法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2502 พ.ศ. 2547

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

พระราชกำหนด

พระราชกำหนด

แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุน

อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

พ.ศ. ๒๕๐๒

พ.ศ.

๒๕๔๗

ภูมิพลอดุลยเดช

ป.ร.

ให้ไว้

ณ วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๗

เป็นปีที่

๕๙ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

พระราชกำหนดนี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา

๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑๘

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชกำหนดขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกำหนดนี้เรียกว่า “พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

พ.ศ. ๒๕๐๒ พ.ศ. ๒๕๔๗”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑]

พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๕

การควบกิจการหรือโอนกิจการ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ และมาตรา ๓๔

แห่งพระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๐๒

“หมวด

การควบกิจการหรือโอนกิจการ

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ ในหมวดนี้

“ธนาคารพาณิชย์” หมายความว่า

ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์

“สถาบันการเงิน” หมายความว่า

สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗

บรรษัทอาจควบกิจการกับธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงิน

หรือโอนกิจการของบรรษัททั้งหมดให้แก่ธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินได้

โดยที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

เพื่อประโยชน์ในการควบกิจการหรือโอนกิจการ

บรรษัทอาจลดทุนได้โดยมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นเช่นเดียวกับวรรคหนึ่ง

และมิให้นำความในวรรคสองของมาตรา ๗

เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการห้ามลดทุนมาใช้บังคับ

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ ให้นำความในมาตรา ๓๘ ตรี มาตรา ๓๘ จัตวา

มาตรา ๓๘ เบญจ

มาตรา ๓๘ เบญจ มาตรา ๓๘ ฉ และมาตรา ๓๘ สัตต แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์

พ.ศ. ๒๕๐๕

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์

พ.ศ. ๒๕๐๕ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๑ มาใช้บังคับแก่การดำเนินการเพื่อควบกิจการหรือโอนกิจการของบรรษัท

แล้วแต่กรณี โดยอนุโลม

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ คณะกรรมการต้องส่งมอบกิจการ ทรัพย์สิน

บัญชี เอกสารและหลักฐานต่างๆ

ของบรรษัทให้แก่คณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินใหม่ซึ่งควบกัน

หรือแก่คณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินที่รับโอนกิจการ แล้วแต่กรณี

ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบรรษัท

ธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินที่ควบกิจการเข้ากันหรือรับโอนกิจการรายหนึ่งรายใดได้ลงมติให้ควบกิจการหรือโอนกิจการหรือรับโอนกิจการกันเป็นรายหลังสุด

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ ในกรณีที่เป็นการควบกิจการเป็นธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินใหม่ให้คณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินใหม่ซึ่งควบกันแล้วยื่นขอจดทะเบียนการควบกิจการภายในยี่สิบเอ็ดวันนับแต่วันที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบรรษัท

ธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินที่ควบกิจการเข้ากันรายหนึ่งรายใด ได้ลงมติให้ควบกิจการกันเป็นรายหลังสุด

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ ให้นำความในหมวด ๑๒ การควบบริษัท

แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕

มาใช้บังคับแก่การดำเนินการเพื่อควบกิจการของบรรษัทโดยอนุโลม ทั้งนี้

เว้นแต่ที่ได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้วในหมวดนี้

ให้นำความในมาตรา ๑๔๖ วรรคสอง และมาตรา ๑๕๓

แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕

มาใช้บังคับแก่การดำเนินการเพื่อโอนกิจการของบรรษัทโดยอนุโลม

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒

ให้ลูกจ้างของบรรษัทที่มีอยู่ก่อนวันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนการควบกิจการหรือก่อนวันที่โอนกิจการ

เป็นลูกจ้างของธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินใหม่ซึ่งควบกัน

หรือของธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินที่รับโอนกิจการ แล้วแต่กรณี

ให้ลูกจ้างตามวรรคหนึ่งได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง

และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ไม่น้อยกว่าที่เคยได้รับอยู่เดิม

กับให้ถือว่าเวลาการทำงานของลูกจ้างดังกล่าวในบรรษัทเป็นเวลาการทำงานในธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินใหม่ซึ่งควบกัน

หรือธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินที่รับโอนกิจการ

แล้วแต่กรณีโดยไม่ถือว่าการเปลี่ยนสภาพจากบรรษัทเป็นธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินดังกล่าวเป็นการเลิกจ้าง

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓

ในกรณีที่กระทรวงการคลังได้ค้ำประกันเงินกู้ของบรรษัทอยู่ก่อนวันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนการควบกิจการหรือก่อนวันที่บรรษัทโอนกิจการเสร็จสิ้น

ให้กระทรวงการคลังมีอำนาจค้ำประกันเงินกู้นั้นต่อไปจนกว่าจะครบกำหนดอายุตามสัญญาค้ำประกัน

โดยอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการค้ำประกันก็ได้ เว้นแต่จะมีการตกลงกับเจ้าหนี้ให้ลดหรือปลดเปลื้องภาระการค้ำประกันของกระทรวงการคลังนั้น

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔

เมื่อได้ดำเนินการควบกิจการหรือโอนกิจการของบรรษัทเสร็จสิ้น

ให้พระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๐๒

และที่แก้ไขเพิ่มเติมเป็นอันยกเลิก

เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนการควบกิจการของบรรษัทกับธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินแล้ว

หรือเมื่อบรรษัทได้โอนกิจการเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษาแสดงการควบกิจการหรือโอนกิจการของบรรษัทเสร็จสิ้น”

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พันตำรวจโท

ทักษิณ ชินวัตร

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ

โดยที่ปัจจุบันสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

จำเป็นต้องพัฒนาและส่งเสริมให้ระบบสถาบันการเงินของประเทศมีความเข้มแข็งและมั่นคงยิ่งขึ้น

จึงจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

พ.ศ. ๒๕๐๒

เพื่อให้บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยสามารถควบกิจการกับธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินหรือโอนกิจการทั้งหมดให้แก่ธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินได้

ซึ่งจะทำให้สามารถนำความเชี่ยวชาญและความสามารถในการพัฒนาและส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมของบรรษัทมารวมกับธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินที่มีแหล่งเงินทุนและมีความสามารถในการดำเนินธุรกิจการพาณิชย์ที่หลากหลาย

อันจะมีผลทำให้เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันการเงินที่จะสนับสนุนให้เกิดความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมขึ้นได้

และโดยที่การดำเนินการดังกล่าวต้องกระทำให้แล้วเสร็จโดยรวดเร็ว

โดยมีความชัดเจนแน่นอนในการดำเนินการ

เพื่อมิให้กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในสถานะการดำเนินกิจการของบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสถาบันการเงินอื่น

รวมทั้งเป็นการรักษาเสถียรภาพทางการเงินของประเทศมิให้เกิดความเสียหายด้วย

จึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้

วศิน/ผู้จัดทำ

มกราคม ๒๕๕๒

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๗ ก/หน้า ๑/๓ มีนาคม ๒๕๔๗

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2502 พ.ศ. 2547 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_23b1804afcf2ceb7

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com