พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
โอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์
วัดนางชี
ตำบลบ้านหีบ
อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ให้แก่กรมชลประทาน
พ.ศ. ๒๕๕๖
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๖
เป็นปีที่ ๖๘
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ วัดนางชี ตำบลบ้านหีบ
อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้แก่กรมชลประทาน
เพื่อก่อสร้างคลองระบายน้ำสายใหญ่ป่าสักใต้
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
และมาตรา ๓๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ วัดนางชี ตำบลบ้านหีบ อำเภออุทัย
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้แก่กรมชลประทาน พ.ศ. ๒๕๕๖
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ วัดนางชี
ตำบลบ้านหีบ อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื้อที่ ๑ ไร่ ๑๙ ตารางวา
ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ ให้แก่กรมชลประทาน
มาตรา ๔ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ยิ่งลักษณ์
ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ วัดนางชี ตำบลบ้านหีบ
อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้แก่กรมชลประทาน พ.ศ. ๒๕๕๖
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากกรมชลประทานได้ก่อสร้างคลองระบายน้ำสายใหญ่ป่าสักใต้ เพื่อประโยชน์แก่การชลประทานตามโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครหลวงที่ตำบลบ้านหีบ
อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และได้ทำการสำรวจแล้วปรากฏว่า
แนวเขตคลองระบายน้ำสายนี้ ตอน กม. ที่ ๒๖ + ๙๐๐ ถูกที่ธรณีสงฆ์ วัดนางชี
ตำบลบ้านหีบ อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื้อที่ ๑ ไร่ ๑๙ ตารางวา
ตามโฉนดที่ดิน เลขที่ ๖๒๒๗
ซึ่งกรมชลประทานได้ติดต่อกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เพื่อขอโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ดังกล่าวให้แก่กรมชลประทานและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้นำเสนอมหาเถรสมาคมพิจารณาแล้วไม่ขัดข้อง
และวัดนางชีได้รับค่าผาติกรรมจากกรมชลประทานแล้ว
สมควรโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ดังกล่าวให้แก่กรมชลประทาน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๓ มิถุนายน
๒๕๕๖
เอกฤทธิ์/ผู้ตรวจ
๑๖ มิถุนายน
๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๕๐ ก/หน้า ๑๔/๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๖
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).