ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
(ฉบับที่ 52)
เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม
สําหรับการโอนโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนที่ออกเสนอขายต่อประชาชน
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 779) พ.ศ. 2566 อธิบดีกรมสรรพากรกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม สําหรับการโอนโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนที่ออกเสนอขายต่อประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม สําหรับเงินได้หรือมูลค่าของฐานภาษี อันเนื่องมาจากการโอนโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนที่ออกเสนอขายต่อประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องดําเนินการ ดังนี้
(1) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจะต้องไม่เปลี่ยนแปลงการจัดประเภทรายการทางบัญชีหรือวิธีการทางบัญชีที่ได้เลือกใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนที่ได้ออกเสนอขายดังกล่าว
(2) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้จัดประเภทรายการทางบัญชีสําหรับเงินได้ที่ได้จากการออกเสนอขายโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนดังกล่าวเป็นทุน หากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้ซื้อโทเคนดิจิทัลนั้นคืนจากหรือได้จ่ายเงินส่วนแบ่งของกําไรหรือผลประโยชน์อื่นใดในลักษณะเดียวกันให้แก่ผู้ถือโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน จะต้องไม่นําส่วนที่ได้จ่ายเพื่อซื้อคืนหรือเงินส่วนแบ่งกําไรหรือผลประโยชน์อื่นใดในลักษณะเดียวกันนั้นมารวมเป็นรายจ่ายในการคํานวณกําไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
(3)กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้จัดประเภทรายการทางบัญชีสําหรับเงินได้ที่ได้จากการออกเสนอขายโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนดังกล่าวเป็นหนี้สิน หากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้ไถ่ถอนโทเคนดิจิทัลนั้นจากผู้ถือโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน จะต้องไม่นําส่วนที่จ่ายเพื่อการไถ่ถอนดังกล่าวมารวมเป็นรายจ่ายในการคํานวณกําไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
(4) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไม่ได้นําเงินได้ที่ได้จากการออกเสนอขายโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนดังกล่าวมาใช้ในการดําเนินโครงการหรือกิจการตามที่กําหนดไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหรือหนังสือชี้ชวน หรือถูกเพิกถอนการอนุญาตเสนอขายโทเคนดิจิทัลตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจะต้องนําเงินได้ที่ได้รับจากการออกเสนอขายโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนนั้นหลังจากหักส่วนที่ได้จ่ายคืนแก่ผู้ถือโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนดังกล่าวแล้วมารวมคํานวณเป็นรายได้ในการคํานวณกําไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีถัดจากรอบระยะเวลาบัญชีที่ไม่ได้ดําเนินโครงการหรือกิจการตามที่กําหนดไว้หรือในรอบระยะเวลาบัญชีถัดจากรอบระยะเวลาบัญชีที่ถูกเพิกถอนการอนุญาตเสนอขายโทเคนดิจิทัลนั้น แล้วแต่กรณี
(5)บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจะต้องเก็บรักษาหนังสืออนุญาตเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชนที่ออกโดยสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ แบบคําขออนุญาตเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชน และเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวกับการออกเสนอขายโทเคนดิจิทัลดังกล่าว รวมทั้งข้อมูลที่ต้องเปิดเผยต่อสาธารณะเกี่ยวกับโทเคนดิจิทัลนั้น พร้อมให้เจ้าพนักงานตรวจสอบได้
ข้อ ๒ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใดไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามข้อ 1 ให้สิทธิในการได้รับยกเว้นภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 779) พ.ศ. 2566 สิ้นสุดลงนับแต่วันที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้ใช้สิทธิประโยชน์นั้น
ผู้มีอํานาจลงนาม ประกาศ ณ วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2566
กุลยา ตันติเตมิท
(นางสาวกุลยา ตันติเตมิท)
อธิบดีกรมบัญชีกลาง รักษาราชการแทน
อธิบดีกรมสรรพากร
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).