法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2521 (Update ณ วันที่ 07/11/2531)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
34

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ

พ.ศ. ๒๕๒๑

ภูมิพลอดุลยเดช

ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่

๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๑

เป็นปีที่ ๓๓

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ

โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและ

ยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ

ฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑”

มาตรา ๒

มาตรา ๒* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน

ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

*[รก.๒๕๒๑/๕๙/๔๒พ/๓๑ พฤษภาคม ๒๕๒๑]

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิก

(๑) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๐๓

(๒) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๕

(๓) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๗

(๔) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐

(๕) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๖๐ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕

(๖) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๗

(๗) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๙

บรรดากฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่น ในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราช

บัญญัตินี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน

บททั่วไป

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้

“ข้าราชการฝ่ายอัยการ” หมายความว่า

ข้าราชการซึ่งรับราชการในกรมอัยการ

โดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนในกรมอัยการ

“รองอธิบดี” หมายความว่า รองอธิบดีกรมอัยการ

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมอัยการ

“ก.อ.” หมายความว่า คณะกรรมการอัยการ

“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๕

มาตรา ๕

ข้าราชการฝ่ายอัยการได้แก่

(๑) ข้าราชการอัยการ คือข้าราชการผู้มีอำนาจและหน้าที่ในการดำเนินคดีตาม

กฎหมายซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ

(๒) ข้าราชการธุรการ คือ ข้าราชการผู้มีหน้าที่ในทางธุรการ

มาตรา ๖

มาตรา ๖*

อัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการให้แบ่งเป็น ๖ ชั้นแต่ละชั้นมีขั้นไม่

เกินจำนวนขั้นที่กำหนดดังต่อไปนี้

ชั้น ๑ มี ๕ ขั้น

ชั้น ๒ มี ๑๓ ขั้น

ชั้น ๓ มี ๑๓ ขั้น

ชั้น ๔ มี ๑๑ ขั้น

ชั้น ๕ มี ๑๐ ขั้น

ชั้น ๖ มี ๖ ขั้น

อัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการตามชั้นและขั้นดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ให้เป็นไป

ตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการ บัญชี ก.

บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการ บัญชี ข.

บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการ บัญชี ค.

หรือบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการ บัญชี ง.

ท้ายพระราชบัญญัตินี้

การให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการอัยการตามวรรคสองแต่ละบัญชี

ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

อัตราเงินเดือนข้าราชการธุรการให้เป็นไปตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการ

พลเรือนที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน

*[มาตรา ๖

แก้ไขโดยพระราชบัญญัติพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ

ฝ่ายอัยการ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๑]

มาตรา ๗

มาตรา ๗ เพื่อประโยชน์ในการออมทรัพย์ของข้าราชการอัยการ คณะรัฐมนตรี

จะวางระเบียบและวิธีการให้กระทรวงการคลังหักเงินเดือนของข้าราชการอัยการไว้เป็นเงินสะสมก็

ได้

โดยคิดดอกเบี้ยจากเงินสะสมนั้นให้ในอัตราไม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประเภทประจำของ

ธนาคารพาณิชย์

เงินสะสมและดอกเบี้ยนี้ให้จ่ายคืนหรือให้กู้ยืมเพื่อดำเนินการตามโครงการ

สวัสดิการสำหรับข้าราชการอัยการตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด

มาตรา ๘

มาตรา ๘

ข้าราชการอัยการอาจได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวตามภาวะ

เศรษฐกิจ ทั้งนี้

ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๙

มาตรา ๙

ในกรณีที่มีเหตุที่จะต้องจัดให้มีหรือปรับปรุงเงินเพิ่มค่าครองชีพตาม

มาตรา ๘

มาตรา ๘ หรือปรับขั้นเงินเดือนตามมาตรา ๖ วรรคสอง

ให้รัฐมนตรีรายงานไปยังคณะรัฐมนตรี

ดำเนินการต่อไป

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

ข้าราชการที่ไม่ใช่ข้าราชการการเมือง ข้าราชการวิสามัญ หรือ

ข้าราชการซึ่งอยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือพนักงานเทศบาลที่ไม่ใช่พนักงาน

เทศบาลวิสามัญ ซึ่งสอบคัดเลือกหรือทดสอบความรู้เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการอัยการใน

