法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

localOrdinance

เทศบัญญัติของเทศบาลตำบลโนนสูง เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2509

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
80
มาตรา อารัมภบท

เทศบัญญัติของเทศบาลตำบลโนนสูง

เทศบัญญัติของเทศบาลตำบลโนนสูง

เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร

พ.ศ.

๒๕๐๙

โดยอนุมัติของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ซึ่งอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร

พุทธศักราช ๒๔๗๙ เทศบาลตำบลโนนสูงตราเทศบัญญัติไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาเทศบาลตำบลโนนสูง

และโดยอนุมัติของผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ เทศบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “เทศบัญญัติ

เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๕๐๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

เทศบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเขตควบคุมการก่อสร้างอาคาร

ตามพระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พุทธศักราช ๒๔๗๙

ในเขตเทศบาลบางแห่ง พ.ศ. ๒๕๐๘

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓[๑]

ให้ใช้เทศบัญญัตินี้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

วิเคราะห์ศัพท์

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในเทศบัญญัตินี้

๑. “อาคารที่พักอาศัย”

หมายความว่า ตึก บ้าน โรง เรือน แพ

ซึ่งโดยปกติบุคคลอาศัยอยู่ทั้งกลางวันและกลางคืน

๒. “อาคารพาณิชย์”

หมายความว่า อาคารที่ใช้เพื่อประโยชน์แห่งการค้า

หรือโรงงานที่ใช้เครื่องจักรซึ่งเทียบได้ไม่เกิน ๕ แรงม้า

หรืออาคารที่ก่อสร้างตามแนวทางสาธารณะหรือทางซึ่งมีสภาพเป็นสาธารณะ

และอาจใช้พื้นที่อาคารแต่ละชั้นเพื่อประโยชน์แห่งการค้าได้

๓. “ห้องแถว”

หมายความว่า อาคารที่พักอาศัย หรืออาคารพาณิชย์

ซึ่งปลูกสร้างติดต่อกันเป็นแถวเกินกว่าสองห้องและประกอบด้วยวัตถุอันมิใช่วัตถุทนไฟเป็นส่วนใหญ่

๔. “ตึกแถว”

หมายความว่า อาคารที่พักอาศัย หรืออาคารพาณิชย์ ซึ่งปลูกสร้างติดต่อกันเป็นแถวเกินกว่าสองห้อง

และประกอบด้วยวัตถุถาวรและทนไฟเป็นส่วนใหญ่

๕. “โรงงานอุตสาหกรรม”

หมายความว่า อาคารที่ทำขึ้นเพื่อประกอบการอุตสาหกรรม

โดยใช้เครื่องจักรซึ่งเทียบได้เกินกว่า ๕ แรงม้าขึ้นไปเป็นปัจจัย

๖. “อาคารสาธารณะ”

หมายความว่า โรงมหรสพ หอประชุม โรงเรียน

หรือสถานที่ซึ่งกำหนดให้เป็นที่ชุมนุมชนได้ทั่วไป เช่น โรงแรม ภัตตาคาร

หรือโรงพยาบาล เป็นต้น

๗. “อาคารเลี้ยงสัตว์”

หมายความว่า สิ่งปลูกสร้างเพื่อให้สัตว์พาหนะ เช่น ช้าง ม้า โค กระบือ พักอาศัย

๘. “อาคารชั่วคราว”

หมายความว่า สิ่งปลูกสร้างซึ่งคณะเทศมนตรีพิจารณาเห็นว่าเพื่อใช้ประโยชน์เป็นการชั่วคราว

และกำหนดเวลาที่จะรื้อถอน

๙. “อาคารพิเศษ”

หมายความถึงอาคารดังต่อไปนี้

ก. โรงมหรสพ อัฒจันทร์

หรือหอประชุม

ข. อู่เรือ คานเรือ

หรือท่าเรือ สำหรับเรือขนาดใหญ่เกินกว่า ๑๐๐ ตัน และโป๊ะ (ท่าเรือ)

ค. อาคารสูงกว่า ๑๕ เมตร

หรือสะพานในที่ซึ่งติดต่อกับทางสาธารณะ มีความยาวช่วงหนึ่งเกิน ๓ เมตร

หรืออาคารที่มีคานหรือโครงหลังคาช่วงหนึ่งยาวเกิน ๑๐ เมตร

๑๐. “ผู้ออกแบบ”

หมายความว่า ผู้รับผิดชอบในการคำนวณ เขียนแบบ และกำหนดรายการเพื่อใช้ในการก่อสร้าง

๑๑. “นายงาน”

หมายความว่า ผู้มีหน้าที่ควบคุมการปลูกสร้างให้ผู้ได้รับอนุญาต

๑๒. “นายช่าง”

หมายความว่า นายช่างตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พุทธศักราช ๒๔๗๙

๑๓. “แผนผังบริเวณ”

หมายความว่า แผนผังที่แสดงลักษณะที่ดินบริเวณปลูกสร้างอาคารและที่ดินติดต่อ

๑๔. “แบบก่อสร้าง”

หมายความว่า แบบเพื่อใช้ประโยชน์ในการปลูกสร้างอาคาร

๑๕. “รายการ”

