มาตรา ๕ เพื่อประโยชน์แห่งพระราชบัญญัตินี้
ทางน้ำชลประทานแบ่งออกเปน ๔ ประเภท คือ
ประเภท
๑
ทางน้ำที่ไช้ไนการส่ง ระบาย กัก หรือกั้นน้ำเพื่อการชลประทาน
ประเภท
๒
ทางน้ำที่ไช้ไนการคมนาคมแต่มีการชลประทานร่วมหยู่ด้วย ฉเพาะพายไนเขตที่ได้รับประโยชน์จากการชลประทาน
ประเภท
๓
ทางน้ำที่สงวนไว้ไช้ไนการชลประทาน
ประเภท
๔
ทางน้ำอันเปนอุปกรน์แก่การชลประทาน
ไห้รัถมนตรีประกาสไนราชกิจจานุเบกสาว่าทางน้ำไดเปนทางน้ำชลประทาน
และเปนประเภทได
มาตรา ๖ นายช่างชลประทานมีอำนาดไช้พื้นที่ดินที่ปราศจากสิ่งปลูกส้างซึ่งหยู่ไนเขตการชลประทานได้เปนครั้งคราวตามระยะเวลาที่จำเปนแก่การชลประทาน
โดยแจ้งเปนหนังสือไห้เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินนั้นซาบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
แต่ถ้ามีการเสียหายเกิดขึ้นต้องชดไช้ค่าสินไหมทดแทน
มาตรา ๗
ไนกรนีฉุกเฉินเพื่อป้องกันอันตรายอันอาดเกิดแก่การชลประทาน นายช่างชลประทานมีอำนาดที่จะไช้ที่ดินหรือสิ่งของของบุคคลไดๆไนที่ไกล้เคียงหรือไนบริเวนที่อาดเกิดอันตรายได้เท่าที่จำเปน
แต่ถ้ามีการเสียหายเกิดขึ้นต้องชดไช้ค่าสินไหมทดแทน
มาตรา ๘ รัถมนตรีมีอำนาดไห้เรียกเก็บค่าชลประทานจากเจ้าของที่ดินที่ได้รับประโยชน์จากการชลประทานไนเขตชลประทานได้ไนอัตราไม่เกินไร่ละห้าสิบสตางค์ต่อปี
โดยออกกดกะซวงกำหนดเขตที่ที่จะเรียกเก็บอัตราค่าชลประทานและการยกเว้น
ผู้ที่ต้องเสียค่าชลประทานมีหน้าที่ต้องนำค่าชลประทานไปชำระนะที่ว่าการอำเพอท้องที่
พายไนเวลาที่เจ้าพนักงานจะได้กำหนดโดยประกาสไห้ซาบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
มาตรา ๙ เพื่อไห้ได้รับประโยชน์จากการชลประทาน
ถ้าไม่สามารถจะทำได้โดยวิธีอื่น ไห้เจ้าของที่ดินที่หยู่ห่างทางน้ำหรือแหล่งน้ำไดมีสิทธิทำทางน้ำผ่านที่ดินของผู้อื่นได้
ไนเมื่อนายช่างชลประทาน ข้าหลวงประจำจังหวัด หรือนายอำเพอได้อนุญาตและกำหนดไห้โดยกว้างรวมทั้งที่ทิ้งดินด้วยไม่เกินสิบเมตร
แต่ต้องไช้ค่าสินไหมทดแทนไห้แก่เจ้าของและผู้ครอบครองที่ดินที่ทางน้ำนั้นผ่าน
ไนการที่จะไห้อนุญาตและกำหนดทางน้ำนั้น
ไห้คำนึงถึงประโยชน์ของเจ้าของและผู้ครอบครองที่ดินที่ทางน้ำผ่าน และไห้กำหนดไห้ทำตรงที่ที่จะเสียหายแก่เจ้าของและผู้ครอบครองที่ดินนั้นน้อยที่สุด
การก่อส้าง
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).