ข้อ ๗ ให้มีคณะกรรมการบริหารกิจการและบำรุงรักษาระบบประปาหมู่บ้าน โดยเลือกตั้งจากสมาชิกผู้ใช้น้ำประปาของระบบประปาหมู่บ้านแห่งนั้น ๆ โดยมีจำนวนกรรมการตามที่สมาชิกผู้ใช้น้ำส่วนใหญ่กำหนด ทั้งนี้ ต้องไม่น้อยกว่าเจ็ดคน
ให้องค์การบริหารส่วนตำบลเจ้าของกิจการประปาหมู่บ้านเป็นผู้ดำเนินการให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง โดยให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลออกคำสั่งแต่งตั้ง
ให้กรรมการคัดเลือกกันเอง ให้มีประธานกรรมการหนึ่งคน รองประธานกรรมการหนึ่งคน เหรัญญิกหนึ่งคน และเลขานุการหนึ่งคน โดยให้ประธานกรรมการเป็นผู้แทนของคณะกรรมการ
ให้คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งมีอำนาจที่เกี่ยวกับการดำเนินกิจการประปาดังนี้
(๑) วางระเบียบบังคับใช้ในการบริหารกิจการประปา โดยมีระเบียบดังกล่าวจะมีผลบังคับก็ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากองค์การบริหารส่วนตำบลเจ้าของระบบประปาแล้ว
(๒) บริหารกิจการประปาให้เป็นไปตามข้อบังคับให้เกิดความก้าวหน้าและบริการประชาชนได้อย่างทั่วถึงและเพียงพอ
(๓) พิจารณาอนุญาตหรืองดจ่ายน้ำให้แก่สมาชิก โดยคำนึงถึงประโยชน์ของกิจการประปาเป็นหลัก แต่การงดจ่ายน้ำให้แก่สมาชิกต้องได้รับความเห็นชอบจากองค์การบริหารส่วนตำบล เว้นแต่กรณีตามข้อ ๒๗
(๔) พิจารณาอนุญาตให้ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อกิจการประปาหมู่บ้าน หน่วยงานหรือองค์กรของรัฐ วัด หน่วยงานหรือองค์การกุศลใด ๆ ใช้น้ำประปาโดยไม่คิดมูลค่าน้ำประปาตามที่องค์การบริหารส่วนตำบลกำหนด
(๕) จัดทำรายงานผลการดำเนินงานให้องค์การบริหารส่วนตำบลทราบ และรายงานผลการดำเนินงานให้สมาชิกผู้ใช้น้ำทราบตามที่องค์การบริหารส่วนตำบลกำหนด
(๖) ควบคุม ดูแล การทำงานของเจ้าหน้าที่ของกิจการประปา
(๗) จัดทำโครงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนตำบล ในกรณีที่รายได้ของกิจการประปาไม่เพียงพอต่อการดำเนินงานคณะกรรมการอาจแต่งตั้งที่ปรึกษาเพื่อให้คำแนะนำปรึกษาในการบริหารกิจการประปาก็ได้
ข้อ ๘ บุคคลที่ได้รับการเลือกตั้งจากสมาชิกผู้ใช้น้ำประปาให้เป็นกรรมการต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทยและมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
(๒) มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ประจำ และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในหมู่บ้านหรือชุมชนนั้นติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน และเป็นสมาชิกผู้ใช้น้ำของกิจการประปาที่ตนดำรงตำแหน่งกรรมการ
(๓) เป็นบุคคลที่ประกอบอาชีพสุจริตไม่ประพฤติตนเป็นภัยต่อสังคม
ข้อ ๙ บุคคลที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมีสิทธิได้รับการเลือกตั้งจากสมาชิกผู้ใช้น้ำประปาให้เป็นกรรมการ คือ
(๑) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
(๒) หูหนวกและเป็นใบ้ซึ่งไม่สามารถอ่านออกเขียนได้
(๓) ติดยาเสพติดให้โทษ
(๔) เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงการราชการ
ข้อ ๑๐ กรรมการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปีนับตั้งแต่วันเลือกตั้ง แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้
ข้อ ๑๑ กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ถึงคราวออกตามวาระ
(๒) ตาย
(๓) ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ กรณีที่ยังไม่มีประธานกรรมการหรือประธานกรรมการขอลาออก ให้ยื่นหนังสือลาออกต่อนายกองค์การบริหารส่วนตำบล
(๔) ย้ายไปจากหมู่บ้านหรือชุมชนนั้น
(๕) สมาชิกผู้ใช้น้ำประปามีมติให้ออกเสียงเกินครึ่งหนึ่งของสมาชิกผู้ใช้น้ำทั้งหมด
(๖) ปรากฏภายหลังว่าขาดคุณสมบัติตามข้อ ๘ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๙
(๗) ต้องจำคุกฐานกระทำความผิดในคดีอาญา ยกเว้นการกระทำผิดลหุโทษหรือกระทำความผิดโดยประมาท
(๘) กรณีที่กรรมการว่างลงเกินกว่ากึ่งหนึ่งให้กรรมการที่เหลือพ้นจากตำแหน่ง
(๙) สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล มีมติให้ออกเสียงสองในสามของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล โดยเห็นว่ามีความประพฤติในทางที่จะเกิดความเสื่อมเสียแก่กิจการประปาหมู่บ้านโดยมีสมาชิกผู้ใช้น้ำจำนวนไม่น้อยกว่าสิบห้าคนเข้าชื่อเสนอให้สภาองค์การบริหารส่วนตำบลพิจารณา และคณะกรรมการสภาองค์การบริหารส่วนตำบลได้ตรวจสอบแล้วพบว่ามีมูลความจริง
ข้อ ๑๒ กรณีกรรมการการว่างลงเพราะเหตุอื่นใดนอกจากครบวาระน้อยกว่าหรือเท่ากับกึ่งหนึ่ง ให้มีการเลือกตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง และให้ผู้ซึ่งได้รับเลือกแทนนั้นอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน เว้นแต่กรณีตำแหน่งที่ว่างลงมีวาระที่เหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันจะไม่ให้มีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งกรรมการที่ว่างก็ได้
ข้อ ๑๓ ในการประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการเข้าประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งจึงจะเป็นองค์ประชุม
ข้อ ๑๔ มติที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก หากคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานเป็นผู้ชี้ขาด และให้ถือว่าเป็นที่สุด
ข้อ ๑๕ ในกรณีที่มีการแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการ ที่ปรึกษามีสิทธิเข้าร่วมประชุมและมีสิทธิแสดงความคิดเห็นใด ๆ ก็ได้ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงมติ
ข้อ ๑๖ ให้ประธานกรรมการส่งรายงานการประชุมให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันประชุม
การบริหารกิจการประปาหมู่บ้าน
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).