ข้อบังคับของ ก
ข้อบังคับของ ก.พ.
ว่าด้วยวิธีจัดการศึกษาของนักเรียนฝ่ายพลเรือน
ที่ส่งไปศึกษาวิชาในต่างประเทศ[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๑ (๖)
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๔๙๗ ก.พ.
วางข้อบังคับว่าด้วยวิธีจัดการศึกษาของนักเรียนฝ่ายพลเรือนที่ส่งไปเล่าเรียนในต่างประเทศ
ดังต่อไปนี้
ข้อความทั่วไป
ข้อ ๑
ข้อบังคับนี้ให้เรียกว่า
ข้อบังคับว่าด้วยวิธีจัดการศึกษาของนักเรียนฝ่ายพลเรือนที่ส่งไปศึกษาวิชาในต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๐๒
ข้อ ๒ คำว่า
ผู้ดูแลนักเรียน หมายความถึง ข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาการวัฒนธรรมประจำสถานเอกอัครราชทูต
ที่ปรึกษาการศึกษาประจำสถานเอกอัครราชทูต หรือตำแหน่งผู้ดูแลนักเรียนไทยในต่างประเทศ
หรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลไทยให้ดำเนินการควบคุมดูแลนักเรียนไทยฝ่ายพลเรือนในต่างประเทศ
ข้อ ๓ คำว่า
สถานศึกษา หมายความถึงโรงเรียนชั้นประถมศึกษา, มัธยมศึกษา, เตรียมอุดมศึกษา, อาชีวศึกษา,
วิทยาลัย, หรือมหาวิทยาลัย, หรือสถานฝึกงาน, หรือสถานที่รับทำการฝึกและอบรม
หมวดที่ ๒
ว่าด้วยผู้จัดการผู้อำนวยการและผู้ดำเนินการ
ข้อ ๔ ก.พ.
เป็นผู้จัดการศึกษาของนักเรียนฝ่ายพลเรือน ส่งไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศ โดยตั้ง
อ.ก.พ. วิสามัญ เป็นผู้อำนวยการ
ข้อ ๕ ก.พ.
มอบให้กระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ดำเนินการตามคำอำนวยการของ อ.ก.พ. วิสามัญ
เฉพาะในประเทศที่ไม่มีข้าราชการดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาการวัฒนธรรมประจำสถานเอกอัครราชทูต
ที่ปรึกษาการศึกษาประจำสถานเอกอัครราชทูต หรือตำแหน่งผู้ดูแลนักเรียนไทยในต่างประเทศ
กระทรวงการต่างประเทศจะมอบให้สถานทูต หรือสถานกงสุล เป็นผู้ดูแลนักเรียน
หรือจัดให้มีเจ้าหน้าที่ซึ่งประจำสถานทูต หรือสถานกงสุล
ทำหน้าที่ผู้ดูแลนักเรียนในความควบคุมของสถานทูต หรือสถานกงสุล นั้นก็ได้
ข้อ ๖
ในประเทศที่มีที่ปรึกษาการวัฒนธรรมประจำสถานเอกอัครราชทูต ที่ปรึกษาการศึกษาประจำสถานเอกอัครราชทูต
หรือผู้ดูแลนักเรียนไทยในต่างประเทศให้ที่ปรึกษาการวัฒนธรรมประจำสถานเอกอัครราชทูต
ที่ปรึกษาการศึกษาประจำสถานเอกอัครราชทูต หรือผู้ดูแลนักเรียนไทยในต่างประเทศเป็นผู้ดำเนินการตามคำอำนวยการของ
อ.ก.พ. วิสามัญ
ว่าด้วยประเภทและชั้นนักเรียน
ข้อ ๗
นักเรียนฝ่ายพลเรือนที่ส่งไปเล่าเรียนในต่างประเทศมี ๓ ประเภท คือ
ประเภทที่ ๑ นักเรียนทุนรัฐบาล
ประเภทที่ ๒
ข้าราชการที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปศึกษาตามระเบียบว่าด้วยข้าราชการลาไปศึกษาวิชา ณ
ต่างประเทศ
ประเภทที่ ๓ นักเรียนทุนส่วนตัว
ซึ่งได้มอบให้อยู่ในความดูแลของ ก.พ.
