我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พุทธศักราช 2485 หมวด ๓

มาตรา ๑๓–มาตรา ๓๕共 23 條

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ อธิบดีมีอำนาดแต่งตั้งบุคคลที่มิไช่เจ้าหน้าที่ของกรมชลประทานไห้เปนเจ้าพนักงานมีอำนาดหน้าที่ฉเพาะดูแลรักสาเขตทางน้ำชลประทานและสิ่งก่อส้างได้ โดยประกาสไนราชกิจจานุเบกสา

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ รัถมนตรีมีอำนาดออกกดกะซวงเพื่อดำเนินการดังต่อไปนี้ ก. กำหนดการไช้เรือแพไนทางน้ำชลประทานประเภท ๑ และประเภท ๒ ข. กำหนดอัตราค่าบำรุงทางน้ำชลประทาน ซึ่งจะเรียกเก็บจากบันดาผู้ไช้เรือแพผ่านประตูน้ำไนทางน้ำนั้น แต่ต้องไม่เกินอัตราไนบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้ ค. กำหนดเครื่องมือและวิธีที่จะไช้ไนการจับสัตวน้ำตลอดจนกำหนดเขตหวงห้ามจับสัตวน้ำไนทางน้ำชลประทาน เพื่อป้องกันการเสียหายแก่การชลประทาน

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ พายไนบังคับแห่งมาตรา ๑๑ เพื่อประโยชน์แห่งการชลประทาน อธิบดีมีอำนาดปิด กั้น หรือเปิดน้ำ ขุด ซ่อม หรือดัดแปลงแก้ไขทางน้ำชลประทานทั้งหมด หรือแต่บางส่วนตามระยะเวลาที่จำเปน หรือจะจัดไห้มีสิ่งก่อส้างขึ้นไนทางน้ำนั้นก็ได้ และมีอำนาดวางระเบียบปติบัติเพื่อความปลอดภัยหรือเพื่อประโยชน์ของการชลประทานโดยประกาสการปิดหรือเปิดและระเบียบนี้ไนหนังสือพิมพ์รายวันและปิดไว้นะที่ชุมนุมชนไนท้องถิ่นตามแต่จะเห็นสมควนล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ไนกรนีฉุกเฉิน อธิบดีมีอำนาดดำเนินการตามความไนวัคก่อนไปก่อนประกาสได้

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ อธิบดีมีอำนาดที่จะห้าม จำกัด หรือกำหนดเงื่อนไขไนการไช้เรือ แพ การไช้น้ำ การระบายน้ำ หรือการอื่น ไนทางน้ำชลประทานประเภท ๔ โดยประกาสไนหนังสือพิมพ์รายวันและปิดไว้นะที่ชุมนุมชนไนท้องถิ่นตามแต่จะเห็นสมควน

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ กำนัน ผู้ไหย่บ้าน หรือเทสมนตรีไนท้องที่ซึ่งหยู่ไนเขตชลประทานมีหน้าที่ดูแลรักสาคันคลองและทางน้ำชลประทานอันหยู่ไนเขตท้องที่หรือเขตเทสบาลนั้น

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ อธิบดีมีอำนาดยกเว้นการเก็บค่าชลประทานแก่กำนัน ผู้ไหย่บ้าน และเทสมนตรี ตามที่บัญญัติไว้ไนมาตราก่อน หรือผู้ที่กำนัน ผู้ไหย่บ้าน หรือเทสมนตรีจะได้ระบุนามไห้เปนผู้ได้รับการยกเว้นแทนทั้งหมด หรือแต่บางส่วนไนอัตรา ดังต่อไปนี้ ก. กำนัน และเทสมนตรีคนละห้าสิบไร่ ข. ผู้ไหย่บ้าน คนละยี่สิบห้าไร่

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ไนการขุดซ่อมทางน้ำชลประทาน ถ้าไม่มีที่เททิ้งมูนดิน ก็ไห้มีอำนาดเททิ้งมูนดินไนที่ดินที่ไกล้เคียงได้ตามความจำเปน แต่ทั้งนี้ถ้าทำไห้เสียหายแก่พืชผลหรือสิ่งปลูกส้างซึ่งมีหยู่ไนขณะนั้นแล้ว ต้องไช้ค่าสินไหมทดแทน

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ เมื่อเจ้าพนักงานได้ส่งน้ำ ระบายน้ำ หรือสูบน้ำเข้าไปไนที่ดินแห่งไดเพื่อประโยชน์ไนการเพาะปลูก ห้ามมิไห้ผู้ไดปิดกั้นน้ำไว้ด้วยวิธีได ๆ จนเปนเหตุไม่ไห้น้ำไหลไปสู่ที่ดินไกล้เคียงหรือปลายทาง ถ้าเห็นสมควน เจ้าพนักงานหรือนายอำเพอหรือผู้ทำการแทนนายอำเพอมีอำนาดที่จะสั่งเปนหนังสือไห้เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินหรือผู้ทำการเพาะปลูก ไห้เปิดสิ่งที่ปิดกั้นน้ำไว้ตามที่จะกำหนดไห้หรือจัดการเปิดเสียเองก็ได้ ไนการนี้เจ้าพนักงานหรือนายอำเพอหรือผู้ทำการแทนนายอำเพอมีอำนาดเข้าไปไนที่ดินแห่งหนึ่งแห่งได เพื่อตรวดและจัดการดังกล่าวแล้ว

