ข้อ ๖ สถานที่ตั้งโรงฆ่าสัตว์และโรงพักสัตว์ต้องอยู่ในทำเลที่เหมาะสม
มีการคมนาคมที่สะดวกมีระบบสาธารณูปโภคที่เพียงพอ
และมีบริเวณเพียงพอที่จะประกอบกิจการโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์
โดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย เหตุรำคาญ หรือความเสียหายต่อบุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่นและห้ามตั้งอยู่ภายในบริเวณ
ดังต่อไปนี้
(๑)
บริเวณที่ห้ามตั้งโรงงานหรือห้ามตั้งโรงฆ่าสัตว์ตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง
(๒) บริเวณศาสนสถาน สถานพยาบาล หอพัก สถานที่ราชการ
แหล่งชุมชน หรือสถานศึกษา รวมทั้งภายในระยะหนึ่งร้อยเมตรจากเขตสถานที่ดังกล่าว
เว้นแต่กรณีที่เป็นโรงฆ่าสัตว์
หรือโรงพักสัตว์ของสถานศึกษาให้ตั้งภายในสถานศึกษาหรือภายในระยะหนึ่งร้อยเมตรจากเขตสถานศึกษานั้นได้
(๓) บริเวณที่น้ำท่วมถึง
(๔)
บริเวณที่มีความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของวัตถุมีพิษจากเกษตรกรรมหรืออุตสาหกรรม
ข้อ ๗ บริเวณภายนอกอาคารโรงฆ่าสัตว์ต้องมีลักษณะ
ดังต่อไปนี้
(๑)
มีรั้วกั้นเพื่อป้องกันบุคคลภายนอกและสัตว์อื่นมิให้เข้าไปภายในโรงฆ่าสัตว์ได้
(๒)
มีบริเวณรอบอาคารโรงฆ่าสัตว์ที่มีการดูแลปรับปรุงให้อยู่ในสภาพดี
ไม่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองและมีระบบระบายน้ำที่ดี
(๓) มีโรงพักสัตว์
(๔) มีการแยกทางเข้าออกของสัตว์มีชีวิต
และเนื้อสัตว์หรือซากสัตว์ออกจากกัน
(๕) มีการป้องกันแมลง นก
และสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคมิให้เข้าไปในอาคารโรงฆ่าสัตว์
(๖)
จัดให้มีที่รวบรวมมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลที่ไม่ก่อให้เกิดกลิ่นรบกวน
ข้อ ๘ โครงสร้างภายในอาคารโรงฆ่าสัตว์ต้องมีลักษณะ
ดังต่อไปนี้
(๑) พื้นทำด้วยวัสดุที่มีผิวเรียบ กันน้ำได้
มีความแข็งแรงทนทานต่อการกระทบกระแทกและการสึกกร่อน และทนทานต่อสารเคมี
มีความลาดเอียง ระบายน้ำได้สะดวกและไม่เกิดการท่วมขัง รอยต่อระหว่างพื้นกับผนังต้องเชื่อมกันสนิท
และสามารถทำความสะอาดได้ง่าย
(๒) ผนังด้านในทำด้วยวัสดุที่มีผิวเรียบ กันน้ำได้
มีความแข็งแรงทนทาน ไม่ผุกร่อนหรือเป็นสนิมและทนทานต่อสารเคมี
รอยต่อระหว่างผนังกับเพดานเชื่อมกันสนิท และสามารถทำความสะอาดได้ง่าย
(๓) ประตูและวงกบประตูทำด้วยวัสดุที่มีผิวเรียบ
กันน้ำได้ ไม่เป็นสนิม สามารถทำความสะอาดได้ง่าย
และประตูที่เปิดสู่ภายนอกอาคารปิดได้สนิท
(๔)
ห้องผลิตส่วนที่สะอาดมีเพดานที่สูงจากพื้นไม่น้อยกว่าสามเมตร
ทำด้วยวัสดุที่มีผิวเรียบไม่ดูดซับน้ำหรือความชื้น ไม่ผุกร่อนหรือเป็นสนิม
รอยต่อต่าง ๆ ต้องเชื่อมกันสนิท และสามารถทำความสะอาดได้ง่าย