ข้อ ๘
นักเรียนตามข้อบังคับนี้ แบ่งออกเป็น ๔ ชั้น คือ
ชั้น ๑
ได้แก่นักเรียนซึ่งกำลังศึกษาวิชาไม่สูงกว่าชั้นมัธยมศึกษา
ชั้น ๒ ได้แก่นักเรียนซึ่งกำลังศึกษาในชั้นเตรียมอุดมศึกษา
ชั้น ๓
ได้แก่นักเรียนซึ่งกำลังศึกษาในชั้นอุดมศึกษาหรือวิชาชีพไม่สูงกว่าชั้นปริญญาตรี
ชั้น ๔
ได้แก่นักเรียนซึ่งกำลังศึกษาในชั้นอุดมศึกษาสูงกว่าชั้นปริญญาตรี
ว่าด้วยที่พำนักอาศัย
ข้อ ๙
นักเรียนชั้นหนึ่ง ชั้นสอง และชั้นสาม ต้องพำนักอาศัยในครอบครัว หรือในสถานที่ซึ่งผู้ดูแลนักเรียนจะได้จัดหาให้
แต่ถ้าสถานศึกษาใด มีข้อบังคับให้นักเรียนต้องพำนักในสถานศึกษานั้น ก็ให้จัดให้นักเรียนได้พำนักตามข้อบังคับของสถานศึกษา
นักเรียนจะย้ายสถานที่พำนัก
จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลนักเรียนก่อนจึงจะกระทำได้
ข้อ ๑๐
นักเรียนชั้น ๔ อาจจะจัดหาหรือย้ายที่พำนักอาศัยได้ตามที่เห็นสมควร โดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ดูแลนักเรียน
ว่าด้วยสถานศึกษา
ข้อ ๑๑
นักเรียนต้องศึกษา ณ สถานศึกษาตามที่ผู้ดูแลนักเรียนจะได้กำหนด
โดยพิจารณาถึงพื้นความรู้และงบประมาณค่าเล่าเรียนของนักเรียนแต่ละคนประกอบด้วย
เว้นแต่ถ้าทางราชการได้กำหนดไว้ว่าให้นักเรียนคนใดได้ศึกษาในสถานศึกษาใดโดยเฉพาะ
หรือได้สั่งการเปลี่ยนแปลงสถานศึกษาสำหรับนักเรียนคนใดเป็นการเฉพาะราย
ก็ให้ผู้ดูแลนักเรียนจัดให้นักเรียนได้ศึกษาในสถานศึกษาตามที่กำหนดไว้หรือตามที่สั่งเปลี่ยนแปลงนั้น
นักเรียนจะขอย้ายสถานศึกษา
ต้องชี้แจงเหตุผลไปยังผู้ดูแลนักเรียนให้ทราบก่อน ผู้ดูแลนักเรียนต้องชี้แจงแสดงความเห็นประกอบเสนอไปยังสำนักงาน
ก.พ. เมื่อ อ.ก.พ. วิสามัญได้พิจารณาเห็นชอบด้วยแล้ว จึงจะย้ายได้
ว่าด้วยการเรียน
ข้อ ๑๒
นักเรียนต้องศึกษาในวิชาและตามกำหนดเวลาที่ อ.ก.พ. วิสามัญอนุมัติ ถ้าจะเปลี่ยนแปลงวิชาศึกษาหรือยืดเวลาศึกษาออกไปอีกต้องได้รับอนุญาตจาก
อ.ก.พ. วิสามัญก่อน จึงจะกระทำได้
ข้อ ๑๓
นักเรียนต้องทำรายงานการศึกษาสำหรับภาคที่แล้วมาโดยสังเขปตามแบบท้ายข้อบังคับนี้
ส่งไปยังผู้ดูแลนักเรียนก่อนกำหนดหยุดเรียนของภาคนั้น ๆ
