我的書籤免費註冊

ข้อบังคับของ ก.พ. ว่าด้วยวิธีจัดการศึกษาของนักเรียนฝ่ายพลเรือนที่ส่งไปศึกษาวิชาในต่างประเทศ

行政規則・公布 1959-03-31・全 31 條

อารัมภบท

ข้อบังคับของ ก ข้อบังคับของ ก.พ. ว่าด้วยวิธีจัดการศึกษาของนักเรียนฝ่ายพลเรือน ที่ส่งไปศึกษาวิชาในต่างประเทศ[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๑ (๖) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๔๙๗ ก.พ. วางข้อบังคับว่าด้วยวิธีจัดการศึกษาของนักเรียนฝ่ายพลเรือนที่ส่งไปเล่าเรียนในต่างประเทศ ดังต่อไปนี้ ข้อความทั่วไป

หมวด ๑

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้ให้เรียกว่า ข้อบังคับว่าด้วยวิธีจัดการศึกษาของนักเรียนฝ่ายพลเรือนที่ส่งไปศึกษาวิชาในต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๐๒

ข้อ ๒

ข้อ ๒ คำว่า ผู้ดูแลนักเรียน หมายความถึง ข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาการวัฒนธรรมประจำสถานเอกอัครราชทูต ที่ปรึกษาการศึกษาประจำสถานเอกอัครราชทูต หรือตำแหน่งผู้ดูแลนักเรียนไทยในต่างประเทศ หรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลไทยให้ดำเนินการควบคุมดูแลนักเรียนไทยฝ่ายพลเรือนในต่างประเทศ

ข้อ ๓

ข้อ ๓ คำว่า สถานศึกษา หมายความถึงโรงเรียนชั้นประถมศึกษา, มัธยมศึกษา, เตรียมอุดมศึกษา, อาชีวศึกษา, วิทยาลัย, หรือมหาวิทยาลัย, หรือสถานฝึกงาน, หรือสถานที่รับทำการฝึกและอบรม หมวดที่ ๒ ว่าด้วยผู้จัดการผู้อำนวยการและผู้ดำเนินการ

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ก.พ. เป็นผู้จัดการศึกษาของนักเรียนฝ่ายพลเรือน ส่งไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศ โดยตั้ง อ.ก.พ. วิสามัญ เป็นผู้อำนวยการ

ข้อ ๕

ข้อ ๕ ก.พ. มอบให้กระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ดำเนินการตามคำอำนวยการของ อ.ก.พ. วิสามัญ เฉพาะในประเทศที่ไม่มีข้าราชการดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาการวัฒนธรรมประจำสถานเอกอัครราชทูต ที่ปรึกษาการศึกษาประจำสถานเอกอัครราชทูต หรือตำแหน่งผู้ดูแลนักเรียนไทยในต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศจะมอบให้สถานทูต หรือสถานกงสุล เป็นผู้ดูแลนักเรียน หรือจัดให้มีเจ้าหน้าที่ซึ่งประจำสถานทูต หรือสถานกงสุล ทำหน้าที่ผู้ดูแลนักเรียนในความควบคุมของสถานทูต หรือสถานกงสุล นั้นก็ได้

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในประเทศที่มีที่ปรึกษาการวัฒนธรรมประจำสถานเอกอัครราชทูต ที่ปรึกษาการศึกษาประจำสถานเอกอัครราชทูต หรือผู้ดูแลนักเรียนไทยในต่างประเทศให้ที่ปรึกษาการวัฒนธรรมประจำสถานเอกอัครราชทูต ที่ปรึกษาการศึกษาประจำสถานเอกอัครราชทูต หรือผู้ดูแลนักเรียนไทยในต่างประเทศเป็นผู้ดำเนินการตามคำอำนวยการของ อ.ก.พ. วิสามัญ ว่าด้วยประเภทและชั้นนักเรียน

หมวด ๓

ข้อ ๗

ข้อ ๗ นักเรียนฝ่ายพลเรือนที่ส่งไปเล่าเรียนในต่างประเทศมี ๓ ประเภท คือ ประเภทที่ ๑ นักเรียนทุนรัฐบาล ประเภทที่ ๒ ข้าราชการที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษาตามระเบียบว่าด้วยข้าราชการลาไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศ ประเภทที่ ๓ นักเรียนทุนส่วนตัว ซึ่งได้มอบให้อยู่ในความดูแลของ ก.พ.