ตำแหน่งอัยการผู้ช่วยได้ตามพระราชบัญญัตินี้

หากประสงค์จะโอนมาบรรจุเป็นข้าราชการอัยการ

ในตำแหน่งอัยการผู้ช่วยเพื่อนับเวลาราชการหรือเวลาทำงานของตนในขณะที่เป็นข้าราชการหรือ

พนักงานเทศบาลเป็นเวลาราชการของข้าราชการอัยการตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย

ก็ให้กระทำได้

โดยกรมอัยการทำความตกลงกับเจ้าสังกัด

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑

บำเหน็จบำนาญของข้าราชการอัยการ ให้เป็นไปตามกฎหมาย

ว่าด้วยการนั้น

ข้าราชการอัยการผู้ใดถึงแก่ความตายเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ

คณะรัฐมนตรีจะพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนให้ผู้นั้นเป็นกรณีพิเศษเพื่อประโยชน์ในการคำนวณ

บำเหน็จบำนาญก็ได้

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

เครื่องแบบของข้าราชการอัยการและระเบียบการแต่งให้เป็นไป

ตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ วันเวลาทำงาน

วันหยุดราชการตามประเพณี วันหยุดประจำปี

และการลาหยุดราชการของข้าราชการอัยการ

ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราช

บัญญัตินี้

และให้มีอำนาจกำหนดค่าธรรมเนียมการสอบเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการ และออก

กฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

คณะกรรมการอัยการ

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕

ให้มีคณะกรรมการอัยการคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า ก.อ.

ประกอบด้วย

(๑) รัฐมนตรีเป็นประธาน

(๒) อธิบดีเป็นรองประธาน

(๓) รองอธิบดี อัยการพิเศษฝ่ายปรึกษา อัยการพิเศษฝ่ายคดีและอัยการพิเศษ

ฝ่ายวิชาการ เป็นกรรมการอัยการโดยตำแหน่ง และ

(๔) กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิหกคน ซึ่งข้าราชการอัยการที่ได้รับเงินเดือน

ตั้งแต่ ชั้น ๒ ขึ้นไป เป็นผู้เลือกจาก

(ก)

ข้าราชการอัยการซึ่งได้รับเงินเดือนตั้งแต่ชั้น ๔ ขึ้นไปและมิได้เป็น

กรรมการอัยการโดยตำแหน่งอยู่แล้ว สามคน

(ข)

ผู้รับบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ซึ่งเคยรับ

ราชการเป็นข้าราชการอัยการมาแล้ว

และต้องไม่เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภาซึ่งมาจาก

การเลือกตั้ง กรรมการพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

หรือทนายความสามคน

ให้ ก.อ. แต่งตั้งข้าราชการฝ่ายอัยการคนหนึ่งเป็นเลขานุการ ก.อ.

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖

เมื่อจะมีการเลือกกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้รัฐมนตรีเป็นผู้

สั่ง วิธีการเลือกกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิ

ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ให้รัฐมนตรี

ประกาศชื่อผู้ได้รับเลือกในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗

กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในตำแหน่งได้คราวละสองปี และ

อาจได้รับเลือกใหม่

ถ้าตำแหน่งว่างลงก่อนถึงกำหนดวาระ ให้รัฐมนตรีสั่งให้ดำเนินการเลือกซ่อม

เว้นแต่วาระการอยู่ในตำแหน่งของกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิจะเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน

รัฐมนตรี

จะไม่สั่งให้ดำเนินการเลือกซ่อมก็ได้

กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับเลือกซ่อมอยู่ในตำแหน่งได้เพียงวาระของ

ผู้ที่ตนแทน

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘

ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการอัยการว่างลง นอกจากการพ้นจาก

ตำแหน่งของกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิตามวาระ

และมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการโดย

รีบด่วน ก็ให้กรรมการอัยการที่เหลือดำเนินการไปได้

แต่ต้องมีกรรมการอัยการพอที่จะเป็น

องค์ประชุม

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙

กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

(๑) ครบกำหนดวาระ

(๒) ตาย

(๓) ลาออก

(๔) เป็นกรรมการอัยการโดยตำแหน่ง หรือพ้นจากตำแหน่งข้าราชการอัยการ

ในกรณีที่เป็นกรรมการอัยการตามมาตรา ๑๕ (๔) (ก)

(๕) กลับเข้ารับราชการเป็นข้าราชการอัยการ ในกรณีที่เป็นกรรมการอัยการ

ตามมาตรา ๑๕ (๔) (ข)

(๖) ไปเป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภา ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง กรรมการ

พรรคการเมือง เจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง หรือทนายความ

ในกรณีเป็นที่สงสัยว่า กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิผู้ใดพ้นจากตำแหน่ง

กรรมการอัยการหรือไม่ ให้อธิบดีเสนอ ก.อ.