ข้อ ๙ บริเวณภายในอาคารโรงฆ่าสัตว์ต้องมีลักษณะ
ดังต่อไปนี้
(๑) โรงฆ่าสัตว์มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการปฏิบัติงาน
มีการแบ่งบริเวณภายในโรงฆ่าสัตว์และส่วนประกอบต่าง ๆ ตามชนิดของสัตว์ ทั้งนี้
ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๒) ห้องผลิตมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นสองส่วน คือ
ส่วนที่สะอาดและส่วนที่ไม่สะอาดและพื้นที่ทั้งสองส่วนสามารถทำความสะอาดได้ง่าย
(๓)
จัดให้มีที่รวบรวมมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลที่ไม่ก่อให้เกิดกลิ่นรบกวน
(๔) ระบบระบายน้ำ
(ก) มีระบบระบายน้ำทิ้งที่มีประสิทธิภาพ
สามารถป้องกันน้ำทิ้งจากส่วนที่ไม่สะอาดไม่ให้ไหลไปสู่ส่วนที่สะอาดได้
และปลายท่อด้านนอกอาคารต้องออกแบบให้สามารถป้องกันไม่ให้สัตว์อื่นเข้าไปในอาคารโรงฆ่าสัตว์
และไม่ก่อให้เกิดกลิ่นรบกวน
(ข) มีการแยกการระบายน้ำจากห้องผลิตหรือห้องสุขา
และน้ำฝน ออกจากกัน
(๕) ระบบระบายอากาศต้องสามารถกำจัดกลิ่น ควัน
ไอน้ำร้อน และความชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(๖)
ระบบแสงสว่างที่ใช้ในโรงฆ่าสัตว์อาจใช้แสงสว่างจากธรรมชาติหรือแสงสว่างจากไฟฟ้าที่มีความเข้มของแสงไม่น้อยกว่าสองร้อยยี่สิบลักซ์
โดยไม่ทำให้การมองเห็นสีของเนื้อสัตว์เปลี่ยนแปลงไป
(๗) น้ำที่ใช้ในโรงฆ่าสัตว์ต้องสะอาด
มีคุณภาพตามมาตรฐานน้ำบริโภคตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขและมีปริมาณเพียงพอต่อการใช้งาน
ตลอดจนมีแรงดันที่เหมาะสมในการฉีดล้างทำความสะอาด
ในกรณีที่โรงฆ่าสัตว์จำเป็นต้องใช้น้ำแข็ง น้ำแข็งที่ใช้ต้องสะอาด
มีคุณภาพตามมาตรฐานน้ำแข็ง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข
(๘) อ่างล้างมือ
(ก)
จัดให้มีอ่างล้างมือติดตั้งไว้ทุกห้องผลิตและห้องสุขา
(ข)
อ่างล้างมือต้องทำจากวัสดุที่แข็งแรงทนทานและไม่เป็นสนิม
มีขนาดลึกพอเหมาะที่จะป้องกันการกระเซ็นของน้ำขณะล้างมือ
และเป็นชนิดที่ไม่ใช้มือหรือส่วนของแขนเปิดปิด และท่อน้ำทิ้งจากอ่างล้างมือต้องต่อลงสู่ท่อระบายน้ำทิ้งโดยตรง
(ค)
บริเวณอ่างล้างมือจัดให้มีผลิตภัณฑ์ล้างมือที่เป็นสบู่เหลวตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอาง
ข้อ ๑๐ เครื่องมือ
เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้ในโรงฆ่าสัตว์ต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(๑) เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ทุกชนิดทำด้วยวัสดุที่ไม่มีส่วนผสมซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค
ผิวเรียบ ไม่เป็นสนิม ไม่มีรอยแยกหรือรอยแตก รอยต่อต้องเชื่อมกันสนิท
