กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นอุทธรณ์และวิธีพิจารณาอุทธรณ์
พ.ศ. ๒๕๕๕[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๗๒
แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒
อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ การอุทธรณ์ต้องทำเป็นหนังสือ
และอย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้
(๑) วัน เดือน ปี ที่ยื่นอุทธรณ์
(๒) ชื่อและที่อยู่ของผู้อุทธรณ์
(๓) คำสั่งหรือคำวินิจฉัยอันเป็นเหตุให้อุทธรณ์ พร้อมทั้งข้อเท็จจริง
ข้อโต้แย้งหรือข้อกฎหมาย และเหตุผลที่ยกขึ้นอ้างอิงในคำอุทธรณ์โดยชัดแจ้ง
(๔) ความประสงค์หรือคำขอของผู้อุทธรณ์
(๕) ลายมือชื่อของผู้อุทธรณ์
ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ประสงค์จะยื่นเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณาอุทธรณ์
ให้ผู้อุทธรณ์ยื่นพร้อมคำอุทธรณ์
ข้อ ๒ คำอุทธรณ์ให้ยื่นต่อนายทะเบียน
ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้
(๑) การอุทธรณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยของนายทะเบียน ให้ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่มีคำสั่งหรือคำวินิจฉัยอันเป็นเหตุให้อุทธรณ์
หรือที่กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
(๒) การอุทธรณ์คำสั่งของผู้อนุญาต
ให้ยื่นที่กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
ผู้อุทธรณ์จะส่งคำอุทธรณ์ไปยังนายทะเบียนตามวรรคหนึ่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับก็ได้
ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ถือวันที่ที่ทำการไปรษณีย์รับฝากส่งเป็นวันยื่นอุทธรณ์
ข้อ ๓ เมื่อได้รับคำอุทธรณ์
ให้นายทะเบียนออกหนังสือรับอุทธรณ์ให้แก่ผู้อุทธรณ์ไว้เป็นหลักฐาน และให้นายทะเบียนตรวจคำอุทธรณ์ในเบื้องต้น
หากเห็นว่าเป็นคำอุทธรณ์ที่สมบูรณ์ให้เสนอต่อคณะกรรมการหรือรัฐมนตรี แล้วแต่กรณี
ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำอุทธรณ์ หากเห็นว่าคำอุทธรณ์นั้นไม่สมบูรณ์
ให้มีหนังสือแจ้งต่อผู้อุทธรณ์เพื่อแก้ไขให้สมบูรณ์ภายในระยะเวลาที่กำหนด ถ้าผู้อุทธรณ์ไม่แก้ไขคำอุทธรณ์ให้สมบูรณ์ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้บันทึกไว้แล้วเสนอคำอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการหรือรัฐมนตรี
แล้วแต่กรณี เพื่อดำเนินการต่อไป
ข้อ ๔ ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ไม่อาจยื่นเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณาอุทธรณ์พร้อมคำอุทธรณ์ตามข้อ
๑ วรรคสอง ผู้อุทธรณ์อาจยื่นเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณาอุทธรณ์เพิ่มเติมต่อนายทะเบียนได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันยื่นอุทธรณ์
โดยให้ทำหนังสือชี้แจงเหตุผลที่มิได้ยื่นเอกสารหรือหลักฐานนั้นพร้อมคำอุทธรณ์
และให้นำความในข้อ ๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
เมื่อได้รับเอกสารหรือหลักฐานตามวรรคหนึ่งแล้ว
ให้นายทะเบียนเสนอเอกสารหรือหลักฐานดังกล่าวโดยเร็วต่อคณะกรรมการหรือรัฐมนตรี
แล้วแต่กรณี
ข้อ ๕ ภายในกำหนดเวลาการยื่นอุทธรณ์
ผู้อุทธรณ์อาจขอแก้ไขเพิ่มเติมคำอุทธรณ์ได้ โดยให้ทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของผู้อุทธรณ์
พร้อมทั้งชี้แจงข้อเท็จจริงและเหตุผลของการแก้ไขเพิ่มเติม ยื่นต่อนายทะเบียน ณ
สถานที่ที่ยื่นคำอุทธรณ์ โดยให้นำความในข้อ ๒ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม
และให้นายทะเบียนเสนอคำอุทธรณ์ที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการหรือรัฐมนตรี แล้วแต่กรณี
ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอแก้ไขเพิ่มเติมคำอุทธรณ์
ข้อ ๖ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาอุทธรณ์
คณะกรรมการหรือรัฐมนตรี แล้วแต่กรณี อาจขอให้ผู้อุทธรณ์ นายทะเบียน ผู้อนุญาต
หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง มาให้ถ้อยคำหรือชี้แจงข้อเท็จจริง
หรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณา
ข้อ ๗ ให้คณะกรรมการหรือรัฐมนตรี แล้วแต่กรณี
พิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำอุทธรณ์จากนายทะเบียน
เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอันทำให้ไม่อาจพิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าวได้
ให้คณะกรรมการหรือรัฐมนตรีขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ออกไปได้อีกไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนด
และให้บันทึกเหตุผลที่จำเป็นต้องมีการขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ไว้ด้วย
ข้อ ๘ ผู้อุทธรณ์อาจขอถอนคำอุทธรณ์ในเวลาใด
ๆ ก่อนที่คณะกรรมการหรือรัฐมนตรี แล้วแต่กรณี จะมีคำวินิจฉัยก็ได้
โดยให้ทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของผู้อุทธรณ์ยื่นต่อนายทะเบียน ณ สถานที่ที่ยื่นคำอุทธรณ์
และให้นำความในข้อ ๒ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม
เมื่อมีการถอนคำอุทธรณ์แล้ว
ให้การพิจารณาอุทธรณ์ของคณะกรรมการหรือรัฐมนตรี แล้วแต่กรณี เป็นอันระงับ
และให้นายทะเบียนผู้รับคำอุทธรณ์ไว้ตามข้อ ๒ มีคำสั่งจำหน่ายคำอุทธรณ์นั้นเสีย พร้อมทั้งมีหนังสือแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบ
ข้อ ๙ คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการหรือรัฐมนตรี
แล้วแต่กรณี ให้ทำเป็นหนังสือ และอย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้
(๑) วัน เดือน ปี ที่มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์
(๒) ข้อเท็จจริงที่นำมาใช้ประกอบคำวินิจฉัย
(๓) ข้อกฎหมายและเหตุผลในการวินิจฉัย
(๔) ชื่อและลายมือชื่อของกรรมการทุกคนซึ่งร่วมพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์
หรือชื่อและลายมือชื่อของรัฐมนตรีซึ่งพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ แล้วแต่กรณี
ข้อ ๑๐ เมื่อคณะกรรมการหรือรัฐมนตรี
แล้วแต่กรณี ได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์แล้วให้แจ้งให้นายทะเบียนผู้รับคำอุทธรณ์ไว้ตามข้อ
๒ ทราบโดยเร็ว
และให้นายทะเบียนดังกล่าวมีหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้ผู้อุทธรณ์ทราบภายในห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์
ให้ไว้
ณ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕
วิทยา บุรณศิริ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๗๒
แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒
บัญญัติให้การยื่นอุทธรณ์และวิธีพิจารณาอุทธรณ์เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๕ มีนาคม ๒๕๕๕
ปณตภร/ผู้ตรวจ
๑๙ มีนาคม ๒๕๕๕
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๙/ตอนที่ ๒๕ ก/หน้า ๑/๑๔ มีนาคม ๒๕๕๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).