เพื่อวินิจฉัยชี้ขาด

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ การประชุมของ ก.อ.

ต้องมีกรรมการอัยการมาประชุมไม่น้อยกว่า

เจ็ดคนจึงเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานเป็นประธาน

ในที่ประชุม

ถ้าประธานและรองประธานไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการ

อัยการในที่ประชุมเลือกกรรมการอัยการคนหนึ่งเป็นประธาน

หากกรรมการอัยการโดยตำแหน่งว่างลง หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ผู้รักษา

ราชการแทน หรือผู้รักษาการในตำแหน่งตามกฎหมาย

ทำหน้าที่กรรมการอัยการแทนในระหว่างนั้น

ในการประชุมของ ก.อ. ถ้ามีการพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับกรรมการอัยการผู้ใด

โดยเฉพาะ ผู้นั้นไม่มีสิทธิเข้าประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่

ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

ก.อ. มีอำนาจออกข้อบังคับว่าด้วยระเบียบการประชุมและการลงมติ

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ ในกรณีที่ ก.อ.

มีหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้

ให้อธิบดีเป็นผู้เสนอเรื่องต่อ ก.อ.

แต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิกรรมการอัยการคนหนึ่งคนใดที่จะเสนอ

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ก.อ.

มีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการให้ทำการใด ๆ แทนได้

ข้าราชการอัยการ

การบรรจุ

การแต่งตั้ง และการเลื่อนขั้นเงินเดือน

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ตำแหน่งข้าราชการอัยการมีดังนี้

อธิบดี รองอธิบดี อัยการพิเศษ

ฝ่ายปรึกษา อัยการพิเศษฝ่ายคดี อัยการพิเศษฝ่ายวิชาการ

อัยการพิเศษประจำเขต อัยการประจำ

กรม อัยการจังหวัด อัยการประจำกอง อัยการจังหวัดผู้ช่วย

และอัยการผู้ช่วย

นอกจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง อาจให้มีตำแหน่งข้าราชการอัยการที่เรียกชื่อ

อย่างอื่น ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงได้

ตำแหน่งดังกล่าวจะเทียบกับตำแหน่งใดตามวรรคหนึ่งให้

กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนั้นด้วย

กฎกระทรวงเช่นว่านี้ให้ได้รับความเห็นชอบของ ก.อ. ก่อน

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔

ข้าราชการอัยการจะได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้ง

ดังต่อไปนี้

(๑) อธิบดี ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๖

(๒) รองอธิบดี ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๕

(๓) อัยการพิเศษฝ่ายปรึกษา อัยการพิเศษฝ่ายคดี อัยการพิเศษฝ่ายวิชาการ

และอัยการพิเศษประจำเขต ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๔

(๔) อัยการประจำกรม และอัยการจังหวัด ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๓

(๕) อัยการประจำกอง และอัยการจังหวัดผู้ช่วย ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๒

(๖) อัยการผู้ช่วย ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๑

สำหรับข้าราชการอัยการซึ่งดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น เมื่อเทียบกับ

ตำแหน่งใดก็ให้ได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งนั้น

ในกรณีที่ข้าราชการอัยการได้เลื่อนขึ้นรับเงินเดือนในชั้นถัดไป

ให้ได้รับเงินเดือน

ในอัตราขั้นต่ำของชั้นนั้น

แต่ถ้าผู้นั้นได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของชั้นที่เลื่อนขึ้นก็ให้ได้รับเงินเดือนในขั้นของชั้นนั้น

ซึ่งมีจำนวนเท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕

การบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง

อัยการผู้ช่วย ให้รัฐมนตรีเป็นผู้สั่ง

โดยวิธีการสอบคัดเลือกตามความในหมวด ๒ แห่งลักษณะนี้

แต่ถ้าผู้ใด

(๑) สอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศ โดย

มีหลักสูตรการศึกษาเดียวไม่น้อยกว่าสามปี ซึ่ง ก.อ.