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ เมื่อเจ้าพนักงานได้ส่งน้ำหรือสูบน้ำเข้าไปไนที่ดินแห่งไดเพื่อประโยชน์ไนการเพาะปลูก เจ้าพนักงานหรือนายอำเพอหรือผู้ทำการแทนนายอำเพอมีอำนาดสั่งไห้เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินหรือผู้ทำการเพาะปลูกบนพื้นที่ดินพายไนบริเวนที่จะได้รับน้ำนั้นกะทำหย่างหนึ่งหย่างไดพายไนระยะเวลาที่จะได้กำหนดไห้ เพื่อกักน้ำนั้นไว้ไม่ไห้ไหลไปเสียเปล่าจนเปนเหตุไห้ที่ดินข้างเคียงไม่ได้รับน้ำตามที่ควน

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินรายไดไม่ปติบัติตามความที่บัญญัติไนมาตรา ๒๐ วัค ๑ หรือไม่ปติบัติตามคำสั่งตามความไนมาตรา ๒๐ วัค ๒ หรือมาตรา ๒๑ นอกจากจะถูกลงโทสตามที่บัญญัติไว้ไนพระราชบัญญัตินี้แล้ว เจ้าพนักงานมีอำนาดที่จะจัดหาแรงงานเข้าทำแทน และคิดค่าจ้างแรงงานตามอัตราไนท้องถิ่นจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินนั้นได้แล้วแต่กรนี

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ห้ามมิไห้ผู้ไดเพาะปลูกหรือปลูกส้างสิ่งหนึ่งสิ่งไดไนทางน้ำชลประทาน หรือรุกล้ำทางน้ำชลประทาน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเปนหนังสือจากนายช่างชลประทาน

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ถ้ามีต้นไม้ไนที่ดินของผู้ไดรุกล้ำทางน้ำชลประทานหรือทำไห้เสียหายแก่ทางน้ำชลประทาน ไห้เจ้าพนักงานมีอำนาดสั่งไห้เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินนั้นตัดหรือนำต้นไม้นั้นไปไห้พ้นเสียได้

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ห้ามมิไห้ผู้ไดกะทำหย่างหนึ่งหย่างไดอันเปนการกีดขวางแก่ทางน้ำชลประทาน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเปนหนังสือจากเจ้าพนักงานเปนการชั่วคราว

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ ห้ามมิไห้ผู้ไดกะทำหย่างหนึ่งหย่างไดอันเปนเหตุไห้น้ำไนทางน้ำชลประทานรั่วไหล เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเปนหนังสือจากเจ้าพนักงาน

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ ห้ามมิไห้ผู้ไดนำหรือปล่อยสัตวพาหนะลงไปไนทางน้ำชลประทานประเภท ๑ และประเภท ๒ หรือเหยียบย่ำคันคลอง ชานคลอง หรือบริเวนสิ่งก่อส้างอันเกี่ยวกับการชลประทาน เว้นแต่ไนที่ที่ได้กำหนดอนุญาตไว้หรือได้รับอนุญาตเปนหนังสือจากเจ้าพนักงาน

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ ห้ามมิไห้ผู้ไดทิ้งมูนฝอย ซากสัตว ซากพืช เถ้าถ่านหรือสิ่งปติกูลลงไนทางน้ำชลประทาน หรือทำไห้น้ำเปนอันตรายแก่การเพาะปลูก หรือการบริโภค

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ ห้ามมิไห้ผู้ไดทำไห้ประตูน้ำ ฝาย เขื่อนระบาย ประตูระบาย ท่อน้ำ ท่อเชื่อม สพานทางน้ำ ปูม เสา หรือสายโทรสัพท์ ที่ไช้ไนการชลประทานเสียหายจนอาดเกิดอันตรายหรือขัดข้องแก่การไช้สิ่งที่กล่าวนั้น

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ ห้ามมิไห้ผู้ไดกะทำการหย่างหนึ่งหย่างไดอันจะทำไห้เสียหายแก่คันคลอง ชานคลอง ทำนบ พนัง หรือหมุดระดับหลักถานที่ไช้ไนการชลประทาน

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ ห้ามมิไห้ผู้ไดกะทำการหย่างหนึ่งหย่างไดอันจะเปนการกีดขวางแก่แนวทางที่ได้สำหรวดไว้ หรือเขตงาน หรือทำไห้แนวทางที่ได้สำหรวดไว้ หรือหมุดหมายสแดงเขตงานคลาดเคลื่อนหรือสูญหาย

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ ห้ามมิไห้ผู้ได นอกจากเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ ปิดหรือเปิดประตูน้ำ เขื่อนระบาย ประตูระบาย ท่อน้ำ ท่อเชื่อม สพานทางน้ำ หรือปูม

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ ห้ามมิไห้ผู้ได นอกจากนายช่างชลประทานหรือผู้ที่ได้รับอนุมัติจากอธิบดี ทำการแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือรื้อถอนบันดาสิ่งก่อส้างอันเกี่ยวกับการชลประทาน

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔ ห้ามมิไห้ผู้ไดขุด ลอก ทางน้ำชลประทานอันจะทำไห้เสียหายแก่การชลประทานหรือปิดกั้นทางน้ำชลประทาน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดี

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ เจ้าพนักงานมีอำนาดสั่งห้ามมิไห้ผู้ไดชักหรือไช้น้ำไนทางน้ำชลประทานไนเมื่อเห็นว่าจะเปนเหตุที่จะก่อไห้เกิดการเสียหายแก่ผู้อื่น บทกำหนดโทส

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).