หมายความว่า

ข้อความชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวแก่การปลูกสร้างตามแนวของแบบก่อสร้างนั้น

๑๖. “รายการคำนวณ”

หมายความว่า รายละเอียดแสดงวิธีการคิดกำลังต้านทานของส่วนอาคาร

ตามที่ปรากฏในแบบก่อสร้าง

๑๗. “แบบสังเขป”

หมายความว่า แบบชนิดซึ่งเขียนไว้พอเป็นประมาณ

๑๘. “แผนผังอาคาร”

หมายความว่า แบบแสดงลักษณะรูปตัดส่วนราบของอาคาร

๑๙. “รูปด้าน”

หมายความว่า แบบแสดงลักษณะส่วนตั้งภายนอกของอาคาร

๒๐. “รูปตัด”

หมายความว่า แบบแสดงลักษณะส่วนตั้งภายในของอาคาร

๒๑. “พื้นอาคาร”

หมายความว่า

เนื้อที่ส่วนราบของอาคารซึ่งอยู่ภายในขอบเขตของคานหรือรอดที่รับพื้นนั้น

หรือภายในขอบเขตของเสาอาคาร

๒๒. “ฝา”

หมายความว่า ส่วนก่อสร้างในด้านตั้งซึ่งกั้นแบ่งพื้นอาคารให้เป็นห้องๆ

๒๓. “ผนัง”

หมายความว่า ส่วนก่อสร้างในด้านตั้งซึ่งกั้นด้านนอกของอาคารให้เป็นหลังหรือหน่วยจากกัน

๒๔. “ผนังกันไฟ”

หมายความว่า ผนังซึ่งทำด้วยวัตถุทนไฟและไม่มีช่องที่จะให้ผ่านได้

๒๕. “รากฐาน”

หมายความว่า ส่วนรับน้ำหนักของอาคาร

นับจากใต้พื้นชั้นล่างลงไปจนถึงที่ฝังอยู่ในดิน

๒๖. “เสาเข็ม”

หมายความว่า เสาที่ตอกฝังลงในดินเพื่อช่วยรับน้ำหนักบรรทุกของอาคาร

๒๗. “ช่วงบันได”

หมายความว่า ระยะตั้งบันไดซึ่งมีขั้นต่อกันโดยตลอด

๒๘. “ลูกตั้ง”

หมายความว่า ระยะตั้งของขั้นบันได

๒๙. “ลูกนอน”

หมายความว่า ระยะราบของขั้นบันได

๓๐. “บ่อตรวจระบาย”

หมายความว่า ส่วนที่เปิดได้ของท่อระบายซึ่งกำหนดไว้ใช้ในการชำระล้างท่อ

๓๑. “บ่อพักขยะ”

หมายความว่า ส่วนของทางระบายน้ำที่กำหนดกั้นขยะให้หยุดระบายไปด้วยกับน้ำ

๓๒. “อุปกรณ์อนามัย”

หมายความว่า เครื่องประกอบอันใช้ประโยชน์ในการสุขาภิบาลของอาคาร

๓๓. “บ่ออาจม”

หมายความว่า บ่อพักอุจจาระ หรือสิ่งโสโครก อันไม่มีวิธีการระบายออกไปตามสภาพปกติ

๓๔. “ลิฟท์”

หมายความว่า เครื่องสำหรับใช้บรรทุกบุคคลหรือของขึ้นลงระหว่างพื้นต่างๆ ของอาคาร

๓๕. “ท่อเอกประปา”

หมายความว่า ท่อน้ำประปาในทางสาธารณะซึ่งเป็นสมบัติของการประปา

๓๖. “วัตถุทนไฟ”

หมายความว่า วัตถุก่อสร้างซึ่งไม่เป็นเชื้อเพลิง

๓๗. “วัตถุถาวร”

หมายความว่า วัตถุทนไฟซึ่งตามปกติไม่แปลงสภาพได้ง่ายโดยน้ำ ไฟ หรือดินฟ้าอากาศ

๓๘. “อิฐธรรมดา”

หมายความว่า ดินชนิดที่ปั้นขึ้นเป็นแท่งโดยไม่ใช้เครื่องอัดและเผาไฟสุกแล้ว

๓๙. “อิฐอัด”

หมายความว่า อิฐชนิดซึ่งได้ประดิษฐ์ขึ้นโดยใช้เครื่องอัดให้เนื้อแน่นก่อนเผา

๔๐. “คอนกรีต”

หมายความว่า วัตถุซึ่งประกอบขึ้นด้วยส่วนผสมของซีเมนต์ ทราย หิน หรือกรวด และน้ำ

๔๑. “คอนกรีตเสริมเหล็ก”

หมายความว่า คอนกรีตซึ่งมีเหล็กฝังอยู่ภายในให้ทำหน้าที่รับแรงได้มากขึ้นกว่าปกติ

๔๒. “เหล็กหล่อ”

หมายความว่า เหล็กซึ่งถลุงมาจากแร่เหล็กอันจะใช้เชื่อมหรือชุบไม่ได้ผล

๔๓. “เหล็กล้วน”

