ข้อ ๒๕ ให้หน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นผู้รับอนุญาตผลิตกัญชงโดยการปลูกตามข้อ ๔ (๑) ปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) จัดให้มีป้ายแสดงไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ปลูกที่ได้รับอนุญาต โดยเป็นป้ายที่ทำจากวัตถุถาวรและมีข้อความเป็นตัวอักษรไทยที่มีขนาดเหมาะสม ระบุว่าเป็นสถานที่ผลิตกัญชง แสดงเลขที่ใบอนุญาต ชื่อผู้รับอนุญาต และเวลาสิ้นสุดการอนุญาตตามใบอนุญาต
(๒) จัดให้มีการวิเคราะห์เพื่อหาปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol, THC) ในกัญชงที่ปลูกก่อนนำออกจากสถานที่ปลูกทุกครั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีหลักฐานแสดงรายละเอียดการวิเคราะห์นั้นซึ่งต้องเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่าสามปีนับแต่วันวิเคราะห์ ณ สถานที่ปลูกที่ได้รับอนุญาต ในกรณีที่พบปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol, THC) เกินกว่าที่คณะกรรมการกำหนด ให้ผู้รับอนุญาตแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อควบคุมการทำลายหรือดำเนินการอื่นตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๓) จัดให้มีฉลากและเอกสารกำกับกัญชง หรือคำเตือน หรือข้อควรระวังการใช้ที่ภาชนะหรือหีบห่อบรรจุกัญชงที่ผลิตขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา ๓๔/๑ (๓)
(๔) จัดให้มีการแยกเก็บกัญชงเป็นสัดส่วนจากยาหรือวัตถุอื่น และเก็บในที่ซึ่งมั่นคงแข็งแรงและมีกุญแจใส่ไว้ หรือเครื่องป้องกันอย่างอื่นที่มีสภาพเท่าเทียมกัน
(๕) ในกรณีที่กัญชงสูญหาย เสียหาย หรือถูกทำลายไม่ว่าด้วยเหตุใด ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้อนุญาตทราบโดยมิชักช้า
(๖) ปลูกกัญชงในสถานที่และพิกัดตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาต และจัดทำแนวเขตพื้นที่การเพาะปลูกที่เห็นได้ชัด
(๗) ใช้เมล็ดพันธุ์รับรองในการปลูกทุกครั้ง
(๘) จัดเตรียมสถานที่และควบคุมการปลูกตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๙) จัดให้มีการทำบัญชีรับจ่ายกัญชงตามที่ได้รับอนุญาต และเสนอรายงานต่อเลขาธิการทราบเป็นรายเดือนและรายปี ภายในสามสิบวันนับแต่วันสิ้นเดือนหรือสิ้นปี แล้วแต่กรณี บัญชีดังกล่าวให้เก็บรักษาไว้ภายในห้าปีนับแต่วันที่ลงรายการครั้งสุดท้ายในบัญชีและพร้อมที่จะแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทุกเวลาในขณะเปิดทำการ ทั้งนี้ บัญชีรับจ่ายและรายงานดังกล่าวให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา ๓๔/๔ วรรคสอง
(๑๐) แจ้งวันและเวลาการเก็บเกี่ยวกัญชงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนการเก็บเกี่ยวและให้ดำเนินการเก็บเกี่ยวโดยบันทึกวันและเวลาการเก็บเกี่ยวผลผลิต ปริมาณที่ผลิตได้ ในบัญชีและรายงานประจำเดือนเพื่อรายงานต่อเลขาธิการ
(๑๑) ดำเนินการตามแผนการผลิตหรือแผนการใช้ประโยชน์ตามข้อ ๗ (๖) ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการตามแผนการผลิตหรือแผนการใช้ประโยชน์ดังกล่าวได้ ให้แจ้งขอปรับแผนการผลิตหรือแผนการใช้ประโยชน์ต่อผู้อนุญาตเพื่อพิจารณา ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ปรากฏว่าไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่เลขาธิการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๑๒) จัดให้มีระบบติดตามและตรวจสอบย้อนกลับเพื่อควบคุมและกำกับดูแลให้เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต
ข้อ ๒๖ ให้ผู้รับอนุญาตผลิตกัญชงโดยการปลูก เพื่อการใช้ประโยชน์จากเส้นใยตามประเพณี วัฒนธรรม หรือวิถีชีวิต และใช้ในครอบครัวเท่านั้น ตามข้อ ๔ (๒) ปฏิบัติตามข้อ ๒๕ (๑) (๓) (๔) (๕) (๖) (๘) (๙) และ (๑๐)
การปลูกกัญชงตามวรรคหนึ่ง ในกรณีที่ไม่ได้ใช้เมล็ดพันธุ์รับรองต้องจัดให้มีการวิเคราะห์เพื่อหาปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol, THC) ในกัญชงที่ปลูกก่อนนำออกจากสถานที่ปลูกทุกครั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีหลักฐานแสดงรายละเอียดการวิเคราะห์นั้นซึ่งต้องเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับแต่วันวิเคราะห์ ณ สถานที่ปลูกที่ได้รับอนุญาต ในกรณีที่พบปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol, THC) เกินกว่าที่คณะกรรมการกำหนด ให้ผู้รับอนุญาตแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อควบคุมการทำลายหรือดำเนินการอื่นตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
กรณีใช้เมล็ดพันธุ์รับรอง ให้ผู้รับอนุญาตได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามวรรคสอง
ข้อ ๒๗ ให้ผู้รับอนุญาตผลิตกัญชงโดยการปลูก เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์หรืออุตสาหกรรมตามข้อ ๔ (๓) ปฏิบัติตามข้อ ๒๕ และให้แจ้งกำหนดการล่วงหน้าเป็นหนังสือต่อผู้อนุญาตไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนการขนส่งกัญชงตามที่ได้รับอนุญาต โดยระบุปริมาณ วันและเวลา ยานพาหนะ เส้นทางการขนส่ง และผู้ควบคุมการขนส่ง พร้อมทั้งนำใบแจ้งดังกล่าวและสำเนาใบอนุญาตผลิตกัญชงไปพร้อมการขนส่ง
กรณีการปลูกเพื่อการส่งออกตามที่ได้รับอนุญาต จะใช้เมล็ดพันธุ์รับรองหรือไม่ก็ได้
ข้อ ๒๘ ให้ผู้รับอนุญาตผลิตกัญชงโดยการปลูก เพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์ตามข้อ ๔ (๔) ปฏิบัติตามข้อ ๒๕ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๑) และ (๑๒)
ข้อ ๒๙ ให้ผู้รับอนุญาตผลิตกัญชงโดยการปลูก เพื่อประโยชน์ในการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย หรือปรับปรุงพันธุ์ ตามข้อ ๔ (๕) ปฏิบัติตามข้อ ๒๕ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๘) (๙) (๑๑) และ (๑๒) และให้แจ้งกำหนดการล่วงหน้าเป็นหนังสือต่อผู้อนุญาตไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนการขนส่งกัญชงตามที่ได้รับอนุญาต โดยระบุปริมาณ วันและเวลา ยานพาหนะ เส้นทางการขนส่ง และผู้ควบคุมการขนส่ง พร้อมทั้งนำใบแจ้งดังกล่าวและสำเนาใบอนุญาตผลิตกัญชงไปพร้อมการขนส่ง
ในกรณีที่ผู้ได้รับอนุญาตตามวรรคหนึ่งได้ปรับปรุงพันธุ์แล้วและประสงค์จะให้เป็นเมล็ดพันธุ์รับรองตามข้อ ๔ (๖) ให้ดำเนินการขอหนังสือรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยพันธุ์พืช และส่งสำเนาหนังสือรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนกับผลการวิเคราะห์เพื่อหาปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol, THC) ให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเพื่อเสนอคณะกรรมการพิจารณาประกาศให้เป็นเมล็ดพันธุ์รับรอง
ข้อ ๓๐ ให้ผู้รับอนุญาตผลิตกัญชงโดยการปลูก เพื่อประโยชน์ในการผลิตเมล็ดพันธุ์รับรองตามข้อ ๔ (๖) ปฏิบัติตามข้อ ๒๕ และปฏิบัติดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) แจ้งกำหนดการล่วงหน้าเป็นหนังสือต่อผู้อนุญาตไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนการขนส่งเมล็ดพันธุ์รับรองตามที่ได้รับอนุญาต โดยระบุปริมาณ วันและเวลา ยานพาหนะ เส้นทางการขนส่ง และผู้ควบคุมการขนส่ง พร้อมทั้งนำใบแจ้งดังกล่าวและสำเนาใบอนุญาตผลิตกัญชงไปพร้อมการขนส่ง
