากด อำเภอองครักษ์
(๓๒) ในท้องที่ตำบลบางลูกเสือ อำเภอองครักษ์
(๓๓) ในท้องที่ตำบลบางสมบูรณ์ อำเภอองครักษ์
(๓๔) ในท้องที่ตำบลบึงศาล อำเภอองครักษ์
(๓๕) ในท้องที่ตำบลพระอาจารย์ อำเภอองครักษ์
(๓๖) ในท้องที่ตำบลโพธิ์แทน อำเภอองครักษ์
(๓๗) ในท้องที่ตำบลศรีษะกระบือ อำเภอองครักษ์
(๓๘) ในท้องที่ตำบลองครักษ์ อำเภอองครักษ์
ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งดังต่อไปนี้
(ก)
อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่
๓๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร
เว้นแต่จะเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดในข้อ ๔ ๑) ถึง ๙)
(ข)
อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังเกิน
๑,๐๐๐ ตารางเมตร เว้นแต่จะเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด ดังต่อไปนี้
๑)
ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดทางหลวงแผ่นดินหรือถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า
๔๐ เมตร
๒)
แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่
๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร และมีทางคู่ขนานกับถนนสาธารณะเชื่อมต่อกับทางเข้าออกของรถยนต์
๓)
มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละแปดสิบของพื้นที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร
และมีที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน หรือบริเวณปลูกต้นไม้
หรือการนันทนาการไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของที่ว่างดังกล่าว
๔)
มีอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นของอาคารทุกหลังต่อพื้นที่ที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน
๐.๘ ต่อ ๑
๕)
มีที่ว่างด้านหน้าของอาคารห่างจากริมเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๗๕ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร
๖)
มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคารห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า
๒๐ เมตร
โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร
๗) อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร
ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ
ศาสนสถาน โบราณสถาน และสถานศึกษาไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร
โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว
๘) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร
สำหรับ ๑,๐๐๐ ตารางเมตรแรก ส่วนที่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร ให้มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๔๐
ตารางเมตร เศษของ ๔๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๔๐ ตารางเมตร
๙)
ที่พักมูลฝอยต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐
เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔
เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร
ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร
และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก
ทั้งนี้ การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินถึงพื้นดาดฟ้า
สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด