พระราชกฤษฎีกา
ให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้
พุทธศักราช ๒๔๗๖ ในบริเวณเขตเพลิงไหม้ที่ตำบลไม้เรียง
อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช
พ.ศ. ๒๕๒๒
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่
๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๒
เป็นปีที่ ๓๔
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรควบคุมการก่อสร้างในบริเวณเขตเพลิงไหม้
ที่ตำบลไม้เรียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเกิดเพลิงไหม้เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน
พ.ศ. ๒๕๒๑
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๑๕๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้
พุทธศักราช ๒๔๗๖ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้
พุทธศักราช ๒๔๗๖ ในบริเวณเขตเพลิงไหม้ ที่ตำบลไม้เรียง
อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ. ๒๕๒๒
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้
พุทธศักราช ๒๔๗๖ ในบริเวณเขตเพลิงไหม้ที่ตำบลไม้เรียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช
ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๔
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ส. โหตระกิตย์
รองนายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างในเขตเพลิงไหม้
พุทธศักราช ๒๔๗๖ ในบริเวณเขตเพลิงไหม้ ที่ตำบลไม้เรียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช
พ.ศ. ๒๕๒๒
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้เกิดเพลิงไหม้ภายในเขตสุขาภิบาลไม้เรียง
ตำบลไม้เรียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๑ และสมควรให้มีการควบคุมการก่อสร้างภายในบริเวณเขตเพลิงไหม้
ทั้งนี้ เพื่อจะได้ป้องกันและระงับอัคคีภัย
เพื่อความมั่นคงแข็งแรง และเพื่อประโยชน์ในการอนามัยและการผังเมือง จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้น
โชติกานต์/จัดทำ
๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๓
อรญา/ตรวจ
๓ กันยายน ๒๕๖๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๙๖/ตอนที่ ๒๔/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๕/๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).