(๒) ส่งผลการวิเคราะห์เพื่อหาปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol, THC) จากกัญชงที่ปลูกให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป เพื่อพิจารณากำหนดให้เมล็ดพันธุ์รับรองนั้นยังคงเป็นเมล็ดพันธุ์รับรอง ในกรณีที่พบปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol, THC) เกินกว่าที่คณะกรรมการกำหนด ให้ผู้รับอนุญาตแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อควบคุมการทำลายหรือดำเนินการอื่นตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๓๑ ให้ผู้รับอนุญาตผลิตกัญชงที่มิใช่การปลูก เพื่อประโยชน์ตามข้อ ๔ (๑) และ (๓) หรือเพื่อประโยชน์ในการศึกษา วิเคราะห์ หรือวิจัย ปฏิบัติตามข้อ ๒๕ (๓) (๔) (๕) (๙) (๑๑) และ (๑๒) และปฏิบัติดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) จัดให้มีป้ายแสดงไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ผลิตที่ได้รับอนุญาต โดยเป็นป้ายที่ทำจากวัตถุถาวรและมีข้อความเป็นตัวอักษรไทยที่มีขนาดเหมาะสม ระบุว่าเป็นสถานที่ผลิตกัญชง แสดงเลขที่ใบอนุญาต ชื่อผู้รับอนุญาต และเวลาสิ้นสุดการอนุญาตตามใบอนุญาต
(๒) จัดให้มีการวิเคราะห์เพื่อหาปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol, THC) สารแคนนาบิไดออล (Cannabidiol, CBD) หรือสารประกอบอื่นในกัญชงที่ผลิตก่อนนำออกจากสถานที่ผลิตทุกครั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีหลักฐานแสดงรายละเอียดการวิเคราะห์นั้นซึ่งต้องเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่าสามปีนับแต่วันวิเคราะห์ ณ สถานที่ผลิตที่ได้รับอนุญาต ยกเว้นในกรณีเป็นการผลิตเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์อื่นซึ่งมิใช่กัญชง ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในกฎหมายว่าด้วยการนั้น
(๓) ผลิตและเก็บกัญชงในสถานที่ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต
ให้ผู้รับอนุญาตตามวรรคหนึ่งซึ่งจะขนส่งกัญชงเพื่อประโยชน์ตามข้อ ๔ (๓) หรือเพื่อประโยชน์ในการศึกษา วิเคราะห์ หรือวิจัย แจ้งกำหนดการล่วงหน้าเป็นหนังสือต่อผู้อนุญาตไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนการขนส่งกัญชงตามที่ได้รับอนุญาต โดยระบุปริมาณ วันและเวลา ยานพาหนะ เส้นทางการขนส่ง และผู้ควบคุมการขนส่ง พร้อมทั้งนำใบแจ้งดังกล่าวและสำเนาใบอนุญาตผลิตกัญชงไปพร้อมการขนส่ง
ข้อ ๓๒ ให้ผู้รับอนุญาตผลิตกัญชงเพื่อการปรุงยาสำหรับการรักษาโรคในผู้ป่วยเฉพาะราย เพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์ตามข้อ ๔ (๔) ปฏิบัติตามข้อ ๒๕ (๓) (๔) (๕) (๙) (๑๑) และ (๑๒) และปฏิบัติดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) จัดให้มีป้ายแสดงไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ปรุงยาที่ได้รับอนุญาต โดยเป็นป้ายที่ทำจากวัตถุถาวรและมีข้อความเป็นตัวอักษรไทยที่มีขนาดเหมาะสม ระบุว่าเป็นสถานที่ปรุงยา แสดงเลขที่ใบอนุญาต ชื่อผู้รับอนุญาต และเวลาสิ้นสุดการอนุญาตตามใบอนุญาต
(๒) ปรุงยาเฉพาะตำรับยาที่เสพได้ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา ๕๘