หมายความว่า เหล็กที่มีธาตุอื่นเจือปนน้อยที่สุดและจะใช้ชุบไม่ได้ผล

๔๔. “เหล็กถ่าน”หมายความว่า

เหล็กซึ่งมีธาตุถ่านผสมทำให้เหนียวกว่าปกติอันจะใช้ชุบได้ผล

๔๕. “เหล็กเสริม”

หมายความว่า เหล็กถ่านที่ใช้สำหรับฝังในเนื้อคอนกรีตเพื่อเพิ่มกำลังขึ้น

๔๖. “ไม้อ่อน”

หมายความว่า ไม้เนื้ออ่อนซึ่งไม่คงทนต่อดินฟ้าอากาศและตัวสัตว์

โดยปราศจากวัตถุป้องกัน เช่น ไม้ยาง หรือไม้ตะแบก

๔๗. “ไม้แก่น”

หมายความว่า ไม้เนื้อแข็งซึ่งทนต่อดินฟ้าอากาศและตัวสัตว์ได้ดีตามสภาพอันสมควร

เช่น ไม้เต็ง รัง ตะเคียนทอง เคี่ยม

๔๘. “ปูนขาว”

หมายความว่า วัตถุประสานซึ่งประดิษฐ์ขึ้นจากหินธาตุปูนหรือเปลือกหอย

๔๙. “ซีเมนต์”

หมายความว่า

วัตถุประสานซึ่งประดิษฐ์ขึ้นจากแร่ธาตุปูนและธาตุดินผสมกันตามส่วนกำหนดเป็นส่วนใหญ่

๕๐. “ทราย”

หมายความว่า ก้อนหินเม็ดเล็กละเอียดเกิดตามธรรมชาติซึ่งขนาดโตไม่เกิน ๓ มิลลิเมตร

๕๑. “กรวด”

หมายความว่า ก้อนหินเกิดตามธรรมชาติ ขนาดโตเกินกว่า ๓ มิลลิเมตร

๕๒. “ดินดาน”

หมายความว่า หินชนิดที่มีเนื้อเปื่อยไม่แน่นเป็นก้อนแกร่ง

๕๓. “หินปูน”

หมายความว่า หินธาตุปูนซึ่งมีเนื้อแน่นแกร่งเป็นก้อนปึก

๕๔. “หินทราย”

หมายความว่า หินประกอบด้วยเม็ดทรายและประสานด้วยวัตถุอื่นเป็นก้อนปึก

๕๕. “หินอัคนี”

หมายความว่า หินที่มีเนื้อแข็งแกร่งเป็นก้อนปึกโดยไม่ต้องอาศัยวัตถุอื่นประสาน

๕๖. “แรงประลัย”

หมายความว่า แรงขนาดที่ทำให้วัตถุแตกแยกออกจากกันเป็นส่วน

๕๗. “แรงดึง”

หมายความว่า แรงที่จะทำให้วัตถุแยกออกห่างจากกัน

๕๘. “แรงอัด”

หมายความว่า แรงที่จะทำให้วัตถุทลายเข้าหากัน

๕๙. “แรงเฉือน”

หมายความว่า แรงที่จะทำให้วัตถุขาดออกจากกันดุจกรรไกรตัด

๖๐. “ส่วนปลอดภัย”

หมายความว่า อัตราส่วนที่ใช้ทอนแรงประลัยลงให้ถึงขนาดที่จะใช้ได้ปลอดภัย

๖๑. “น้ำหนักบรรทุก”

หมายความว่า น้ำหนักที่กำหนดว่าจะมาเพิ่มขึ้นบนอาคาร

นอกจากน้ำหนักของตัวอาคารนั้นเอง

๖๒. “ส่วนลาด”

หมายความว่า อัตราส่วนระยะตั้งเทียบกับระยะราบ

๖๓. “ทางระบายน้ำสาธารณะ”

หมายความว่า ช่องน้ำไหลตามทางสาธารณะ ซึ่งกำหนดไว้ให้ระบายน้ำออกจากอาคารได้

๖๔. “ทางสาธารณะ”

หมายความว่า ที่ดินที่น้ำที่ประชาชนมีสิทธิให้เป็นทางคมนาคมได้

๖๕. “ระดับถนน”

หมายความว่า ระดับขอบทางเท้าของถนนนั้น ซึ่งคณะเทศมนตรีกำหนดให้

๖๖. “แนวถนน”

หมายความว่า แนวเขตที่กำหนดไว้ให้เป็นทางสาธารณะทางบก

๖๗. “ถนนสาธารณะ”

หมายความว่า ทางสาธารณะที่รถเดินผ่านได้

การอนุญาตปลูกสร้าง

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การขออนุญาตปลูกสร้างอาคารตามความในมาตรา

๗ แห่งพระราชบัญญัติ ให้ยื่นคำขอต่อคณะเทศมนตรี ตามแบบ “อ. ๑”

ท้ายเทศบัญญัตินี้ พร้อมด้วยแผนผังแบบก่อสร้างและรายการอย่างละ ๓ ชุด

ผู้ขออนุญาตปลูกสร้างอาคารจะต้องเป็นเจ้าของอาคารที่จะปลูกสร้างขึ้นหรือเป็นตัวแทนของผู้นั้น

