พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม
(ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๖
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖
เป็นปีที่ ๖๘
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๐
แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๑๐ กระทรวงกลาโหม มีส่วนราชการ ดังต่อไปนี้
(๑) สำนักงานรัฐมนตรี
(๒) สำนักงานปลัดกระทรวง
(๓) กรมราชองครักษ์
(๔) หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์
(๕) กองทัพไทย
มาตรา ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๔/๑
แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑
มาตรา ๑๔/๑ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์มีหน้าที่วางแผน
อำนวยการ ประสานงาน บังคับบัญชา ควบคุม
และกำกับดูแลการปฏิบัติงานในการถวายอารักขาและถวายพระเกียรติองค์พระมหากษัตริย์
พระราชินี พระรัชทายาท และพระบรมวงศานุวงศ์
รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่ทางพระราชพิธีตามที่ได้รับมอบหมาย และรักษาความสงบเรียบร้อยภายในเขตพระราชฐาน
ตลอดจนวางแผน อำนวยการประสานงาน ดำเนินการ
และกำกับงานในหน้าที่ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยมีผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๒
แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๒๒ ให้สำนักงานปลัดกระทรวง กรมราชองครักษ์
หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ กองทัพไทย กองบัญชาการกองทัพไทย
กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เป็นนิติบุคคล
มาตรา ๖ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๒๓
แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๒๓ การแบ่งส่วนราชการของกระทรวงกลาโหมตามที่กำหนดในมาตรา
๑๐ (๑) (๒) (๓) และ (๔) และการแบ่งส่วนราชการของกองทัพไทยตามมาตรา ๑๗ (๑) (๒) (๓)
และ (๔) ออกเป็นส่วนราชการระดับรองลงไปและการกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการนั้น
ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
มาตรา ๗ ให้ยกเลิกความในวรรคห้าของมาตรา ๒๔
แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ
การปฏิบัติราชการ
หรือการปฏิบัติหน้าที่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะพึงปฏิบัติหรือดำเนินการตามกฎหมาย
ระเบียบ ข้อบังคับหรือคำสั่งใด ๆ หรือมติของสภากลาโหม
หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม
ปลัดกระทรวงกลาโหม สมุหราชองครักษ์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ
หรือผู้บัญชาการทหารอากาศ ทำการแทนในนามของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็ได้
และผู้รับมอบอำนาจดังกล่าวอาจมอบอำนาจให้ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นปฏิบัติราชการแทนต่อไปได้
ทั้งนี้
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
มาตรา ๘ ให้ยกเลิกความใน (๗) ของวรรคหนึ่งของมาตรา
๔๒ แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
(๗) รองสมุหราชองครักษ์ (อัตราจอมพล จอมพลเรือ
หรือจอมพลอากาศ จำนวนไม่เกินสามคน)
มาตรา ๙ ให้ยกเลิก (๒๕) ของวรรคหนึ่งของมาตรา ๔๒
แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑
มาตรา ๑๐ ให้โอนบรรดากิจการ อำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน
เงินงบประมาณ หนี้ สิทธิ ภาระผูกพัน ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ
และอัตรากำลังพลของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สำนักผู้บัญชาการทหารสูงสุด
กองบัญชาการกองทัพไทย
ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๑๑ ให้ข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานราชการ
ที่โอนไปตามมาตรา ๑๐ ดำรงตำแหน่งและได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง หรือค่าตอบแทน
รวมทั้งเงินประจำตำแหน่งไม่ต่ำกว่าเดิม
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ยิ่งลักษณ์
ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้มีหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์เป็นส่วนราชการในกระทรวงกลาโหม
มีฐานะเป็นนิติบุคคลและกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการดังกล่าว
รวมทั้งกำหนดให้การแบ่งส่วนราชการของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ออกเป็นส่วนราชการระดับรองลงไปและการกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการนั้น
ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
ตลอดจนปรับปรุงการมอบอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและองค์ประกอบของสภากลาโหมเสียใหม่
เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและสอดคล้องกับภารกิจของกระทรวงกลาโหมในปัจจุบัน
จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๑ พฤศจิกายน
๒๕๕๖
ณัฐพร/ผู้ตรวจ
๒๑ พฤศจิกายน
๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๑๐๙ ก/หน้า ๑/๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๖
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).