ข้อ ๘

ข้อ ๘ นักเรียนตามข้อบังคับนี้ แบ่งออกเป็น ๔ ชั้น คือ ชั้น ๑ ได้แก่นักเรียนซึ่งกำลังศึกษาวิชาไม่สูงกว่าชั้นมัธยมศึกษา ชั้น ๒ ได้แก่นักเรียนซึ่งกำลังศึกษาในชั้นเตรียมอุดมศึกษา ชั้น ๓ ได้แก่นักเรียนซึ่งกำลังศึกษาในชั้นอุดมศึกษาหรือวิชาชีพไม่สูงกว่าชั้นปริญญาตรี ชั้น ๔ ได้แก่นักเรียนซึ่งกำลังศึกษาในชั้นอุดมศึกษาสูงกว่าชั้นปริญญาตรี ว่าด้วยที่พำนักอาศัย

หมวด ๔

ข้อ ๙

ข้อ ๙ นักเรียนชั้นหนึ่ง ชั้นสอง และชั้นสาม ต้องพำนักอาศัยในครอบครัว หรือในสถานที่ซึ่งผู้ดูแลนักเรียนจะได้จัดหาให้ แต่ถ้าสถานศึกษาใด มีข้อบังคับให้นักเรียนต้องพำนักในสถานศึกษานั้น ก็ให้จัดให้นักเรียนได้พำนักตามข้อบังคับของสถานศึกษา นักเรียนจะย้ายสถานที่พำนัก จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลนักเรียนก่อนจึงจะกระทำได้

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ นักเรียนชั้น ๔ อาจจะจัดหาหรือย้ายที่พำนักอาศัยได้ตามที่เห็นสมควร โดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ดูแลนักเรียน ว่าด้วยสถานศึกษา

หมวด ๕

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ นักเรียนต้องศึกษา ณ สถานศึกษาตามที่ผู้ดูแลนักเรียนจะได้กำหนด โดยพิจารณาถึงพื้นความรู้และงบประมาณค่าเล่าเรียนของนักเรียนแต่ละคนประกอบด้วย เว้นแต่ถ้าทางราชการได้กำหนดไว้ว่าให้นักเรียนคนใดได้ศึกษาในสถานศึกษาใดโดยเฉพาะ หรือได้สั่งการเปลี่ยนแปลงสถานศึกษาสำหรับนักเรียนคนใดเป็นการเฉพาะราย ก็ให้ผู้ดูแลนักเรียนจัดให้นักเรียนได้ศึกษาในสถานศึกษาตามที่กำหนดไว้หรือตามที่สั่งเปลี่ยนแปลงนั้น นักเรียนจะขอย้ายสถานศึกษา ต้องชี้แจงเหตุผลไปยังผู้ดูแลนักเรียนให้ทราบก่อน ผู้ดูแลนักเรียนต้องชี้แจงแสดงความเห็นประกอบเสนอไปยังสำนักงาน ก.พ. เมื่อ อ.ก.พ. วิสามัญได้พิจารณาเห็นชอบด้วยแล้ว จึงจะย้ายได้ ว่าด้วยการเรียน

หมวด ๖

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ นักเรียนต้องศึกษาในวิชาและตามกำหนดเวลาที่ อ.ก.พ. วิสามัญอนุมัติ ถ้าจะเปลี่ยนแปลงวิชาศึกษาหรือยืดเวลาศึกษาออกไปอีกต้องได้รับอนุญาตจาก อ.ก.พ. วิสามัญก่อน จึงจะกระทำได้

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ นักเรียนต้องทำรายงานการศึกษาสำหรับภาคที่แล้วมาโดยสังเขปตามแบบท้ายข้อบังคับนี้ ส่งไปยังผู้ดูแลนักเรียนก่อนกำหนดหยุดเรียนของภาคนั้น ๆ