ซึ่งได้รับมอบอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การขอใบอนุญาตชั่วคราว ตามความในมาตรา ๙

วรรค ๒ แห่งพระราชบัญญัติ นอกจากจะแสดงความประสงค์ในคำขออนุญาตแล้ว

ให้ผู้ขออนุญาตกำหนดขั้นของงาน และระยะเวลาสำเร็จในแผนผังแบบก่อสร้างและรายการไว้ให้ชัดเจน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ใบอนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารตามความในมาตรา

๙ แห่งพระราชบัญญัติให้ทำตามแบบ “อ. ๒”

ท้ายเทศบัญญัตินี้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

คำสั่งของคณะเทศมนตรีให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนผัง

แบบก่อสร้างหรือรายการตามความในมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติ ให้ทำตามแบบ “อ.

๓” ท้ายเทศบัญญัตินี้

และให้จัดส่งให้ผู้ขออนุญาตโดยให้ลงชื่อรับเป็นหลักฐานไว้

แต่ถ้าส่งให้ไม่ได้ก็ให้ประกาศไว้ให้ทราบที่ป้ายโฆษณาของสำนักงานเทศบาล

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ สำหรับอาคารตามความในมาตรา ๑๔

แห่งพระราชบัญญัติ ให้เจ้าหน้าที่บังคับบัญชาการก่อสร้างแจ้งให้คณะเทศมนตรีทราบเป็นหนังสือก่อนกำหนดก่อสร้างอย่างน้อยเป็นเวลา

๓๐ วัน พร้อมด้วยแผนผังและแบบก่อสร้าง ๑ ชุด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ถ้าคณะเทศมนตรีมีข้อแก้ไขสำหรับอาคารตามความในมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติ

ก็ให้มีหนังสือแจ้งเหตุผลให้เจ้าหน้าที่บังคับบัญชาการก่อสร้างทราบภายในกำหนด ๑๕

วันนับจากเวลาที่ได้รับแจ้งความนั้น

แผนผังบริเวณ

แบบก่อสร้าง และรายการ

ส่วนที่

แผนผังบริเวณ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ แผนผังบริเวณให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑

ใน ๑,๐๐๐ แสดงขอบเขตที่ดินและบริเวณติดต่อ และแสดงขอบนอกของอาคารที่มีอยู่แล้ว

กับอาคารที่ขออนุญาตปลูกสร้างใหม่ด้วยลักษณะและเครื่องหมายต่างกันให้ชัดเจน

พร้อมด้วยเครื่องหมายทิศอันถูกต้อง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ในแผนผังบริเวณให้แสดงทางสาธารณะที่ติดต่อกับที่ดินปลูกสร้างโดยบริบูรณ์

กับทางระบายน้ำออกจากอาคารที่ปลูกสร้างนั้น

จนถึงทางระบายน้ำสาธารณะ และตามแนวทางระบายน้ำนั้นให้แสดงเครื่องหมายชี้ทางน้ำไหลพร้อมด้วยส่วนลาด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ในแผนผังบริเวณให้แสดงระดับของพื้นชั้นล่างของอาคาร

และให้แสดงการสัมพันธ์กับระดับถนนสาธารณะหรือระดับพื้นดินตรงที่ปลูกสร้างในแผนผังบริเวณนั้น

ส่วนที่

แบบก่อสร้าง

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ แบบก่อสร้างให้ใช้มาตราส่วนไม่เล็กกว่า ๑

ใน ๑๐๐ แสดงแผนผังรากฐานของอาคารและพื้นชั้นต่างๆ

ของอาคารรูปด้านและรูปตัดเนื่องกันไม่ต่ำกว่า ๒ ด้าน รูปรายละเอียดส่วนสำคัญ

ขนาดและเครื่องหมายวัตถุประกอบแผนผังอาคารชัดเจนพอที่จะคิดรายการและสอบรายการคำนวณได้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ แบบก่อสร้างอาคารสาธารณะ และอาคารที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือใช้สอยได้

ตั้งแต่สามชั้นขึ้นไปให้แสดงรายการคำนวณกำลังของส่วนสำคัญต่าง ๆ

ของอาคารไว้โดยบริบูรณ์

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ แบบก่อสร้างสำหรับการปลูกสร้างอาคาร

โดยต่อเติมหรือดัดแปลงอาคารที่มีอยู่แล้วตามความในมาตรา ๗ (๒) แห่งพระราชบัญญัติ

ให้แสดงแบบของส่วนเก่าและส่วนที่จะต่อเติมหรือดัดแปลงให้เห็นชัดเจนต่างกัน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ อาคารชั่วคราว

เพื่อประโยชน์ในการปลูกสร้างอาคารถาวรหรือเพื่อประโยชน์อย่างอื่นก็ดี

จะเสนอแบบก่อสร้างเป็นแบบสังเขปก็ได้

แบบอาคารประเภทนี้ผู้รับอนุญาตจะต้องรื้อถอนไปให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดอายุหนังสืออนุญาตนั้น

หรือถ้ายังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้อยู่ต่อไป ก็ขออนุญาตต่ออายุได้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

อาคารที่พักอาศัยซึ่งประกอบด้วยวัตถุอันมิใช่วัตถุทนไฟเป็นส่วนใหญ่ปลูกสร้างไม่เกิน

๒ ชั้น หรือมีเนื้อที่พื้นชั้นหนึ่ง ๆ ไม่เกิน ๑๐๐ ตารางเมตร ให้งดใช้ข้อ ๑๔,๓๑,๓๒,๓๓,๓๔,๓๖,๓๗,๓๙

และ ๕๒ แห่งเทศบัญญัตินี้บังคับ แต่ให้เสนอแบบก่อสร้างเป็นแบบสังเขปได้

โดยแสดงแผนผังชั้นต่าง ๆ ของอาคารและรูปด้านไม่ต่ำกว่า ๒ ด้าน

ส่วนที่

รายการ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

รายการให้แสดงลักษณะของวัตถุก่อสร้างอันเป็นส่วนประกอบสำคัญของอาคารโดยละเอียดชัดเจนพร้อมด้วยวิธีประกอบวัตถุต่างๆ

นั้นเป็นหลักดำเนินการไว้ด้วย

ส่วนที่

ทั่วไป

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ มาตราส่วน ขนาด ระยะ น้ำหนัก

และหน่วยการคำนวณต่างๆ ของแผนผังและแบบก่อสร้าง

รายการหรือรายการคำนวณนั้นให้ใช้มาตราเมตริกอนุโลมตามกฎหมายว่าด้วยมาตรา ชั่ง ตวง

วัด

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในแผนผัง

แบบก่อสร้างและรายการนั้นให้ลงลายมือชื่อและแจ้งชื่อพร้อมทั้งชื่อสำนักงานหรือที่อยู่ของผู้กำหนดแผนผังออกแบบก่อสร้างทำรายการและคิดรายการคำนวณไว้โดยชัดแจ้งด้วย

พร้อมด้วยเครื่องหมายวิทยฐานะ (ถ้ามี) ว่าเป็นผู้สามารถสมควรทำการเหล่านั้นได้

หมวด

ลักษณะอาคารต่าง

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

อาคารพิเศษนั้นนอกจากจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายต่าง ๆ

ที่กำหนดควบคุมอยู่โดยเฉพาะแล้ว ให้เสนอรายการคำนวณอย่างละเอียดด้วย

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

อาคารทุกชนิดที่ก่อสร้างด้วยไม้หรือวัตถุไม่ทนไฟเป็นส่วนใหญ่

หรือก่อด้วยอิฐไม่เสริมเหล็ก จะปลูกสร้างได้ไม่เกินสองชั้น

ครัวไฟจะต้องอยู่นอกอาคารเป็นส่วนสัดต่างหาก

เว้นแต่

ก. ถ้ามีที่ดินจำกัดจะรวมครัวไฟด้วยก็ได้

แต่ต้องสร้างด้วยวัตถุทนไฟ

ข.

สำหรับอาคารพักอาศัยที่มีที่ดินจำกัดจะรวมครัวไฟไว้ด้วยก็ได้

และไม่จำเป็นต้องก่อสร้างด้วยวัตถุทนไฟ

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ อาคารที่ปลูกสร้างเกินกว่าสามชั้น

ให้ทำด้วยวัตถุถาวรและทนไฟเป็นส่วนใหญ่

และนอกจากมีบันไดตามปกติต้องมีทางลงหนีไฟอย่างน้อยอีก ๑ ทาง

หรือคณะเทศมนตรีจะได้กำหนดให้ตามลักษณะแบบของอาคาร

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ห้องแถว ตึกแถว ให้ทำกว้างไม่น้อยกว่า ๓๕๐

เซนติเมตร ระหว่างผนังหรือฝา และต้องมีทางคนเข้าออกได้ทั้งข้างหน้ากับข้างหลัง

การปลูกสร้างติดต่อกันเป็นแนวยาวได้แถวละไม่เกิน ๑๐ ห้อง และให้เว้นระยะ ๔ เมตร

ทุก ๑๐ ห้อง กับให้มีผนังกันไฟมีความหนาไม่น้อยกว่า ๒๐ เซนติเมตร

สูงเหนือวัตถุมุงหลังคาไม่น้อยกว่า ๕๐ เซนติเมตร ทุกระยะ ๕ ห้องเป็นอย่างน้อย

ห้องแถว ตึกแถว และอาคารพาณิชย์ โรงงานอุตสาหกรรม อาคารสาธารณะ

ด้านหลังให้กันที่ดินไว้เป็นทางเดินติดต่อถึงกันให้กว้างไม่น้อยกว่า ๒๐๐ เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ อาคาร บ้านเรือน โรง

จะปลูกสร้างบนที่ดินซึ่งถมด้วยขยะมูลฝอยมิได้

เว้นแต่ขยะมูลฝอยนั้นจะได้กลายสภาพเป็นดินแล้ว หรือได้ทับด้วยดินกระทุ้งแน่นไม่ต่ำกว่า