(๓) ติดตามประเมินประสิทธิผลและความปลอดภัย และรายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการใช้ ตามแบบและวิธีการที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๓๓ ให้ผู้รับอนุญาตผลิตตำรับยาที่มีกัญชงปรุงผสมอยู่ เพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์ตามข้อ ๔ (๔) ซึ่งไม่ใช่การปรุงยาสำหรับการรักษาโรคในผู้ป่วยเฉพาะราย ปฏิบัติตามข้อ ๒๕ (๓) (๔) (๕) (๙) (๑๑) และ (๑๒) และปฏิบัติดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) จัดให้มีป้ายแสดงไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ผลิตยาที่ได้รับอนุญาต โดยเป็นป้ายที่ทำจากวัตถุถาวรและมีข้อความเป็นตัวอักษรไทยที่มีขนาดเหมาะสม ระบุว่าเป็นสถานที่ผลิตยา แสดงเลขที่ใบอนุญาต ชื่อผู้รับอนุญาต และเวลาสิ้นสุดการอนุญาตตามใบอนุญาต
(๒) ผลิตยาเฉพาะตำรับยาที่เสพได้ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา ๕๘ และดำเนินการผลิตตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๓) จัดให้มีผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยด้านเภสัชกรรมไทย หรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ควบคุมการผลิตยาที่มีกัญชงเป็นสิ่งปรุงผสมอยู่ แล้วแต่กรณี
(๔) จัดให้มีการวิเคราะห์ยาที่ผลิตก่อนนำออกจากสถานที่ผลิตยาทุกครั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีหลักฐานแสดงรายละเอียดการวิเคราะห์นั้นซึ่งต้องเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่าสามปีนับแต่วันวิเคราะห์ ณ สถานที่ผลิตยาที่ได้รับอนุญาต
(๕) ติดตามประเมินประสิทธิผลและความปลอดภัย และรายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการใช้ ตามแบบและวิธีการที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๓๔ ให้ผู้รับอนุญาตนำเข้ากัญชงปฏิบัติตามข้อ ๒๕ (๔) (๕) (๙) และ (๑๒) และปฏิบัติดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) จัดให้มีป้ายแสดงไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานที่นำเข้าที่ได้รับอนุญาตโดยเป็นป้ายที่ทำจากวัตถุถาวรและมีข้อความเป็นตัวอักษรไทยที่มีขนาดเหมาะสม ระบุว่าเป็นสถานที่นำเข้ากัญชง แสดงเลขที่ใบอนุญาต ชื่อผู้รับอนุญาต และเวลาสิ้นสุดการอนุญาตตามใบอนุญาต
(๒) จัดให้มีใบรับรองของผู้ผลิตในต่างประเทศซึ่งแสดงรายละเอียดคุณลักษณะ รวมทั้งผลการวิเคราะห์คุณภาพกัญชงที่นำเข้า
(๓) จัดให้มีฉลากและเอกสารกำกับกัญชง หรือคำเตือน หรือข้อควรระวังการใช้ที่ภาชนะหรือหีบห่อบรรจุกัญชงที่นำเข้า ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา ๓๔/๒ (๓)
(๔) ดำเนินการตามแผนการนำเข้าหรือแผนการใช้ประโยชน์ตามข้อ ๗ (๖) ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการตามแผนการนำเข้าหรือแผนการใช้ประโยชน์ดังกล่าวได้ ให้แจ้งขอปรับแผนการนำเข้าหรือแผนการใช้ประโยชน์นั้นต่อผู้อนุญาตเพื่อพิจารณา ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ปรากฏว่าไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่เลขาธิการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๓๕ ให้ผู้รับอนุญาตส่งออกกัญชงปฏิบัติตามข้อ ๒๕ (๔) (๕) (๙) และ (๑๒) และปฏิบัติดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) จัดให้มีป้ายแสดงไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ส่งออกที่ได้รับอนุญาต โดยเป็นป้ายที่ทำจากวัตถุถาวรและมีข้อความเป็นตัวอักษรไทยที่มีขนาดเหมาะสม ระบุว่าเป็นสถานที่ส่งออกกัญชง แสดงเลขที่ใบอนุญาต ชื่อผู้รับอนุญาต และเวลาสิ้นสุดการอนุญาตตามใบอนุญาต
(๒) จัดให้มีใบรับรองของผู้ผลิตในประเทศซึ่งแสดงรายละเอียดคุณลักษณะ รวมทั้งผลการวิเคราะห์คุณภาพกัญชงที่ส่งออก
