ประกาศของคณะปฏิวัติ
ประกาศของคณะปฏิวัติ
ฉบับที่ ๒๐๕
โดยที่ปรากฏว่า ขณะนี้ได้มีการฉายภาพยนตร์ที่บางเรื่องการแสดงเป็นการ
ชักชวนหรือส่งเสริมให้มีการละเมิดศีลธรรมและบางเรื่องก็เป็นการจูงใจหรือแนะวิธีการกระทำ
ผิดอาญาแสดงให้เห็นว่าการควบคุมการทำและการฉายภาพยนตร์
ตามพระราชบัญญัติ
ภาพยนตร์ พระพุทธศักราช ๒๔๗๓ ในบัดนี้ไม่ได้ผลเท่าที่ควร
เป็นการจำเป็นต้องให้กรม
ตำรวจเข้ารับผิดชอบดำเนินการจนกว่าจะได้มีการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยภาพยนตร์ หัวหน้า
คณะปฏิวัติจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้นายตรวจ
เจ้าพนักงานผู้พิจารณา และสภาพิจารณาภาพยนตร์ ตาม
พระราชบัญญัติภาพยนตร์ พระพุทธศักราช ๒๔๗๓
ซึ่งดำรงตำแหน่งหรือมีอยู่ในวันประกาศ
ของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับพ้นจากตำแหน่ง
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖
แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์
พุทธศักราช ๒๔๗๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๖ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
อธิบดีกรมตำรวจ
มีอำนาจตั้งนายตรวจ เจ้าพนักงานผู้พิจารณา
และสภาพิจารณาภาพยนตร์
สภาพิจารณาภาพยนตร์นั้น ให้มีเจ้าพนักงานกรมตำรวจและบุคคลอื่นใด
ซึ่งอธิบดีกรมตำรวจเห็นสมควรและแต่งตั้งเป็นกรรมการ
องค์ประชุมของสภาพิจารณาภาพยนตร์ ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกรมตำรวจ
จะกำหนด
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘
และมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติ
ภาพยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๘
ให้เจ้าพนักงานผู้พิจารณา พิจารณาภาพยนตร์และประกาศซึ่ง
กล่าวในมาตรา ๕ และ ๗ ตามลำดับวันที่ขอมาและต้องให้คำวินิจฉัยภายในกำหนดสามวัน
นับแต่วันที่ได้รับคำขอ
ถ้ามีพฤติการณ์พิเศษ เจ้าพนักงานผู้พิจารณาจะพิจารณาและให้คำวินิจฉัย
ภายในสามวันที่กล่าวแล้วไม่ได้
ให้มีอำนาจยืดเวลาออกไปอีกได้ไม่เกินสิบห้าวัน และให้รายงาน
การยืดเวลาต่ออธิบดีกรมตำรวจทันที
มาตรา ๙
การพิจารณาตามความในมาตรา ๘ นั้น ให้เจ้าพนักงานพิจารณา
ในสถานที่ของผู้ขอใบอนุญาต
หรือในสถานที่ซึ่งทางราชการจัดไว้ แล้วแต่เจ้าพนักงาน
ผู้พิจารณาจะเห็นสมควร
เวลาพิจารณา ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปในสถานที่นั้น เว้นแต่ตัวเจ้าพนักงาน ผู้ช่วย
เจ้าพนักงานผู้ซึ่งเจ้าพนักงานเชิญมาช่วยพิจารณา
ผู้ขอใบอนุญาต และคนรับใช้ของผู้ขอใบ
อนุญาต
ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๖
แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์
พุทธศักราช ๒๔๗๓ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๑๖
อธิบดีกรมตำรวจมีอำนาจเพิกถอนใบอนุญาตซึ่งออกตาม
ความในพระราชบัญญัตินี้ได้ตามแต่จะเห็นควร
ข้อ ๕
ในระหว่างที่ยังมิได้แต่งตั้งนายตรวจ เจ้าพนักงานผู้พิจารณา หรือสภา
พิจารณาภาพยนตร์ ตามความในมาตรา ๖
แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์ พระพุทธศักราช
๒๔๗๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ ๒
แห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ ให้นายตรวจ
เจ้าพนักงานผู้พิจารณา หรือสภาพิจารณาภาพยนตร์แล้วแต่กรณี
ซึ่งมีอยู่ในวันที่ประกาศของ
คณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อน
ข้อ ๖
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามประกาศของคณะ
ปฏิวัติฉบับนี้
ข้อ ๗
ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๙ กันยายน
พุทธศักราช ๒๕๑๕
จอมพล ถ. กิตติขจร
หัวหน้าคณะปฏิวัติ
[รก.
๒๕๑๕/๑๓๖/๘พ/๑๓ กันยายน ๒๕๑๕]
ดวงใจ/แก้ไข
๑๔ ธ.ค. ๔๔
A+B(C)
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).