๓๐ เซนติเมตร และมีลักษณะไม่เป็นอันตรายแก่อนามัย

และมั่นคงพอควรแก่การปลูกสร้างแล้ว

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ รั้วหรือกำแพงกั้นเขต ให้ทำได้สูงไม่เกิน

๓๐๐ เซนติเมตร เหนือระดับถนนสาธารณะ

ประตูรั้วหรือกำแพงทางรถเข้าเมื่อมีคานบนให้วางท้องคานสูงตั้งแต่ ๓๐๐ เซนติเมตร

ขึ้นไปจากระดับถนนสาธารณะ

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

ป้ายโฆษณาที่เป็นอาคารต้องติดตั้งโดยไม่บังช่องลมหน้าต่างหรือประตู

และต้องติดตั้งด้วยวัตถุติดต่ออันถาวรเพื่อป้องกันการหลุดออก

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

สะพานสำหรับรถข้ามได้ต้องมีช่องกว้างเป็นทางจราจรไม่น้อยกว่า ๓๐๐ เซนติเมตร

และลาดขึ้นลงไม่ชันกว่า ๑ ใน ๑๐ ถ้ามีหลังคาคลุมต้องวางท้องคานบนสูงไม่ต่ำกว่า ๓๐๐

เซนติเมตร จากระดับพื้นสะพาน

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

การปลูกสร้างโดยต่อเติมหรือดัดแปลงอาคารซึ่งจำต้องได้รับอนุญาตนั้น

มีกำหนดดังต่อไปนี้

ก.

ขยายพื้นชั้นหนึ่งชั้นใดตั้งแต่ห้าตารางเมตรขึ้นไป

ข. เปลี่ยนหลังคาหรือขยายหลังคาให้ปกคลุมเนื้อที่มากขึ้นกว่าเดิม

ค. เพิ่ม ลด จำนวนหรือเปลี่ยนเสา คาน บันได

และผนัง

ง. เปลี่ยนชนิดของวัตถุจากสภาพเดิม

หรือเปลี่ยนชนิดการใช้สอยของอาคาร

หมวด

ส่วนต่าง

ๆ ของอาคาร

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ห้องนอนหรือห้องใช้เป็นที่พักอาศัย

ภายในอาคารให้มีส่วนกว้างหรือส่วนยาวไม่ต่ำกว่า ๒๕๐ เซนติเมตร

กับรวมเนื้อที่พื้นทั้งหมดไม่น้อยกว่า ๙ ตารางเมตร

ให้มีช่องประตูและหน้าต่างเป็นเนื้อที่รวมกันไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐

ของพื้นที่ของห้องนั้นโดยไม่รวมนับส่วนประตูหรือหน้าต่างอันติดต่อกับห้องอื่น

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ห้องของอาคารซึ่งบุคคลเข้าไปได้จะต้องมีช่องระบายลมให้เพียงพอในเมื่อได้ปิดประตูทั้งหมด

วิธีระบายลมนั้นให้ทำตามแบบซึ่งเหมาะสมกับสภาพของอาคารนั้น

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

ช่องทางเดินภายในอาคารสำหรับบุคคลใช้สอยหรืออาศัยให้ทำกว้างไม่น้อยกว่า ๑๐๐

เซนติเมตร กับมิให้มีเสากีดกั้นในส่วนหนึ่งส่วนใดแคบกว่ากำหนด

ทั้งให้มีแสงสว่างธรรมชาติแลเห็นได้ชัดเวลากลางวันด้วย

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

ยอดหน้าต่างและประตูของห้องนอนหรือห้องพักอาศัยให้สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า

๒๐๐ เซนติเมตร

และบุคคลอยู่ในห้องต้องสามารถเปิดประตูหน้าต่างและออกจากห้องนั้นได้โดยมิจำเป็นต้องใช้เครื่องมือ

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

ระยะดิ่งระหว่างพื้นถึงเพดานยอดฝาหรือผนังสำหรับอาคารพักอาศัย

โดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า ๓๐๐ เซนติเมตร และถ้าเป็นอาคารสาธารณะ โรงงานอุตสาหกรรม

อาคารพาณิชย์หรือคอกสัตว์ ที่มีห้องคนพักอาศัยระยะนั้นโดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า ๓๕๐

เซนติเมตร

สำหรับอาคารที่พักอาศัยในกรณีที่มีเครื่องปรับอากาศหรือมีช่องหน้าต่างเปิดสู่อากาศภายนอกไม่น้อยกว่า

๒๐ ใน ๑๐๐ ส่วนของพื้นที่ห้องให้ระยะดิ่งระหว่างพื้นถึงเพดาน

ยอดฝาหรือผนังโดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า ๒๕๐ เซนติเมตรได้

สำหรับอาคารที่เป็นโรงแรม

ซึ่งมีเครื่องปรับอากาศให้มีระยะดิ่งระหว่างพื้นถึงเพดาน

ยอดฝาหรือผนังโดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า ๓๐๐ เซนติเมตรได้

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

พื้นชั้นล่างของอาคารที่พักอาศัยนั้นต้องมีระดับอยู่เหนือพื้นดินปลูกสร้างอาคารอย่างน้อย