เทียบว่าไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี และสอบไล่ได้

ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

(๒) สอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศ

โดยมีหลักสูตรการศึกษาหลักสูตรเดียวไม่น้อยกว่าสองปี

หรือหลายหลักสูตรรวมกันไม่น้อยกว่า

สองปี ซึ่ง ก.อ. เทียบว่า ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี

และสอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษา

กฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

และได้ประกอบวิชาชีพตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๓๓ (๑) (ค) เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(๓) สอบไล่ได้เป็นธรรมศาสตร์บัณฑิต หรือนิติศาสตร์บัณฑิตและสอบไล่ได้

ชั้นเกียรตินิยมตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

และได้ประกอบ

วิชาชีพ ตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๓๓ (๑) (ค)

เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี หรือ

(๔) สอบไล่ได้ปริญญาโทหรือปริญญาเอกทางกฎหมายในประเทศไทย และ

สอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

และได้ประกอบ

วิชาชีพตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๓๓ (๑) (ค)

เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

เมื่อ ก.อ.พิจารณาเห็นว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๓๓ (๒) ถึง (๑๒)

และได้ทำการทดสอบความรู้ในวิชากฎหมายแล้ว

เห็นสมควรที่จะให้เข้ารับราชการ ก็ให้รัฐมนตรีสั่ง

บรรจุเป็นข้าราชการอัยการ

และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วยได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์วิธีการ

และอัตราส่วนของจำนวนผู้สอบคัดเลือกได้ตามที่ ก.อ. กำหนด

การบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการอัยการในตำแหน่งอัยการผู้ช่วย ให้บรรจุให้ได้รับ

เงินเดือนในอัตราขั้นต่ำของชั้น

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖

อัยการผู้ช่วยที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการจังหวัด

ผู้ช่วยจะต้องได้รับการอบรมจากกรมอัยการมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

และผลของการอบรมเป็นที่

พอใจของ ก.อ. ว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ และความประพฤติ

เหมาะสมที่จะเป็นอัยการ

จังหวัดผู้ช่วย

อัยการผู้ช่วยซึ่งได้รับการอบรมจากกรมอัยการมาแล้วหนึ่งปี แต่ผลของการ

อบรมยังไม่เป็นที่พอใจของ ก.อ.

ว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ และความประพฤติ เหมาะสมที่

จะเป็นอัยการจังหวัดผู้ช่วย

ก็ให้ได้รับการอบรมจากกรมอัยการต่อไปอีกหนึ่งปี เมื่อครบกำหนด

ดังกล่าวแล้วหากผลของการอบรมยังไม่เป็นที่พอใจของ ก.อ.

ให้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้ออกจาก

ราชการ

ในระหว่างเวลาปีแรกที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการจังหวัดผู้ช่วย

หากปรากฏว่าผู้ได้รับแต่งตั้งไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งต่อไปให้รัฐมนตรีด้วยความเห็นชอบของ

ก.อ. มีอำนาจสั่งให้ออกจากราชการ

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗

การแต่งตั้งข้าราชการอัยการให้ดำรงตำแหน่งนอกจากตำแหน่ง

อัยการผู้ช่วยให้รัฐมนตรีเสนอ ก.อ.

โดยคำนึงถึงความรู้ความสามารถ ความรับผิดชอบ ประวัติการ

ปฏิบัติราชการของบุคคลนั้นเทียบกับงานในตำแหน่งข้าราชการอัยการที่จะได้รับแต่งตั้งนั้น

ๆ เพื่อ

ให้ความเห็นชอบก่อนเมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว

จึงนำความกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณา

โปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘

การเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการอัยการในชั้นหนึ่ง ๆ ให้รัฐมนตรี

เป็นผู้สั่งเลื่อน ในเมื่อได้รับความเห็นชอบของ ก.อ. แล้ว

โดยปกติปีละหนึ่งขั้น โดยคำนึงถึงคุณภาพ

และปริมาณงานของตำแหน่งและผลของงานที่ได้ปฏิบัติมา

การรักษาวินัย ตลอดจนความสามารถ

และความอุตสาหะในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.อ.

