ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยทับมอญ
ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยทับมอญ
เรื่อง
การขุดดินและถมดิน
พ.ศ. ๒๕๕๖[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗๑
แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ๕)
พ.ศ. ๒๕๔๖ ประกอบกับมาตรา ๗ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓
อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยทับมอญ
โดยความเห็นชอบจากสภาองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยทับมอญและนายอำเภอเขาชะเมา
จึงตราข้อบัญญัติไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า
ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยทับมอญ เรื่อง การขุดดิน และถมดิน พ.ศ.
๒๕๕๖
ข้อ ๒ ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยทับมอญตั้งแต่วันประกาศโดยเปิดเผย
ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยทับมอญแล้วเจ็ดวัน
ข้อ ๓ ในข้อบัญญัตินี้
ดิน หมายความรวมถึง หิน กรวด
หรือทราย และอินทรียวัตถุต่าง ๆ ที่เจือปนกับดิน
พื้นดิน หมายความว่า
พื้นผิวของดินที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติ
ขุดดิน หมายความว่า
การกระทำแก่พื้นดินเพื่อนำดินขึ้นมาจากพื้นดิน หรือทำให้พื้นดินเป็นบ่อ
บ่อดิน หมายความว่า แอ่ง บ่อ
สระ หรือช่องว่างใต้พื้นดินที่เกิดจากการขุดดิน
ถมดิน หมายความว่า การกระทำใด
ๆ ต่อดินหรือพื้นดินเพื่อให้ระดับดินสูงขึ้นกว่าเดิม
เนินดิน หมายความว่า
ดินที่สูงขึ้นกว่าระดับพื้นดินโดยการถมดิน
แผนผังบริเวณ หมายความว่า
แผนที่แสดงสภาพของที่ดิน ที่ตั้ง และขอบเขตของที่ดิน ที่จะขุดดินหรือถมดิน
รวมทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอยู่ข้างเคียง
รายการ หมายความว่า
ข้อความชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับชนิดของดิน ความลึกของบ่อดินที่จะขุดดิน
หรือความสูงของเนินดินที่จะถมดิน
ความลาดเอียงของบ่อดินหรือเนินดินระยะห่างจากขอบบ่อดินหรือเนินดินถึงที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างของบุคคลอื่น
วิธีการป้องกันการพังทลายของดินหรือสิ่งปลูกสร้าง และวิธีการในการขุดดินหรือถมดิน
เจ้าพนักงานท้องถิ่น หมายความว่า
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยทับมอญ
พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า
ผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามข้อบัญญัตินี้
ข้อ ๔ ห้ามผู้ใดทำการขุดดินหรือถมดินบริเวณเขตองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยทับมอญ
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อน
ข้อ ๕ การขุดดินหรือถมดินให้มีความสัมพันธ์ของความลาดเอียงของบ่อดินหรือเนินดิน
ไม่น้อยกว่า ๑ ต่อ ๒
ข้อ ๖ ผู้ใดที่จะถมดิน
ต้องหาวิธีการป้องกันการพังทลายของดินหรือสิ่งปลูกสร้างไม่ให้รบกวนหรือก่อเหตุเดือดร้อนแก่ที่ดินข้างเคียง
ข้อ ๗ ให้ผู้ที่จะขุดดินหรือถมดินกำหนดวิธีการ
ให้ความคุ้มครองและความปลอดภัยแก่คนงานของตนและบุคคลภายนอก
ข้อ ๘ ผู้ใดประสงค์จะทำการขุดดินโดยมีความลึกจากระดับพื้นดินเกินสามเมตร
หรือมีพื้นที่ปากบ่อดินเกินหนึ่งหมื่นตารางเมตร
หรือมีความลึกหรือพื้นที่ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดให้แจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด
โดยยื่นเอกสารแจ้งข้อมูลตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด
ข้อ ๙ การขุดบ่อน้ำใช้ที่มีพื้นที่ปากบ่อไม่เกินสี่ตารางเมตร
ผู้ขุดดินไม่ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น
ข้อ ๑๐ การขุดดินโดยมีความลึกจากระดับพื้นดินไม่เกินสามเมตร
เมื่อจะขุดดินใกล้แนวเขตที่ดินของผู้อื่นในระยะน้อยกว่าสองเท่าของความลึกของบ่อดินที่จะขุดดิน
ต้องจัดการป้องกันการพังทลายของดินตามวิสัยที่ควรกระทำ
ข้อ ๑๑ ในการขุดดิน
ถ้าพบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ซากดึกดำบรรพ์
หรือแร่ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจหรือทางการศึกษาทางด้านธรณีวิทยา
ให้ผู้ขุดดินหยุดการขุดดินในบริเวณนั้นไว้ก่อนแล้วรายงานให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่พบ
และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแจ้งให้กรมศิลปากรหรือกรมทรัพยากรธรณี แล้วแต่กรณี
ทราบโดยด่วน ในกรณีเช่นนี้ให้ผู้ขุดดินปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
ข้อ ๑๒ ผู้ใดประสงค์จะทำการถมดิน
โดยมีความสูงของเนินดินเกินกว่าระดับที่ดินต่างเจ้าของที่อยู่ข้างเคียงและมีพื้นที่เนินดินไม่เกินสองพันตารางเมตร
หรือมีพื้นที่ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด
ต้องจัดให้มีการระบายน้ำเพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่เจ้าของที่ดินที่อยู่ข้างเคียงหรือบุคคลอื่น
พื้นที่ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดตามวรรคหนึ่ง
ต้องไม่เกินสองพันตารางเมตร
การถมดินที่มีพื้นที่เกินสองพันตารางเมตร
หรือพื้นที่ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดนอกจากจะจัดให้มีการระบายน้ำตามวรรคหนึ่งแล้ว
ต้องแจ้งการถมดินนั้นต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด
ข้อ ๑๓ ผู้ใดได้รับความเสียหายหรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าอาจได้รับความเสียหายจากการขุดดินหรือถมดิน
มีสิทธิร้องขอให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้หยุดการขุดดินและถมดินนั้นได้
ข้อ ๑๔ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจไปตรวจสอบสถานที่ที่มีการขุดดินหรือถมดินในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกหรือในระหว่างเวลาทำการ
และให้ผู้ขุดดิน ผู้ถมดิน หรือตัวแทนหรือเจ้าของที่ดินอำนวยความสะดวกตามสมควร
ข้อ ๑๕ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าการขุดดินหรือการถมดินได้ก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลอื่น
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้มีคำสั่ง ให้ผู้ขุดดิน
ผู้ถมดิน หรือเจ้าของที่ดินหยุดการขุดดินหรือถมดิน
หรือจัดการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
หรือจัดการแก้ไขการขุดดินหรือถมดินนั้นแล้วแต่กรณี
และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือตามที่เห็นว่าจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับความเสียหายนั้นได้
ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ขุดดิน
ผู้ถมดิน หรือเจ้าของที่ดินหยุดการขุดดินหรือการถมดิน
หรือจัดการแก้ไขการขุดดินหรือการถมดินนั้น ตามที่เห็นว่าจำเป็นได้แล้ว
รายงานให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบทันที
ข้อ ๑๖ ผู้ขุดดิน
ผู้ถมดิน หรือเจ้าของที่ดิน
ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว
ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่ง
ข้อ ๑๗ ผู้ใดกระทำการขุดดินหรือถมดิน
โดยไม่ปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้ให้ได้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนด
ข้อ ๑๘ ผู้ใดขุดดินหรือถมดินอันมีลักษณะที่ต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามข้อบัญญัตินี้ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน
พ.ศ. ๒๕๔๓ ใช้บังคับ
ให้ดำเนินการตามข้อบัญญัตินี้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน
พ.ศ. ๒๕๔๓ มีผลบังคับในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยทับมอญ
ข้อ ๑๙ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการขุดดินและถมดินให้เป็นไปตามกฎกระทรวงและ
ให้เป็นรายได้ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยทับมอญ
ข้อ ๒๐ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยทับมอญเป็นผู้รักษาการตามข้อบัญญัตินี้
และให้มีอำนาจออกข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่ง
เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๖
สมพร พันธ์เฉลิมชัย
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยทับมอญ
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๖ มกราคม ๒๕๕๗
โชติกานต์/ผู้ตรวจ
๖ มกราคม ๒๕๕๗
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๑๓๖ ง/หน้า ๒๐๔/๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๖
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).