ข้อ ๖ เพื่อประโยชน์ในการรักษาสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชนในท้องถิ่นหรือเพื่อป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคที่เกิดจากสัตว์
ให้พื้นที่ในเขตอำนาจขององค์การบริหารส่วนตำบลเจียดเป็นเขตควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ดังนี้
๖.๑
ให้พื้นที่ต่อไปนี้เป็นเขตห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์โดยเด็ดขาด
๑) พื้นที่ผังเมืองประกาศเป็นเขตพาณิชยกรรม
และเขตประชากรหนาแน่น
๒) ผืนที่ผังเมืองประกาศเป็นประเภทอนุรักษ์ เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมไทย
๓)
สถานที่ท่องเที่ยว
๔) วัด
โรงเรียน สถานที่ราชการ
๖.๒
ให้พื้นที่ต่อไปนี้เป็นเขตห้ามเลี้ยง หรือปล่อยสัตว์เกินจำนวนที่กำหนดดังนี้
๑) พื้นที่นอกจากที่ระบุใน ๖.๑ และในเขตชุมชน
ห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ ประเภทดังต่อไปนี้เกินจำนวน
ดังนี้
(๑)
ช้าง ม้า ไม่เกิน ๑ ตัว
(๒)
สุกร โค กระบือ แพะ แกะ สุนัข ประเภทละไม่เกิน ๓ ตัว
(๓)
เป็ด ไก่ นก ห่าน ประเภทละไม่เกิน ๒๐ ตัว
(๔) จำนวนสัตว์อื่นนอกจาก (๑) - (๓)
ต้องได้รับความเห็นชอบจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
(๕)
การเลี้ยงสัตว์ต้องไม่ก่อมลภาวะและเหตุรำคาญ
(๖)
ต้องไม่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์และแพร่เชื้อโรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน
๖.๓
ให้พื้นที่ต่อไปนี้เป็นเขตที่การเลี้ยง
หรือปล่อยสัตว์ต้องอยู่ภายใต้มาตรการอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้
๑) พื้นที่อยู่อาศัยไม่หนาแน่น หรือห่างจากชุมชน เกิน ๕๐๐
เมตร เป็นเขตที่การเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ประเภทดังนี้
ก.
การเลี้ยงสุกร โค กระบือ แพะ แกะ สุนัข จำนวนไม่เกิน ๒๐ ตัว
ข.
การเลี้ยงไก่ นก เป็ด ห่าน จำนวนไม่เกิน ๕๐ ตัว
ค.
สัตว์อื่น ๆ นอกจาก ข้อ ก. และ ข. จำนวนไม่เกิน ๕ ตัว
๒) พื้นที่อยู่อาศัยไม่หนาแน่น หรือห่างจากชุมชน เกิน ๑
กิโลเมตร เป็นเขตที่การเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ประเภทดังนี้
ก.
การเลี้ยงสุกร โค กระบือ แพะ แกะ สุนัข จำนวนไม่เกิน ๑๐๐ ตัว
ข.
การเลี้ยงไก่ นก เป็ด ห่าน จำนวนไม่เกิน ๕๐๐ ตัว
ค.
สัตว์อื่น ๆ นอกจาก ข้อ ก. และ ข. จำนวนไม่เกิน ๑๐ ตัว
ต้องมีการปฏิบัติภายใต้มาตรการดังนี้
๑) สถานที่ตั้ง
(๑)
ต้องตั้งอยู่ในสถานที่ที่ไม่ก่อเหตุรำคาญ ให้กับผู้อาศัยอยู่ใกล้เคียง
(๒)
ต้องมีบริเวณเลี้ยงสัตว์ซึ่งกั้นเป็นสัดส่วน และให้อยู่ห่างเขตที่ดินสาธารณะ
ทางน้ำ สาธารณะหรือที่ดินต่างเจ้าของ
และมีที่ว่างอันปราศจากหลังคาหรือสิ่งใดปกคลุมโดยรอบบริเวณเลี้ยงสัตว์นั้นไม่น้อยกว่า
๒๐ เมตรทุกด้าน เว้นแต่ด้านที่มีแนวเขตที่ดินติดต่อกับที่ดินของผู้เลี้ยงสัตว์ประเภทเดียวกัน
๒)
อาคารและส่วนประกอบ
(๑)
อาคารต้องเป็นอาคารเอกเทศ และมั่นคงแข็งแรงมีลักษณะเหมาะแก่การเลี้ยงสัตว์
ประเภทนั้น ๆ ไม่มีการพักอาศัยหรือประกอบกิจการอื่นใด
(๒)
พื้นต้องเป็นพื้นแน่นทำความสะอาดง่ายไม่เฉอะแฉะ เว้นแต่การเลี้ยงสุกรพื้นจะต้องเป็นคอนกรีตและมีความลาดเอียงเพื่อให้น้ำและสิ่งปฏิกูลไหลลงทางระบายน้ำได้โดยสะดวก
(๓) หลังคาต้องมีความสูงจากพื้นมากพอสมควร
และมีช่องทางให้แสงสว่างหรือแสงแดดส่องภายในอาคารอย่างทั่วถึง
(๔)
คอกต้องมีการกั้นคอกเป็นสัดส่วนเหมาะสมกับจำนวนสัตว์ ไม่ให้สัตว์อยู่กันอย่างแออัด
(๕)
การระบายอากาศต้องจัดให้มีการระบายอากาศถ่ายเทให้เพียงพอ
๓)
การสุขาภิบาลทั่วไป
(๑)
การระบายน้ำ
(๑.๑)
รางระบายน้ำ ต้องจัดให้มีรางระบายน้ำโดยรอบตัวอาคารให้มีความลาดเอียงเพียงพอให้น้ำไหลได้สะดวก
(๑.๒)
น้ำทิ้งต้องมีการบำบัด ก่อนระบายลงสู่ทางระบายน้ำแหล่งน้ำสาธารณะหรือในที่เอกชน
(๒)
การกำจัดมูลสัตว์ ต้องเก็บกวาดมูลสัตว์เป็นประจำทุกวัน ต้องจัดให้มีที่กักเก็บมูลสัตว์โดยเฉพาะ
ไม่ให้ส่งกลิ่นเหม็นอันเป็นเหตุรำคาญ และต้องไม่เป็นแหล่งเพาะพันธ์แมลงหรือสัตว์นำโรค
(๒.๑)
ถ้ามีการสุมไฟไล่แมลงให้สัตว์
ต้องไม่ให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อาศัยใกล้เคียง
(๒.๒)
ต้องป้องกันเสียงร้องของสัตว์ ไม่ให้เป็นเหตุรำคาญแก่ผู้อาศัยใกล้เคียง
(๒.๓) การเลี้ยงสัตว์ที่มีขน
ตัวอาคารต้องสามารถป้องกันขนไม่ให้ปลิวฟุ้งกระจายออกไปนอกสถานที่
(๒.๔) ต้องควบคุมดูแลไม่ให้สัตว์
ออกไปทำความเสียหายแก่ทรัพย์สิน
หรือทำความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อยู่ใกล้เคียง
(๒.๕)
ต้องรักษาความสะอาดที่เลี้ยงสัตว์ให้สะอาดเสมอ
๔)
การกำจัดซากสัตว์ให้ใช้วิธีการเผา หรือฝังเพื่อป้องกันการเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงและสัตว์นำโรคและการก่อเหตุรำคาญจากกลิ่นเหม็น