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ถ้าผู้ดูแลนักเรียนเห็นว่านักเรียนคนใดควรได้รับการฝึกงาน ดูงาน หรือทำการค้นคว้า หรือศึกษาทบทวนวิชาใด เพื่อเป็นการเพิ่มเติมความรู้ในวิชาสาขาเดียวกัน หรือเกี่ยวข้องกันกับวิชาที่ศึกษาอยู่ในระหว่างหยุดภาคเรียน หรือในเวลาอื่นซึ่งไม่ขัดกับเวลาศึกษาอันเป็นประจำอยู่ ก็อาจกระทำได้โดยอนุมัติของ อ.ก.พ. วิสามัญ ว่าด้วยการกีฬา การสังคม และการพักผ่อน

หมวด ๗

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้ดูแลนักเรียนต้องจัดให้นักเรียนเล่นกีฬาตามสมควร

ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ผู้ดูแลนักเรียนต้องจัดให้นักเรียนได้มีการสังคมพบปะกับบุคคล ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่การศึกษา และวัฒนธรรมตามสมควร

ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในระหว่างที่สถานศึกษาหยุดการสอนให้ผู้ดูแลนักเรียนจัดให้นักเรียนได้รับการพักผ่อน ณ สถานที่ตามที่เห็นสมควร หมวดที่ ๘ ว่าด้วยเงินค่าใช้จ่าย

ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้ อ.ก.พ. วิสามัญ กำหนดงบประมาณค่าใช้จ่ายสำหรับนักเรียนประเภท ๑ เป็นรายปี ไว้เป็นหลักทั่วไปสำหรับประเทศหนึ่ง ๆ ส่วนงบประมาณสำหรับนักเรียนประเภท ๒ - ๓ ให้เป็นไปตามที่ได้ตกลงกันเฉพาะราย แต่ไม่ให้มากกว่าค่าใช้จ่ายของนักเรียนประเภท ๑

ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ผู้ดูแลนักเรียนต้องจัดให้นักเรียนใช้จ่ายภายในประเภทที่กำหนดไว้ ดังต่อไปนี้ ก. เงินกระเป๋า ข. ค่าอาหารและค่าที่พัก ค. ค่าเล่าเรียน ง. ค่าตำราเรียน จ. ค่ารักษาพยาบาล ฉ. ค่ายานพาหนะและขนส่ง ช. ค่าพักผ่อน ซ. ค่าเสื้อผ้า ฌ. ค่าอุปกรณ์ในการศึกษา ญ. ค่าใช้จ่ายในการดูงาน และให้ใช้จ่ายภายในวงเงินงบประมาณที่ได้กำหนด ถ้ามีกรณีพิเศษที่ต้องจ่ายเงินเกินงบประมาณหรือจ่ายนอกเหนือประเภทที่กล่าวข้างต้น ต้องได้รับอนุญาตจาก อ.ก.พ. วิสามัญก่อนจึงจะจ่ายได้เว้นแต่มีความจำเป็นอย่างยิ่งจะรอขออนุมัติ อ.ก.พ. วิสามัญไม่ทันท่วงที ก็ให้ผู้ดูแลนักเรียนทดรองจ่ายไปก่อน ตามความจำเป็นแล้วรายงานขออนุมัติไปยัง อ.ก.พ. วิสามัญพร้อมด้วยเหตุผล

ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ วิธีการจ่ายเงินของนักเรียนชั้นหนึ่ง ให้ดำเนินการดังนี้ ก. เงินกระเป๋ารายเดือน ค่ายานพาหนะ ค่าพักผ่อน ให้นักเรียนลงนามรับไปจ่าย โดยมิต้องมีใบสำคัญจ่ายเงิน ข. ค่าใช้จ่ายประเภทอื่น ๆ นอกจากที่ระบุไว้ในข้อ ๒๐ ก. ต้องจ่ายโดยมีใบสำคัญรับเงิน

ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ วิธีการจ่ายเงินของนักเรียนชั้นสอง ชั้นสาม ชั้นสี่ ให้กำหนดดังนี้ ก. เงินกระเป๋ารายเดือน ค่าอาหารและค่าที่พักค่ายานพาหนะ ค่าพักผ่อน ค่าใช้จ่ายในการดูงาน ให้นักเรียนลงนามรับไปโดยไม่ต้องมีใบสำคัญจ่ายเงิน ข. ค่าใช้จ่ายประเภทอื่น ๆ นอกจากที่ระบุไว้ในข้อ ๒๑ ก. ต้องจ่ายโดยมีใบสำคัญรับเงิน ว่าด้วยวินัย

หมวด ๙

ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ นักเรียนในความดูแลของรัฐบาลต้องปฏิบัติตนให้อยู่ในวินัยโดยเคร่งครัด ดังต่อไปนี้ ก. ต้องสนับสนุนการปกครองระบอบรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ ข. ต้องเชื่อฟังคำสั่งของผู้ดูแลนักเรียนซึ่งสั่งการในหน้าที่โดยชอบด้วยระเบียบแบบแผนของทางราชการ หรือสั่งตามคำอำนวยการของ อ.ก.พ. วิสามัญทุก ๆ กรณี ห้ามมิให้ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง ค. ต้องขยันหมั่นเพียรในการศึกษา และต้องศึกษาตามแนวการศึกษาที่ทางการกำหนด ห้ามมิให้เปลี่ยนแปลงแนวการศึกษาโดยมิได้รับความเห็นชอบของ อ.ก.พ. วิสามัญ, ง. ต้องรักษาชื่อเสียงมิให้ขึ้นชื่อว่า เป็นผู้ประพฤติชั่ว ห้ามมิให้ประพฤติตนเป็นคนเสเพล เป็นนักการพนัน เสพเครื่องดองของเมาจนไม่สามารถครองสติได้ กระทำให้เกิดมีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือกระทำการใด ๆ อันอาจเป็นทางนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติของตนและหรือของประเทศชาติ จ. ต้องสุภาพเรียบร้อยต่อบุคคลทั่วไป ห้ามมิให้แสดงตนเป็นการดูหมั่นเหยียดหยามต่อบุคคลใด ๆ ฉ. ต้องรักษาความสามัคคีในระหว่างนักเรียนไทยด้วยกัน และพยายามช่วยเหลือซึ่งกันและกันให้เป็นที่เชิดชูเกียรติยศแห่งประเทศชาติของตน ช. การสมรสระหว่างที่ยังเป็นนักเรียนในความดูแลของรัฐบาล ถ้าได้รับอนุมัติจาก อ.ก.พ. วิสามัญ จึงจะกระทำได้ ว่าด้วยโทษฐานผิดวินัย

หมวด ๑๐

ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ โทษฐานผิดวินัย มีดังต่อไปนี้ (๑) ให้กลับประเทศไทย (๒) ตัดเงินกระเป๋ารายเดือน (๓) ตำหนิโทษเป็นลายลักษณ์อักษร

ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ถ้านักเรียนผู้ทำผิดวินัย มีฐานเป็นข้าราชการ ให้เจ้ากระทรวงพิจารณาลงโทษฐานผิดวินัยตามกฎหมายที่ว่าด้วยการกระทำผิดวินัยที่ใช้อยู่ในขณะนั้น

ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การลงโทษตามข้อ ๒๓ (๑) ให้กระทำได้โดยมติของ อ.ก.พ. วิสามัญ

ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การสั่งตัดเงินกระเป๋ารายเดือนให้ผู้ดูแลนักเรียนสั่งตัดได้ไม่เกินร้อยละ ๒๕

ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การตำหนิโทษเป็นลายลักษณ์อักษร ให้ผู้ดูแลนักเรียนมีอำนาจสั่งได้ เบ็ดเตล็ด

หมวด ๑๑

ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ถ้านักเรียนป่วยจนไม่สามารถจะศึกษาต่อไปได้ให้ผู้ดูแลนักเรียนรายงานขอส่งตัวกลับประเทศไทย เมื่อได้รับอนุมัติจาก อ.ก.พ. วิสามัญแล้ว ก็ให้ส่งตัวกลับได้

ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ นักเรียนประเภท ๑ ถ้าเล่าเรียนไม่สำเร็จภายในกำหนดดังกล่าวต่อไปนี้ ให้ส่งตัวกลับประเทศไทย โดยอนุมัติ อ.ก.พ. วิสามัญ ๑. ถ้าการศึกษาได้แบ่งการศึกษาออกเป็นภาคหรือชั้น มีกำหนดให้สอบไล่สำหรับภาคหรือชั้นนั้น ๆ ในปลายปีของการศึกษา นักเรียนจำต้องสอบไล่วิชาในภาคหรือชั้นนั้นให้ได้ในสมัยการสอบไล่ปลายปีการศึกษานั้น ถ้าสอบตก ให้โอกาสเข้าสอบในสมัยต่อมาอีก ๑ สมัยแห่งการสอบปลายปี และถ้าสอบไม่ได้โดยไม่มีเหตุผลสมควรให้ส่งตัวกลับ ๒. ถ้าการศึกษามีการสอบไล่หนเดียวรวด นักเรียนต้องเข้าสอบตามกำหนด ถ้ามีกำหนดเวลาให้เลือกได้ก็ให้เข้าสอบตามกำหนดเวลาซึ่งผู้ดูแลนักเรียนจะได้กำหนด ในกรณีสอบไล่ตก ถ้ามีโอกาสเข้าสอบซ้ำได้อีกก็ให้โอกาสเข้าสอบในสมัยต่อมาอีก ๑ สมัย ถ้าสอบไม่ได้โดยไม่มีเหตุผลสมควรให้ส่งตัวกลับ แต่ถ้าไม่มีระเบียบให้โอกาสเข้าสอบซ้ำอีก แต่มีระเบียบให้เรียนวิชาบางอย่างเพิ่มเติม เพื่อรับปริญญาธรรมดา ก็ให้เรียนเพิ่มเติมได้ตามกำหนดเวลา ซึ่งผู้ดูแลนักเรียนจะได้กำหนดโดยอนุมัติแห่ง อ.ก.พ.วิสามัญ ทั้งนี้ ไม่ให้เกินเวลา ๑ ปี ๓. การศึกษาที่สอบทีละวิชา ถ้าสอบวิชานั้นไม่ได้ภายในกำหนดปกติ ซึ่งผู้ดูแลนักเรียนจะได้กำหนดโดยอนุมัติแห่ง อ.ก.พ.วิสามัญ ก็ให้โอกาสเข้าสอบเฉพาะวิชานั้น ๆ ในสมัยแห่งการสอบต่อมาอีก ๑ ปี และถ้าสอบไม่ได้ให้ส่งตัวกลับหรือถ้าผู้ดูแลนักเรียนเห็นว่าในการสอบไล่ตกครั้งที่ ๒ นี้มีเหตุผลควรได้รับความผ่อนผันให้เข้าสอบเป็นคำรบ ๓ ก็ให้ผู้ดูแลนักเรียนเสนอขออนุมัติมายัง อ.ก.พ. วิสามัญ และเมื่อได้รับอนุมัติแล้ว จึงให้อยู่เพื่อเข้าสอบเป็นคำรบ ๓ ได้

ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ให้ผู้ดูแลนักเรียนสนใจตรวจตราให้นักเรียนศึกษาตามแนวการศึกษาที่กำหนดไว้ และให้ส่งรายงานการศึกษาตามที่กล่าวไว้ในข้อ ๑๓ และบัญชีค่าใช้จ่ายของนักเรียนไปยังสำนักงาน ก.พ. ๖ เดือนต่อครั้ง วันที่ ๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๒ พลเอก ถ. กิตติขจร รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ประธาน ก.พ. [เอกสารแนบท้าย] ๑. Student’s Department (ดูภาพจากข้อมูลกฎหมาย) [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๖/ตอนที่ ๓๙/หน้า ๗๓/๓๑ มีนาคม ๒๕๐๒

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查