พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
ว่าด้วยการตั้งข้าหลวงยุติธรรม
พุทธศักราช ๒๔๘๔
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร
ลงวันที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐)
อาทิตย์ทิพอาภา
พล.อ. พิชเยนทรโยธิน
ตราไว้ ณ วันที่ ๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๘๔
เป็นปีที่ ๘ ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยที่เห็นสมควรกำหนดจำนวน ตำแหน่งประจำและเขตอำนาจของข้าหลวงยุติธรรมเสียใหม่
คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓ วรรค ๑ แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม พุทธศักราช ๒๔๘๒ จึงให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการตั้งข้าหลวงยุติธรรม พุทธศักราช ๒๔๘๔
มาตรา ๒[๑] ให้ใช้พระราชกฤษฎีกานี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการตั้งข้าหลวงยุติธรรม พุทธศักราช ๒๔๘๓
มาตรา ๔ ให้มีตำแหน่งข้าหลวงยุติธรรม ๕ ตำแหน่ง ประจำอยู่ ณ จังหวัด ดังต่อไปนี้
(๑) ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๑ มีตำแหน่งประจำอยู่ ณ จังหวัดพระนคร
(๒)[๒] ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๒ มีตำแหน่งประจำอยู่ ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
(๓) ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๓ มีตำแหน่งประจำอยู่ ณ จังหวัดนครราชสีมา
(๔) ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๔ มีตำแหน่งประจำอยู่ ณ จังหวัดเชียงใหม่
(๕) ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๕ มีตำแหน่งประจำอยู่ ณ จังหวัดสงขลา
มาตรา ๕[๓] ให้ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๑ มีเขตอำนาจในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี (เฉพาะศาลแขวงและศาลจังหวัด) จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด จังหวัดพระตะบอง จังหวัดพิบูลสงคราม จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดนครปฐม จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
มาตรา ๖[๔] ให้ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๒ มีเขตอำนาจในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสระบุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดพิจิตร จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง และจังหวัดสุพรรณบุรี
มาตรา ๗ ให้ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๓ มีเขตอำนาจในจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครพนม จังหวัดเลย จังหวัดสกลนคร จังหวัดหนองคาย และจังหวัดนครจัมปาศักดิ์
มาตรา ๘[๕] ให้ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๔ มีเขตอำนาจในจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดลำพูน จังหวัดลำปาง จังหวัดน่าน จังหวัดแพร่ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดสุโขทัย จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดตาก และจังหวัดลานช้าง
มาตรา ๙ ให้ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๕ มีเขตอำนาจในจังหวัดสงขลา จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดชุมพร จังหวัดสตูล จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง จังหวัดพังงา และจังหวัดระนอง
มาตรา ๑๐ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการตั้งข้าหลวงยุติธรรม (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๖[๖]
วิภา/ตรวจ
๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
พัสสน/ผู้ตรวจ
๑๔ มกราคม ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๘/-/หน้า ๑๑๕๕/๑๑ กันยายน ๒๔๘๔
[๒] มาตรา ๔ (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการตั้งข้าหลวงยุติธรรม (ฉบับที่ ๒)พุทธศักราช ๒๔๘๖
[๓] มาตรา ๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการตั้งข้าหลวงยุติธรรม (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๖
[๔] มาตรา ๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการตั้งข้าหลวงยุติธรรม (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๖
[๕] มาตรา ๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการตั้งข้าหลวงยุติธรรม (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๖
[๖] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๖๐/ตอนที่ ๑๕/หน้า ๕๖๐/๑๖ มีนาคม ๒๔๘๖
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).