พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
เบี้ยประชุมและค่าตอบแทนที่ปรึกษาซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง
พ.ศ. ๒๕๒๓
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๓
เป็นปีที่ ๓๕ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนที่ปรึกษาซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕๙
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ
ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนที่ปรึกษาซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง พ.ศ.
๒๕๒๓
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่
๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๓ เป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิก
(๑)
พระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนที่ปรึกษาซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง พ.ศ. ๒๕๑๙
(๒)
พระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนที่ปรึกษาซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๐
มาตรา ๔ ในพระราชกฤษฎีกานี้
คณะที่ปรึกษา หมายความว่า
คณะที่ปรึกษาหรือคณะกรรมการที่นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล แต่งตั้งตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
ที่ปรึกษา หมายความว่า
ที่ปรึกษาในคณะที่ปรึกษา หรือกรรมการในคณะกรรมการที่นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล
แต่งตั้งตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
มาตรา ๕ ให้ที่ปรึกษาได้รับเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนเป็นรายครั้งเฉพาะครั้งที่มาประชุม
ตามอัตราที่นายกรัฐมนตรีกำหนดแต่ต้องไม่เกินอัตราท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๖ ให้อนุกรรมการซึ่งคณะที่ปรึกษาแต่งตั้ง
ได้รับเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนเป็นรายครั้งเฉพาะครั้งที่มาประชุม
ตามอัตราที่นายกรัฐมนตรีกำหนดแต่ต้องไม่เกินอัตราท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๗ ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีมิได้กำหนดเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนให้แก่ที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการซึ่งคณะที่ปรึกษาแต่งตั้งตามมาตรา
๕ หรือมาตรา ๖ ให้ที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการซึ่งคณะที่ปรึกษาแต่งตั้งได้รับเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนในอัตราสูงสุดที่กำหนดไว้ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๘ ที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการซึ่งมิได้เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างของทางราชการ
หรือพนักงานหรือลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ
ให้ได้รับเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่าของอัตราเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนที่ผู้นั้นมีสิทธิได้รับ
มาตรา ๙ ประธานคณะที่ปรึกษาและประธานคณะอนุกรรมการให้ได้รับเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งในสี่ของอัตราเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการที่ผู้นั้นมีสิทธิได้รับ
มาตรา ๑๐ เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการของคณะที่ปรึกษาหรือคณะอนุกรรมการ
ให้ได้รับเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนเช่นเดียวกับที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการ แล้วแต่กรณี
และถ้าที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการผู้ใดเป็นเลขานุการหรือผู้ช่วยเลขานุการด้วย ให้เบิกเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนได้เพียงตำแหน่งเดียว
เลขานุการในคณะที่ปรึกษาหรือคณะอนุกรรมการ
ให้มีสิทธิได้รับเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนไม่เกินหนึ่งคน
และผู้ช่วยเลขานุการในคณะที่ปรึกษาหรือคณะอนุกรรมการ ให้มีสิทธิได้รับเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนไม่เกินสองคน
มาตรา ๑๑ ที่ปรึกษาในคณะที่ปรึกษาคณะหนึ่ง
หรืออนุกรรมการในคณะอนุกรรมการคณะหนึ่ง
ให้ได้รับเบี้ยประชุมเพียงครั้งเดียวในวันหนึ่ง
มาตรา ๑๒
การเบิกเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนจะเบิกจ่ายจากส่วนราชการเจ้าสังกัดหรือส่วนราชการผู้เป็นเจ้าของเรื่อง
ให้เป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีกำหนด
มาตรา ๑๓
ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก
ป. ติณสูลานนท์
นายกรัฐมนตรี
อัตราเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนที่ปรึกษาและอนุกรรมการ
ที่ปรึกษา ครั้งละไม่เกิน ๒๐๐ บาท
อนุกรรมการ ครั้งละไม่เกิน ๑๕๐ บาท
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนที่ปรึกษาซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง
พ.ศ. ๒๕๑๙ มีบทบัญญัติเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การจ่ายเงิน
วิธีการเบิกจ่ายและอัตราการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนที่ปรึกษายังไม่เหมาะสม
สมควรปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๗/ตอนที่ ๙๘/ฉบับพิเศษ
หน้า ๗/๒๗ มิถุนายน ๒๕๒๓
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).