(๓) จัดให้มีฉลากและเอกสารกำกับกัญชง หรือคำเตือน หรือข้อควรระวังการใช้ที่ภาชนะหรือหีบห่อบรรจุกัญชงที่ส่งออก ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา ๓๔/๒ (๓)
(๔) ดำเนินการตามแผนการส่งออกตามข้อ ๗ (๖) ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการตามแผนการส่งออกดังกล่าวได้ ให้แจ้งขอปรับแผนการส่งออกนั้นต่อผู้อนุญาตเพื่อพิจารณาภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ปรากฏว่าไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่เลขาธิการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๓๖ ให้ผู้รับอนุญาตจำหน่ายกัญชงปฏิบัติตามข้อ ๒๕ (๔) (๕) (๙) และ (๑๒) และปฏิบัติดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) จัดให้มีป้ายแสดงไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานที่จำหน่ายที่ได้รับอนุญาต โดยเป็นป้ายที่ทำจากวัตถุถาวรและมีข้อความเป็นตัวอักษรไทยที่มีขนาดเหมาะสม ระบุว่าเป็นสถานที่จำหน่ายกัญชง แสดงเลขที่ใบอนุญาต ชื่อผู้รับอนุญาต และเวลาสิ้นสุดการอนุญาตตามใบอนุญาต
(๒) ดูแลให้มีฉลากและเอกสารกำกับกัญชง หรือคำเตือน หรือข้อควรระวังการใช้ที่ภาชนะหรือหีบห่อบรรจุกัญชงที่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าจัดทำขึ้นมิให้ชำรุดบกพร่อง
(๓) ดำเนินการตามแผนการจำหน่ายตามข้อ ๗ (๖) ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการตามแผนการจำหน่ายดังกล่าวได้ ให้แจ้งขอปรับแผนการจำหน่ายนั้นต่อผู้อนุญาตเพื่อพิจารณาภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ปรากฏว่าไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่เลขาธิการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(๔) จัดให้มีสำเนาใบอนุญาตจำหน่ายกัญชงไปพร้อมการขนส่งกัญชงตามที่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ การขนส่งยาที่มีกัญชงปรุงผสมอยู่ไม่ต้องจัดให้มีสำเนาใบอนุญาตดังกล่าว
ข้อ ๓๗ ให้ผู้รับอนุญาตมีไว้ในครอบครองซึ่งกัญชงปฏิบัติตามข้อ ๒๕ (๔) (๕) (๙) และ (๑๒) และปฏิบัติดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) จัดให้มีใบอนุญาตและสามารถแสดงใบอนุญาตนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เมื่อร้องขอ
(๒) ดูแลให้มีฉลากและเอกสารกำกับกัญชง หรือคำเตือน หรือข้อควรระวังการใช้ที่ภาชนะหรือหีบห่อบรรจุกัญชงที่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าจัดทำขึ้นมิให้ชำรุดบกพร่อง
(๓) ดำเนินการตามแผนการใช้ประโยชน์ตามข้อ ๗ (๖) ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการตามแผนการใช้ประโยชน์ดังกล่าวได้ ให้แจ้งขอปรับแผนการใช้ประโยชน์นั้นต่อผู้อนุญาตเพื่อพิจารณาภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ปรากฏว่าไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่เลขาธิการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๓๘ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่เกี่ยวข้องต้องการทราบปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol, THC) ในกัญชง ให้ส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ หากผลการตรวจวิเคราะห์ปรากฏว่ามีปริมาณสารดังกล่าวเกินกว่าที่คณะกรรมการกำหนด ให้ผู้ส่งตรวจแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อควบคุมการทำลายหรือดำเนินการอื่นตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เบ็ดเตล็ด
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).