สามารถล้างทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคได้
(๒) เครื่องมือ เครื่องจักร
และอุปกรณ์บางชนิดที่ใช้สารหล่อลื่น มีการป้องกันมิให้สารหล่อลื่นต่าง ๆ
ปนเปื้อนกับเนื้อสัตว์และซากสัตว์ และสารหล่อลื่นต้องเป็นชนิดที่บริโภคได้
(๓) เครื่องมือ เครื่องจักร
และอุปกรณ์ที่สัมผัสกับเนื้อสัตว์และซากสัตว์
ห้ามทาหรือเคลือบผิวหน้าวัสดุด้วยสารเคมีที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค
(๔) เครื่องมือและเครื่องจักรที่ติดตั้งประจำที่
ต้องติดตั้งให้ห่างจากผนังหรือเพดานอย่างน้อยสามสิบเซนติเมตร
เพื่อสะดวกต่อการตรวจสอบและทำความสะอาด
ข้อ ๑๑ โรงพักสัตว์ต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(๑) อยู่ห่างจากส่วนที่สะอาดของอาคารโรงฆ่าสัตว์
เพื่อป้องกันกลิ่นหรือฝุ่นละอองจากโรงพักสัตว์ที่สามารถปนเปื้อนไปยังเนื้อสัตว์ได้
(๒)
มีพื้นที่เพียงพอเหมาะสมกับจำนวนสัตว์ที่จะทำการฆ่าในแต่ละวัน ทั้งนี้ เพื่อการผ่อนคลายของสัตว์
และสะดวกต่อการตรวจโรคสัตว์ก่อนทำการฆ่าสัตว์ของพนักงานตรวจโรคสัตว์
(๓)
มีโครงสร้างของโรงพักสัตว์ที่ทำจากวัสดุที่แข็งแรงทนทาน มีหลังคาป้องกันแสงแดดและฝน
(๔) มีประตู รั้วกั้น
หรือแผงกั้นที่ทำจากวัสดุที่แข็งแรงทนทาน
สามารถป้องกันสัตว์มิให้ออกจากโรงพักสัตว์ได้
(๕)
มีบริเวณที่รับสัตว์ที่มีพื้นผิวที่ไม่ลื่นหรือลาดชันจนเกินไป
และสะดวกต่อการเคลื่อนย้ายสัตว์ลงจากรถบรรทุกสัตว์ โดยไม่เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายหรือได้รับบาดเจ็บ
(๖)
มีทางเดินไปยังโรงฆ่าสัตว์ที่มีระบบป้องกันการเดินย้อนกลับของสัตว์มายังโรงพักสัตว์
(๗)
มีการแยกที่พักสัตว์ป่วยหรือสงสัยว่าป่วยออกเป็นสัดส่วน
(๘)
มีน้ำสะอาดและอุปกรณ์สำหรับให้น้ำแก่สัตว์อย่างเพียงพอ ยกเว้นสัตว์ปีก
(๙) มีน้ำใช้ที่สะอาด และมีปริมาณเพียงพอต่อการใช้งาน
ตลอดจนมีแรงดันที่เหมาะสมในการฉีดล้างทำความสะอาด
(๑๐) มีระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ
และการระบายน้ำจากที่พักสัตว์ป่วยหรือสงสัยว่าป่วยต้องไม่ไหลผ่านไปยังโรงพักสัตว์หรือทางเดินของสัตว์
(๑๑) มีระบบระบายอากาศที่มีประสิทธิภาพ
(๑๒)
มีแสงสว่างอย่างเพียงพอในการตรวจโรคสัตว์ก่อนทำการฆ่าสัตว์
(๑๓)
มีที่จัดเก็บมูลสัตว์และสามารถป้องกันกลิ่นรบกวนได้
ข้อ ๑๒ โรงฆ่าสัตว์และโรงพักสัตว์ต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพ
โดยน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วจะต้องอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
หลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขในการฆ่าสัตว์
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).