๗๕ เซนติเมตรา แต่ถ้าเป็นพื้นซีเมนต์ อิฐ หิน

หรือวัตถุแข็งอย่างอื่นที่สร้างตันติดพื้นดิน ต้องมีระดับอยู่เหนือพื้นดินปลูกสร้างอาคารอย่างน้อย

๑๐ เซนติเมตร และถ้าเป็นอาคารตั้งอยู่ริมทางสาธารณะ

ต้องวัดความสูงจากระดับทางสาธารณะนั้น

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ห้ามมิให้มีประตูหน้าต่าง

หรือช่องลมจากครัวไฟเปิดเข้าสู่ห้องส้วม หรือห้องนอนของอาคารได้โดยตรง

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ เตาไฟสำหรับการอุตสาหกรรมหรือพาณิชย์

จะต้องเป็นเตาที่ก่อด้วยอิฐทนไฟหรือเตาเหล็ก

และต้องตั้งอยู่ในอาคารที่ประกอบด้วยวัตถุทนไฟ ทั้งนี้

เตาไฟจะต้องตั้งห่างจากผนังอาคารหรือสิ่งที่เป็นเชื้อไฟ โดยรอบมีรัศมีไม่ต่ำกว่า ๔

เมตร โครงหลังคา วัตถุมุงหลังคาและเพดาน ส่วนประกอบเพดานถ้ามีจะต้องเป็นวัตถุทนไฟ

และปล่องระบายควันไฟ ต้องทำมิให้ฝาหรือผนัง หรือหลังคา รับความร้อนจัดได้

โดยความสูงของปล่องไม่ต่ำกว่า ๑ เมตร

วัดจากความสูงของหลังคาอาคารข้างเคียงภายในระยะโดยรอบ ๒๕ เมตร

และมีความกว้างของปล่องโดยวัดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๒๐ เซนติเมตร เว้นแต่เตาไฟซึ่งมีไว้เพื่อประกอบอาหารภายในภัตตาคาร

โรงแรมหรือร้านขายอาหาร

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙

บันไดสำหรับอาคารที่พักอาศัยต้องทำขนาดกว้างไม่น้อยกว่า ๙๐ เซนติเมตร

ช่วงหนึ่งไม่สูงเกิน ๓๐๐ เซนติเมตร และลูกตั้งไม่สูงกว่า ๒๐ เซนติเมตร

ลูกนอนไม่แคบกว่า ๒๒ เซนติเมตร ถ้าตอนใดที่ทำเลี้ยวมีบันไดเวียน

ส่วนแคบที่สุดของลูกนอนต้องไม่แคบกว่า ๑๐ เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ บันไดอันเป็นประธานสำหรับอาคารสาธารณะ

โรงงานอุตสาหกรรม และอาคารพาณิชย์ ต้องทำขนาดกว้างไม่น้อยกว่า ๑๕๐ เซนติเมตร

ช่วงหนึ่งไม่สูงเกิน ๔๐๐ เซนติเมตร และลูกตั้งไม่สูงกว่า ๑๙ เซนติเมตร และลูกนอนไม่แคบกว่า

๒๔ เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ บันไดซึ่งมีช่วงระยะสูงกว่าที่กำหนดไว้

ให้ทำที่พักมีขนาดกว้างยาวไม่น้อยกว่าส่วนกว้างของบันไดนั้น

อาคารที่มีบันไดเฉพาะติดต่อกันตั้งแต่ ๔

ชั้นขึ้นไปนั้น พื้นประตู หน้าต่าง วงกบของห้องบันได

บันไดและสิ่งก่อสร้างโดยรอบบันได ต้องก่อสร้างด้วยวัตถุทนไฟ

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ประตูสำหรับอาคารสาธารณะ

โรงงานอุตสาหกรรมหรืออาคารพาณิชย์ ต้องเปิดออก

ต้องมีธรณีประตูเสมอเรียบกับพื้นหรือไม่มีเลย

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ วัตถุมุงหลังคา ให้ทำด้วยวัตถุทนไฟ

แต่ทั้งนี้คณะเทศมนตรีอาจพิจารณาผ่อนผันให้ใช้วัตถุอื่นมุงได้เมื่อมีเหตุอันสมควร

แต่ห้ามมิให้มุงด้วยใบไม้หรือหญ้า

สำหรับอาคารซึ่งตั้งอยู่ห่างจากอาคารต่างครัวเรือนหรือเขตที่ดิน

หรือทางสาธารณะเกิน ๔๐ เมตร จึงจะใช้มุงด้วยวัตถุอื่นได้

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔

ลิฟท์สำหรับบุคคลใช้สอยให้ทำได้แต่ในอาคารซึ่งประกอบด้วยวัตถุทนไฟเป็นส่วนใหญ่

และโดยเฉพาะส่วนต่อเนื่องกับลิฟท์นั้นต้องเป็นวัตถุทนไฟทั้งสิ้น

และลิฟท์นั้นจะต้องมีส่วนปลอดภัยไม่น้อยกว่าสี่เท่าของน้ำหนักที่กำหนดใช้

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕

ส่วนรากฐานของอาคารซึ่งอยู่ใต้ดินต่อเนื่องกับทางสาธารณะ

เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะเทศมนตรีแล้ว จะอยู่เหลื่อมล้ำทางสาธารณะเข้าไปได้ไม่เกิน

