กฎกระทรวง
กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารบางชนิดหรือบางประเภท
ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่แขวงหิรัญรูจี
แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี และแขวงสมเด็จเจ้าพระยา
แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน
กรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๖๓[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง (๓) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
พ.ศ. ๒๕๒๒ และมาตรา ๘ วรรคหนึ่ง (๑) และ (๑๐)
แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมอาคารออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
บริเวณที่
๑ หมายความว่า พื้นที่ภายในบริเวณรัศมี
๒๐๐ เมตร จากจุดกึ่งกลางของพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
บริเวณที่ ๒ หมายความว่า พื้นที่ในบริเวณรอบนอกแนวเขตบริเวณที่ ๑ ในระยะ
๑๐๐ เมตร
ทั้งนี้
ตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๒ ให้กำหนดพื้นที่บางส่วนในท้องที่แขวงหิรัญรูจี
แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี และแขวงสมเด็จเจ้าพระยา
แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร ภายในบริเวณแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้
เป็นบริเวณห้ามก่อสร้างอาคารชนิดและประเภท ดังต่อไปนี้
(๑) ภายในบริเวณที่
๑ ห้ามก่อสร้างอาคารที่มีความสูงเกิน ๑๗ เมตร
(๒) ภายในบริเวณที่
๒ ห้ามก่อสร้างอาคารที่มีความสูงเกิน ๒๗ เมตร
การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินถึงยอดผนังหรือยอดฝาด้านที่สูงที่สุดของชั้นที่สูงที่สุด
แต่ไม่นับรวมส่วนของผนังหรือฝาที่เป็นส่วนโครงสร้างของหลังคา
ข้อ ๓ ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๒ ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารที่มีสีและวัสดุของผนังภายนอกอาคารและสีของหลังคาอาคารเป็นสีอื่น
ที่มิใช่อาคารที่มีสีและวัสดุ ดังต่อไปนี้
(๑) สีของผนังภายนอกอาคารเป็นโทนสีครีม
(๒) สีของหลังคาอาคารเป็นโทนสีเทาเข้ม
(๓) วัสดุที่เป็นผิวของผนังภายนอกอาคารหรือตกแต่งผิวของผนังภายนอกอาคารเป็นวัสดุไม่สะท้อนแสงหรือมันวาว
ข้อ ๔ กฎกระทรวงนี้มิให้ใช้บังคับแก่การก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารโบราณสถาน
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศาสนสถาน หรืออาคารต่าง ๆ ที่ใช้เพื่อการศาสนาหรือศิลปวัฒนธรรม
ข้อ ๕ ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ
๒ ห้ามบุคคลใดดัดแปลงอาคารใด ๆ ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ
๒ และข้อ ๓
ข้อ ๖ อาคารที่มีอยู่แล้วในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ
๒ ก่อนหรือในวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้
แต่การดัดแปลงอาคารดังกล่าวต้องเป็นไปตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) ภายในบริเวณที่
๑ ห้ามเพิ่มความสูงของอาคารให้เกิน ๑๗ เมตร
(๒) ภายในบริเวณที่
๒ ห้ามเพิ่มความสูงของอาคารให้เกิน ๒๗ เมตร
(๓) สีของผนังภายนอกอาคารเป็นโทนสีครีม
(๔) สีของหลังคาอาคารเป็นโทนสีเทาเข้ม
(๕) วัสดุที่เป็นผิวของผนังภายนอกอาคารหรือตกแต่งผิวของผนังภายนอกอาคารเป็นวัสดุไม่สะท้อนแสงหรือมันวาว
กรณีที่มีการขอดัดแปลงอาคาร
ผู้ขอดัดแปลงอาคารต้องปรับปรุงสีของผนังภายนอกอาคาร สีของหลังคาอาคาร และวัสดุที่เป็นผิวของผนังภายนอกอาคารหรือตกแต่งผิวของผนังภายนอกอาคารในส่วนที่ไม่ได้ขอดัดแปลงให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดในวรรคหนึ่งด้วย
การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินถึงยอดผนังหรือยอดฝาด้านที่สูงที่สุดของชั้นที่สูงที่สุด
แต่ไม่นับรวมส่วนของผนังหรือฝาที่เป็นส่วนโครงสร้างของหลังคา
ข้อ ๗ อาคารในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๒ ที่ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้างหรือดัดแปลงตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้นก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
และยังก่อสร้างหรือดัดแปลงไม่แล้วเสร็จ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้
แต่จะขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อกฎกระทรวงนี้ไม่ได้
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
พลเอก
อนุพงษ์ เผ่าจินดา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่แขวงหิรัญรูจี
แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี และแขวงสมเด็จเจ้าพระยา แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน
กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๖๓
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร
จึงมีความจำเป็นต้องมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการควบคุมการก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารในบริเวณโดยรอบของอนุสรณ์สถานดังกล่าว
สมควรห้ามก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารบางชนิดหรือบางประเภท
ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่แขวงหิรัญรูจี แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี และแขวงสมเด็จเจ้าพระยา
แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร เพื่อประโยชน์ในด้านความปลอดภัย การผังเมือง
การสถาปัตยกรรม และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ชญานิศ/จัดทำ
๓
สิงหาคม ๒๕๖๓
สุภาทิพย์/ตรวจ
๔
สิงหาคม ๒๕๖๓
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๗/ตอนที่ ๔๑ ก/หน้า ๓๐/๙ มิถุนายน ๒๕๖๓
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).