กำหนด

หลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.อ. กำหนด ให้ออกเป็นกฎกระทรวง

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙

การโอนข้าราชการอัยการไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการ

ธุรการ โดยให้ได้รับเงินเดือนไม่สูงกว่าในขณะที่โอน

ให้รัฐมนตรีสั่งได้ เมื่อข้าราชการอัยการผู้นั้น

ยินยอม และ ก.อ. เห็นชอบ

การโอนข้าราชการอัยการไปเป็นข้าราชการพลเรือน หรือข้าราชการฝ่ายอื่นให้

รัฐมนตรีสั่งได้ เมื่อข้าราชการอัยการผู้นั้นยินยอม และ

ก.อ.เห็นชอบ

การให้ข้าราชการอัยการไปทำงานในตำแหน่งข้าราชการธุรการหรือตำแหน่ง

การเมืองในกระทรวงมหาดไทย ให้รัฐมนตรีสั่งได้เมื่อ ก.อ.

เห็นชอบ ในระหว่างที่ปฏิบัติงานเช่นว่านี้ข้าราชการอัยการผู้นั้นจะทำการเกี่ยวกับการดำเนินคดีในหน้าที่ของพนักงานอัยการไม่ได้

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐

การโอนข้าราชการธุรการมาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการ

อัยการโดยให้ได้รับเงินเดือนไม่สูงกว่าในขณะที่โอนมา

อาจทำได้เมื่อ ก.อ. เห็นชอบ แต่ข้าราชการ

ธุรการผู้นั้นอย่างน้อยต้องเคยเป็นข้าราชการอัยการในตำแหน่งอัยการประจำกอง

หรืออัยการจังหวัดผู้ช่วยมาแล้ว

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑

ข้าราชการอัยการผู้ใดพ้นจากตำแหน่งข้าราชการอัยการไปโดยมิได้

มีความผิด หรือมีมลทินหรือมัวหมองในราชการ หรือไปรับราชการ

ในกระทรวงทบวงกรมอื่นเมื่อจะกลับเข้ารับตำแหน่งข้าราชการอัยการโดยรับเงินเดือนไม่สูงกว่าขณะพ้นจากตำแหน่งข้าราชการ

อัยการ ถ้าไม่เป็นผู้ขาดคุณสมบัติ ตามมาตรา ๓๓ (๒) ถึง (๑๒)

ก็ให้รัฐมนตรีสั่งบรรจุได้เมื่อ ก.อ.

เห็นชอบ

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒

ข้าราชการอัยการผู้ใดไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการ

รับราชการทหาร เมื่อผู้นั้นพ้นจากราชการทหาร

โดยไม่มีความเสียหาย และประสงค์จะกลับเข้ารับ

ราชการในตำแหน่งข้าราชการอัยการ

โดยรับเงินเดือนเท่าที่ได้รับอยู่ในขณะที่ไปรับราชการทหาร ให้

ยื่นคำขอภายในกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันพ้นจากราชการทหารในกรณีเช่นว่านี้

ให้

รัฐมนตรีสั่งบรรจุได้เมื่อ ก.อ. เห็นชอบ

แต่ถ้าจะบรรจุให้ได้รับเงินเดือนสูงกว่าขณะที่ไปรับราชการ

ทหารให้บรรจุได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ซึ่ง ก.อ.

จะได้กำหนด

การสอบคัดเลือก

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓

ผู้สมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการ และแต่งตั้งให้

ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(๑) (ก) สอบไล่ได้เป็นธรรมศาสตร์บัณฑิต หรือนิติศาสตร์บัณฑิต หรือสอบไล่ได้

ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศ ซึ่ง ก.อ.

เทียบว่าไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี

(ข)

สอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่ง

เนติบัณฑิตยสภาและ

(ค)

ได้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นข้าราชการตุลาการจ่าศาล

รองจ่าศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานบังคับคดี

พนักงานคุมประพฤติ นายทหารเหล่า

พระธรรมนูญ หรือทนายความ

หรือได้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายอย่างอื่นตามที่ ก.อ. กำหนด

ทั้งนี้ เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองปี และให้ ก.อ.

มีอำนาจออกระเบียบกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการ

ประกอบวิชาชีพนั้น ๆ ด้วย

(๒) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด

(๓) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปี

(๔) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ

ด้วยความบริสุทธิ์ใจ

(๕) เป็นสามัญสมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภา

(๖) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี

(๗) ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว

(๘) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งให้พักราชการ

หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้

ก่อนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ หรือตามกฎหมายอื่น

(๙) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ

หรือรัฐวิสาหกิจ

(๑๐) ไม่เป็นผู้เคยรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษ

สำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๑๑) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ หรือจิต

ฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

หรือมีกายหรือจิตใจไม่เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการอัยการ หรือเป็นโรค

ที่ระบุไว้ในกฎกระทรวง และ

(๑๒) เป็นผู้ที่คณะกรรมการแพทย์มีจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน ซึ่ง ก.อ. จะได้

กำหนดได้ตรวจร่างกายและจิตใจแล้ว และ ก.อ. ได้พิจารณารายงานของแพทย์

เห็นว่าสมควรรับ

สมัครได้

ให้ ก.อ. มีอำนาจวางระเบียบเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครสอบ

คัดเลือกก่อนที่จะรับสมัครได้

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔ ให้ ก.อ.

มีอำนาจกำหนดหลักสูตรและวิธีการสอบคัดเลือกตาม

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ ตลอดจนวางเงื่อนไขในการรับสมัคร

เมื่อสมควรจะมีการสอบคัดเลือกเมื่อใด ให้กรมอัยการเสนอต่อ ก.อ. ให้ ก.อ. จัด

ให้มีการสอบคัดเลือก เมื่อได้มีการสอบใหม่

และได้ประกาศผลของการสอบแล้ว บัญชีสอบคัดเลือก

คราวก่อนเป็นอันยกเลิก

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕

ผู้สอบคัดเลือกที่ได้คะแนนสูงให้ได้รับบรรจุเป็นข้าราชการอัยการ

และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วยก่อนผู้ที่ได้รับคะแนนต่ำลงมาตามลำดับแห่งบัญชีสอบ

คัดเลือก

หากได้คะแนนเท่ากันให้ใช้วิธีจับสลากเพื่อจัดลำดับที่ระหว่างผู้ที่ได้คะแนนเท่ากันนั้น

ผู้สอบคัดเลือกได้ผู้ใด หากขาดคุณสมบัติหรือลักษณะข้อใดข้อหนึ่งตาม

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓ หรือเป็นบุคคลที่ ก.อ.

เห็นว่ามีชื่อเสียงหรือความประพฤติหรือเหตุอื่น ๆ ที่ไม่เหมาะสมจะเป็นข้าราชการอัยการผู้นั้นเป็นอันหมดสิทธิเข้ารับราชการตามผลของการสอบคัดเลือกนั้น

การพ้นจากตำแหน่ง

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖

ข้าราชการอัยการพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

(๑) ตาย

(๒) พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

(๓) ได้รับอนุญาตให้ลาออก

(๔) โอนไปรับราชการทางอื่น

(๕) ออกจากราชการเพื่อไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการ

ทหาร

(๖) ถูกสั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา ๒๖ หรือมาตรา ๓๗ หรือมาตรา ๓๙

(๗) ถูกสั่งลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก

การพ้นจากตำแหน่งของข้าราชการอัยการ เว้นแต่ตำแหน่งอัยการผู้ช่วย หาก

เป็นกรณีตาม (๑) (๒) หรือ (๓)

ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ

แต่ถ้าเป็นการพ้นจาก

ตำแหน่งตาม (๔) (๕) (๖) หรือ (๗)

ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง

พระบรมราชโองการดังกล่าวให้มีผลตั้งแต่วันโอนหรือวันออกจากราชการแล้วแต่กรณี

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗

ผู้ได้รับบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใด

หากภายหลังปรากฏต่อ ก.อ. ว่าขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๒๕

หรือมาตรา ๓๓ ตั้งแต่ก่อนได้รับ

การบรรจุ ให้รัฐมนตรีด้วยความเห็นชอบของ

ก.อ.สั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการ แต่ทั้งนี้ไม่กระทบ

กระเทือนถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปตามอำนาจหน้าที่และการรับเงินเดือนหรือผลประโยชน์อื่นใด

ที่รับจากทางราชการก่อนมีคำสั่งให้ออกนั้น

และถ้าการเข้ารับราชการเป็นไปโดยสุจริตแล้วให้ถือว่า

เป็นการสั่งให้ออกเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญ

ข้าราชการ

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘

ข้าราชการอัยการผู้ใดประสงค์จะลาออกจากราชการให้ยื่นหนังสือ

ขอลาออกต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปชั้นหนึ่งเพื่อให้รัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณา

เมื่อรัฐมนตรีสั่ง

อนุญาตแล้วให้ถือว่าพ้นจากตำแหน่ง

ในกรณีที่ข้าราชการอัยการขอลาออกเพื่อดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเพื่อ

สมัครรับเลือกตั้ง

ให้การลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ผู้นั้นขอลาออก

นอกจากกรณีตามวรรคสอง ถ้ารัฐมนตรีเห็นว่า จำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ราชการ

จะยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกไว้เป็นเวลาไม่เกินสามเดือนนับแต่วันขอลาออกก็ได้

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙

เมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรให้ข้าราชการอัยการผู้ใดออกจากราชการ

เพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทน เหตุทุพพลภาพ

หรือเหตุรับราชการนาน ตามกฎหมายว่าด้วย

บำเหน็จบำนาญข้าราชการ ให้ทำได้ด้วยความเห็นชอบของ ก.อ.

แต่การให้ออกจากราชการเพื่อรับ

บำเหน็จบำนาญเหตุทดแทน ให้ทำได้เฉพาะในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) เมื่อข้าราชการอัยการผู้ใดต้องหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง และได้

ดำเนินการสอบสวนตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในลักษณะ ๔ หมวด ๒

แล้ว ไม่ได้ความเป็นสัตย์ว่า

กระทำผิดที่จะต้องถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก

แต่ผู้นั้นมีมลทินหรือมัวหมอง จะให้รับ

ราชการต่อไป จะเป็นการเสียหายแก่ราชการ

(๒) เมื่อข้าราชการอัยการผู้ใดบกพร่องต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ

ในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ

หรือประพฤติตนไม่สมควรที่จะให้คงเป็นข้าราชการอัยการต่อไป

(๓) เมื่อข้าราชการอัยการผู้ใดเจ็บป่วยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ราชการได้โดย

สม่ำเสมอ แต่ไม่ถึงเหตุทุพพลภาพ หรือ

(๔) เมื่อข้าราชการอัยการผู้ใดขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๓๓ (๒) หรือ (๑๑)

หรือเป็นสมาชิกรัฐสภาซึ่งมาจากการเลือกตั้ง

หรือเป็นข้าราชการการเมือง เว้นแต่กรณีตาม

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ วรรคสาม

วินัย

การรักษาวินัย และการลงโทษ

วินัย

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐

ข้าราชการอัยการต้องรักษาวินัยตามที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้โดย

เคร่งครัด

ผู้ใดฝ่าฝืนจักต้องได้รับโทษตามที่บัญญัติไว้ในหมวด ๓ แห่งลักษณะนี้

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑

ข้าราชการอัยการต้องสนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตย

ตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒ ข้าราชการอัยการจะเป็นกรรมการพรรคการเมือง

สมาชิกพรรค

การเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมืองไม่ได้

ในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา หรือผู้แทนทางการเมืองอื่นใดข้าราชการอัยการ

จะเข้าเป็นตัวกระทำการ ร่วมกระทำการ

หรือสนับสนุนในการโฆษณาหรือชักชวนใด ๆ ไม่ได้

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓

ข้าราชการอัยการต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งใน

หน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมาย ห้ามมิให้ขัดขืนหลีกเลี่ยง

ถ้าไม่เห็นพ้องด้วยคำสั่งนั้นจะเสนอ

ความเห็นทัดทานเป็นหนังสือก็ได้ แต่ต้องเสนอโดยด่วน และเมื่อได้ทัดทานดังกล่าวแล้วผู้บังคับ

บัญชามิได้สั่งถอนหรือแก้คำสั่งที่สั่งไป

ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติตาม แต่ให้ผู้บังคับบัญชารีบ

รายงานขึ้นไปยังอธิบดีตามลำดับ

ในการปฏิบัติราชการ ห้ามมิให้กระทำการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน เว้นแต่

จะได้รับอนุญาต

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔

ข้าราชการอัยการต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความระมัดระวัง

มิให้เสียหายแก่ราชการ

ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรม

มาตรา ๔๕

มาตรา ๔๕

ข้าราชการอัยการต้องไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา การรายงาน

โดยปกปิดข้อความซึ่งควรต้องบอกถือว่าเป็นการรายงานเท็จด้วย

34 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2521 (Update ณ วันที่ 07/11/2531) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2724a2d8a495c761

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com