๑๐๐ เซนติเมตร แต่การเหลื่อมล้ำต้องไม่กีดขวางสิ่งปลูกสร้างซึ่งมีอยู่ใต้ทางนั้น

และระดับของส่วนรากฐานที่ยื่นออกมาในทางสาธารณะจะต้องไม่สูงกว่าระดับที่คณะเทศมนตรีกำหนดให้

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖

รากฐานของอาคารจะต้องทำเป็นลักษณะถาวรมั่นคงพอที่จะรับน้ำหนักของตัวอาคาร

และน้ำหนักที่จะใช้บรรทุกได้โดยปลอดภัย

ในกรณีที่คณะเทศมนตรีเห็นว่าการกำหนดรากฐานยังไม่มั่นคงเพียงพอ

ก็ให้เรียกรายการคำนวณหรือผลการทดลอง

หรือทั้งสองอย่างจากเจ้าของอาคารเพื่อประกอบการพิจารณาได้

หมวด

กำลังวัตถุและน้ำหนักบรรทุก

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ในการคำนวณกำลังต้านทานแรงอัดส่วนอาคาร

ประกอบด้วยอิฐประสานด้วยปูนผสมส่วนต่างๆ ให้กำหนดใช้ไม่เกินอัตราต่อไปนี้

ชนิดอิฐ

ส่วนปูนขาว

ตามปริมาตร

ส่วนซีเมนต์

ตามปริมาตร

ส่วนทราย

ตามปริมาตร

กำลังอัดต่อ

๑ ตารางเซนติเมตร

ธรรมดา

กิโลกรัม

”

กิโลกรัม

”

กิโลกรัม

”

กิโลกรัม

อัด

กิโลกรัม

”

กิโลกรัม

”

กิโลกรัม

”

๑๐

กิโลกรัม

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ ในการคำนวณกำลังต้านทานแรงประเภทต่าง ๆ

ของส่วนอาคาร ประกอบด้วย เหล็กต่างๆ ให้ใช้ส่วนปลอดภัย โดยใช้กำลังไม่เกิน ๑ ใน ๒

ของแรงที่จุดยืด (Yield Point) แห่งเหล็ก

และถ้าไม่มีเอกสารแสดงการทดสอบโดยผู้ชำนาญ ก็ให้ใช้แรงไม่เกินอัตราต่อไปนี้

ชนิดเหล็ก

แรงดึงต่อ

ตารางเซนติเมตร

แรงอัดต่อ

ตารางเซนติเมตร

แรงเฉือนต่อ

ตารางเซนติเมตร

เหล็กหล่อ

๒๐๐

กิโลกรัม

๑,๒๐๐

กิโลกรัม

๒๐๐

กิโลกรัม

เหล็กล้วน

๗๐๐

กิโลกรัม

๗๐๐

กิโลกรัม

๖๐๐

กิโลกรัม

เหล็กถ่านอ่อน

๑,๐๐๐

กิโลกรัม

๑,๐๐๐

กิโลกรัม

๘๐๐

กิโลกรัม

เหล็กเสริมคอนกรีต

๑,๒๐๐

กิโลกรัม

๑,๒๐๐

กิโลกรัม

๘๕๐

กิโลกรัม

เหล็กโครงสร้าง

๑,๒๐๐

กิโลกรัม

๑,๒๐๐

กิโลกรัม

๘๕๐

กิโลกรัม

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ ในการคำนวณกำลังต้านทานแรงประเภทต่าง ๆ

ของไม้ชนิดต่าง ๆ ให้ใช้ส่วนปลอดภัย โดยใช้กำลังไม่เกิน ๑ ใน ๖

ของแรงประลัยแห่งไม้ แต่ไม่ให้ความแอ่นของไม้เกิน ของช่วงคาน

ถ้าไม่มีเอกสารของผู้ชำนาญแสดงผลทดสอบให้เชื่อถือได้เป็นอย่างอื่น

ให้ใช้แรงไม่เกินอัตราต่อไปนี้

ชนิดไม้

แรงดึงและแรงอัดตามเสี้ยนต่อ

๑ตารางเซนติเมตรสำหรับคาน

แรงดึงและแรงอัดตามเสี้ยนต่อ

๑ตารางเซนติเมตรสำหรับเสา

แรงอัดขวางเสี้ยนต่อ

๑ ตารางเซนติเมตร

แรงเฉือนตามเสี้ยนต่อ

๑ ตารางเซนติเมตร

ไม้อ่อน

๑๐๐

กิโลกรัม

๘๐

กิโลกรัม

๒๔

กิโลกรัม

กิโลกรัม

ไม้สัก

๑๑๐

กิโลกรัม

๙๐

กิโลกรัม

๒๗

กิโลกรัม

๑๐

กิโลกรัม

ไม้แข็ง

๑๒๕

กิโลกรัม

๑๐๐

กิโลกรัม

๓๐

กิโลกรัม

๑๕

กิโลกรัม

80 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

เทศบัญญัติของเทศบาลตำบลโนนสูง เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2509 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2661bd0b1888fdff

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com