ข้อ ๑๔
ถ้าผู้ดูแลนักเรียนเห็นว่านักเรียนคนใดควรได้รับการฝึกงาน ดูงาน หรือทำการค้นคว้า
หรือศึกษาทบทวนวิชาใด เพื่อเป็นการเพิ่มเติมความรู้ในวิชาสาขาเดียวกัน หรือเกี่ยวข้องกันกับวิชาที่ศึกษาอยู่ในระหว่างหยุดภาคเรียน
หรือในเวลาอื่นซึ่งไม่ขัดกับเวลาศึกษาอันเป็นประจำอยู่ ก็อาจกระทำได้โดยอนุมัติของ
อ.ก.พ. วิสามัญ
ว่าด้วยการกีฬา
การสังคม และการพักผ่อน
ข้อ ๑๕
ผู้ดูแลนักเรียนต้องจัดให้นักเรียนเล่นกีฬาตามสมควร
ข้อ ๑๖
ผู้ดูแลนักเรียนต้องจัดให้นักเรียนได้มีการสังคมพบปะกับบุคคล
ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่การศึกษา และวัฒนธรรมตามสมควร
ข้อ ๑๗
ในระหว่างที่สถานศึกษาหยุดการสอนให้ผู้ดูแลนักเรียนจัดให้นักเรียนได้รับการพักผ่อน
ณ สถานที่ตามที่เห็นสมควร
หมวดที่ ๘
ว่าด้วยเงินค่าใช้จ่าย
ข้อ ๑๘ ให้ อ.ก.พ.
วิสามัญ กำหนดงบประมาณค่าใช้จ่ายสำหรับนักเรียนประเภท ๑ เป็นรายปี
ไว้เป็นหลักทั่วไปสำหรับประเทศหนึ่ง ๆ ส่วนงบประมาณสำหรับนักเรียนประเภท ๒ - ๓
ให้เป็นไปตามที่ได้ตกลงกันเฉพาะราย แต่ไม่ให้มากกว่าค่าใช้จ่ายของนักเรียนประเภท ๑
ข้อ ๑๙
ผู้ดูแลนักเรียนต้องจัดให้นักเรียนใช้จ่ายภายในประเภทที่กำหนดไว้
ดังต่อไปนี้
ก. เงินกระเป๋า
ข. ค่าอาหารและค่าที่พัก
ค. ค่าเล่าเรียน
ง. ค่าตำราเรียน
จ. ค่ารักษาพยาบาล
ฉ. ค่ายานพาหนะและขนส่ง
ช. ค่าพักผ่อน
ซ. ค่าเสื้อผ้า
ฌ. ค่าอุปกรณ์ในการศึกษา
ญ. ค่าใช้จ่ายในการดูงาน
และให้ใช้จ่ายภายในวงเงินงบประมาณที่ได้กำหนด
ถ้ามีกรณีพิเศษที่ต้องจ่ายเงินเกินงบประมาณหรือจ่ายนอกเหนือประเภทที่กล่าวข้างต้น
ต้องได้รับอนุญาตจาก อ.ก.พ. วิสามัญก่อนจึงจะจ่ายได้เว้นแต่มีความจำเป็นอย่างยิ่งจะรอขออนุมัติ
อ.ก.พ. วิสามัญไม่ทันท่วงที ก็ให้ผู้ดูแลนักเรียนทดรองจ่ายไปก่อน
ตามความจำเป็นแล้วรายงานขออนุมัติไปยัง อ.ก.พ. วิสามัญพร้อมด้วยเหตุผล
ข้อ ๒๐
วิธีการจ่ายเงินของนักเรียนชั้นหนึ่ง ให้ดำเนินการดังนี้
ก. เงินกระเป๋ารายเดือน ค่ายานพาหนะ ค่าพักผ่อน
ให้นักเรียนลงนามรับไปจ่าย โดยมิต้องมีใบสำคัญจ่ายเงิน
ข. ค่าใช้จ่ายประเภทอื่น ๆ นอกจากที่ระบุไว้ในข้อ ๒๐ ก.
ต้องจ่ายโดยมีใบสำคัญรับเงิน
ข้อ ๒๑
วิธีการจ่ายเงินของนักเรียนชั้นสอง ชั้นสาม ชั้นสี่ ให้กำหนดดังนี้
ก. เงินกระเป๋ารายเดือน ค่าอาหารและค่าที่พักค่ายานพาหนะ
ค่าพักผ่อน ค่าใช้จ่ายในการดูงาน ให้นักเรียนลงนามรับไปโดยไม่ต้องมีใบสำคัญจ่ายเงิน
ข. ค่าใช้จ่ายประเภทอื่น ๆ นอกจากที่ระบุไว้ในข้อ ๒๑ ก.
ต้องจ่ายโดยมีใบสำคัญรับเงิน
ว่าด้วยวินัย
ข้อ ๒๒
นักเรียนในความดูแลของรัฐบาลต้องปฏิบัติตนให้อยู่ในวินัยโดยเคร่งครัด
ดังต่อไปนี้
ก. ต้องสนับสนุนการปกครองระบอบรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ข.
ต้องเชื่อฟังคำสั่งของผู้ดูแลนักเรียนซึ่งสั่งการในหน้าที่โดยชอบด้วยระเบียบแบบแผนของทางราชการ
หรือสั่งตามคำอำนวยการของ อ.ก.พ. วิสามัญทุก ๆ กรณี ห้ามมิให้ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง
ค. ต้องขยันหมั่นเพียรในการศึกษา
และต้องศึกษาตามแนวการศึกษาที่ทางการกำหนด
ห้ามมิให้เปลี่ยนแปลงแนวการศึกษาโดยมิได้รับความเห็นชอบของ
อ.ก.พ. วิสามัญ,
ง. ต้องรักษาชื่อเสียงมิให้ขึ้นชื่อว่า เป็นผู้ประพฤติชั่ว
ห้ามมิให้ประพฤติตนเป็นคนเสเพล เป็นนักการพนัน
เสพเครื่องดองของเมาจนไม่สามารถครองสติได้ กระทำให้เกิดมีหนี้สินล้นพ้นตัว
หรือกระทำการใด ๆ อันอาจเป็นทางนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติของตนและหรือของประเทศชาติ
จ. ต้องสุภาพเรียบร้อยต่อบุคคลทั่วไป
ห้ามมิให้แสดงตนเป็นการดูหมั่นเหยียดหยามต่อบุคคลใด ๆ
ฉ.
ต้องรักษาความสามัคคีในระหว่างนักเรียนไทยด้วยกัน และพยายามช่วยเหลือซึ่งกันและกันให้เป็นที่เชิดชูเกียรติยศแห่งประเทศชาติของตน
ช.
การสมรสระหว่างที่ยังเป็นนักเรียนในความดูแลของรัฐบาล ถ้าได้รับอนุมัติจาก อ.ก.พ. วิสามัญ
จึงจะกระทำได้
ว่าด้วยโทษฐานผิดวินัย
ข้อ ๒๓
โทษฐานผิดวินัย มีดังต่อไปนี้
(๑) ให้กลับประเทศไทย
(๒) ตัดเงินกระเป๋ารายเดือน
(๓) ตำหนิโทษเป็นลายลักษณ์อักษร
ข้อ ๒๔
ถ้านักเรียนผู้ทำผิดวินัย มีฐานเป็นข้าราชการ
ให้เจ้ากระทรวงพิจารณาลงโทษฐานผิดวินัยตามกฎหมายที่ว่าด้วยการกระทำผิดวินัยที่ใช้อยู่ในขณะนั้น
ข้อ ๒๕
การลงโทษตามข้อ ๒๓ (๑) ให้กระทำได้โดยมติของ อ.ก.พ. วิสามัญ
ข้อ ๒๖
การสั่งตัดเงินกระเป๋ารายเดือนให้ผู้ดูแลนักเรียนสั่งตัดได้ไม่เกินร้อยละ
๒๕
ข้อ ๒๗
การตำหนิโทษเป็นลายลักษณ์อักษร ให้ผู้ดูแลนักเรียนมีอำนาจสั่งได้
เบ็ดเตล็ด
ข้อ ๒๘
ถ้านักเรียนป่วยจนไม่สามารถจะศึกษาต่อไปได้ให้ผู้ดูแลนักเรียนรายงานขอส่งตัวกลับประเทศไทย
เมื่อได้รับอนุมัติจาก อ.ก.พ. วิสามัญแล้ว ก็ให้ส่งตัวกลับได้
ข้อ ๒๙
นักเรียนประเภท ๑ ถ้าเล่าเรียนไม่สำเร็จภายในกำหนดดังกล่าวต่อไปนี้
ให้ส่งตัวกลับประเทศไทย โดยอนุมัติ อ.ก.พ. วิสามัญ
๑. ถ้าการศึกษาได้แบ่งการศึกษาออกเป็นภาคหรือชั้น
มีกำหนดให้สอบไล่สำหรับภาคหรือชั้นนั้น ๆ ในปลายปีของการศึกษา
นักเรียนจำต้องสอบไล่วิชาในภาคหรือชั้นนั้นให้ได้ในสมัยการสอบไล่ปลายปีการศึกษานั้น
ถ้าสอบตก ให้โอกาสเข้าสอบในสมัยต่อมาอีก ๑ สมัยแห่งการสอบปลายปี และถ้าสอบไม่ได้โดยไม่มีเหตุผลสมควรให้ส่งตัวกลับ
๒. ถ้าการศึกษามีการสอบไล่หนเดียวรวด
นักเรียนต้องเข้าสอบตามกำหนด ถ้ามีกำหนดเวลาให้เลือกได้ก็ให้เข้าสอบตามกำหนดเวลาซึ่งผู้ดูแลนักเรียนจะได้กำหนด
ในกรณีสอบไล่ตก
ถ้ามีโอกาสเข้าสอบซ้ำได้อีกก็ให้โอกาสเข้าสอบในสมัยต่อมาอีก ๑ สมัย ถ้าสอบไม่ได้โดยไม่มีเหตุผลสมควรให้ส่งตัวกลับ
แต่ถ้าไม่มีระเบียบให้โอกาสเข้าสอบซ้ำอีก
แต่มีระเบียบให้เรียนวิชาบางอย่างเพิ่มเติม เพื่อรับปริญญาธรรมดา
ก็ให้เรียนเพิ่มเติมได้ตามกำหนดเวลา ซึ่งผู้ดูแลนักเรียนจะได้กำหนดโดยอนุมัติแห่ง
อ.ก.พ.วิสามัญ ทั้งนี้
ไม่ให้เกินเวลา ๑ ปี
๓. การศึกษาที่สอบทีละวิชา
ถ้าสอบวิชานั้นไม่ได้ภายในกำหนดปกติ ซึ่งผู้ดูแลนักเรียนจะได้กำหนดโดยอนุมัติแห่ง
อ.ก.พ.วิสามัญ ก็ให้โอกาสเข้าสอบเฉพาะวิชานั้น ๆ ในสมัยแห่งการสอบต่อมาอีก ๑ ปี
และถ้าสอบไม่ได้ให้ส่งตัวกลับหรือถ้าผู้ดูแลนักเรียนเห็นว่าในการสอบไล่ตกครั้งที่
๒ นี้มีเหตุผลควรได้รับความผ่อนผันให้เข้าสอบเป็นคำรบ ๓ ก็ให้ผู้ดูแลนักเรียนเสนอขออนุมัติมายัง
อ.ก.พ. วิสามัญ และเมื่อได้รับอนุมัติแล้ว จึงให้อยู่เพื่อเข้าสอบเป็นคำรบ ๓ ได้
ข้อ ๓๐
ให้ผู้ดูแลนักเรียนสนใจตรวจตราให้นักเรียนศึกษาตามแนวการศึกษาที่กำหนดไว้ และให้ส่งรายงานการศึกษาตามที่กล่าวไว้ในข้อ
๑๓ และบัญชีค่าใช้จ่ายของนักเรียนไปยังสำนักงาน ก.พ. ๖ เดือนต่อครั้ง
วันที่ ๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๒
พลเอก ถ.
กิตติขจร
รองนายกรัฐมนตรี
รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ประธาน ก.พ.
[เอกสารแนบท้าย]
๑. Students Department
(ดูภาพจากข้อมูลกฎหมาย)
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๗๖/ตอนที่ ๓๙/หน้า ๗๓/๓๑ มีนาคม ๒๕๐๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).