法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด หรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลยุโป ตำบลสะเตง ตำบลท่าสาป ตำบลพร่อน ตำบลสะเตงนอก และตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมืองยะลา และตำบลวังพญา อำเภอรามัน จังหวัดยะลา พ.ศ. 2547 (เล่มที่ 3)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
3
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง

ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด

หรือบางประเภท

ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลยุโป ตำบลสะเตง

ตำบลท่าสาป

ตำบลพร่อน ตำบลสะเตงนอก และตำบลหน้าถ้ำ

อำเภอเมืองยะลา

และตำบลวังพญา อำเภอรามัน จังหวัดยะลา

พ.ศ.

๒๕๔๗[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ และมาตรา ๘ (๑๐)

แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓

อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมอาคารออกกฎกระทรวงไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ในกฎกระทรวงนี้

“อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง”

หมายความว่า อาคารที่ใช้เพื่อประโยชน์ในการขายปลีกหรือขายส่ง

หรือทั้งขายปลีกและขายส่ง

ซึ่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

แต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข และอาคารที่มีกิจกรรมหลักเพื่อใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผล

หรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน

“บริเวณที่ ๑”

หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๑,๕๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๙ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือบรรจบถนน

อบจ.ยล. ๒๐๕๖ ฟากตะวันตก เลียบตามแนวถนน อบจ.ยล. ๒๐๕๖ ฟากตะวันตก

ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บรรจบทางรถไฟสายใต้ ฟากตะวันตกตรงจุดที่ถนน อบจ.ยล.

๒๐๕๖ ฟากตะวันออก บรรจบกับทางรถไฟสายใต้ ฟากตะวันตก เลียบทางรถไฟสายใต้

ฟากตะวันตกไปทางทิศใต้ และเป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกจนบรรจบกับเขตเทศบาลนครยะลาตรงจุดที่อยู่ห่างจากหลักเขตที่

๑ ของเทศบาลนครยะลา ไปทางทิศตะวันตก ตามแนวเขตเทศบาลนครยะลาเป็นระยะ ๘๕๐ เมตร

เลียบแนวเขตเทศบาลนครยะลาไปทางทิศตะวันออก

บรรจบเส้นแบ่งเขตจังหวัดยะลากับจังหวัดปัตตานีเป็นเส้นเลียบเส้นแบ่งเขตจังหวัดยะลากับจังหวัดปัตตานี

ไปทางทิศใต้และทิศตะวันออกเฉียงใต้

ถึงจุดที่อยู่ตามแนวเส้นตั้งฉากกับทางรถไฟสายใต้ ที่จุดซึ่งถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ

ตัดกับทางรถไฟสายใต้ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตามแนวทางรถไฟสายใต้ ระยะ ๓,๐๐๐

เมตร และเป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

บรรจบเส้นแบ่งเขตตำบลสะเตงนอกกับตำบลบุดี

ตรงจุดที่เส้นแบ่งเขตอำเภอเมืองยะลากับเขตอำเภอรามันบรรจบกับเส้นแบ่งเขตตำบลสะเตงนอกกับตำบลบุดี

ทิศใต้ เลียบเส้นแบ่งเขตตำบลสะเตงนอกกับตำบลบุดี

ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ถึงจุดที่อยู่ตามแนวเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๔๑๐

ทิศตะวันตก เป็นแนวขนานระยะ ๕๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๑๐ และถนนสาย ๑๕ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

บรรจบกึ่งกลางแม่น้ำปัตตานี (เป็นเส้นแบ่งเขตตำบลหน้าถ้ำกับตำบลบันนังสาเรง)

เลียบกึ่งกลางแม่น้ำปัตตานี ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

บรรจบกับจุดที่เป็นเส้นแบ่งเขตตำบลท่าสาป ตำบลสะเตงนอก และตำบลบันนังสาเรง

เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ บรรจบเส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ และเส้นตั้งฉากระยะ ๑,๐๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางถนนไปบ้านกูแบปาแย เป็นเส้นเลียบเส้นขนานระยะ ๑,๐๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางถนนไปบ้านกูแบปาแย ไปทางทิศเหนือบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๙

(ไปอำเภอยะหา) ฟากใต้ เป็นเส้นเลียบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๙ (ไปอำเภอยะลา)

ฟากใต้ และเป็นเส้นเลียบเส้นขนานระยะ

๑,๐๐๐ เมตร กับถนนสาธารณะไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บรรจบเส้นขนานระยะ ๑,๕๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๙

เว้นแต่พื้นที่บริเวณที่ ๒

“บริเวณที่ ๒”

หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

๒.๑ ทิศเหนือ

จดเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๑๐

ตรงจุดที่อยู่ห่างจากทางรถไฟสายใต้บรรจบกับถนนสิโรรสไปทางทิศเหนือ

ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๑๐ เป็นระยะ ๑,๔๐๐ เมตร

ทิศตะวันออก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๑๐

ฟากตะวันตก

ทิศใต้ จดเขตทางรถไฟสายใต้ ฟากเหนือ

ทิศตะวันตก จดแนวขนานระยะ ๒๐ เมตร

กับริมแม่น้ำปัตตานี ฝั่งตะวันออก

เว้นแต่แนวเขตบริษัท ยางพาราเทพเชียง จำกัด

๒.๒ ทิศเหนือ จดเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๔๑๐ ฟากตะวันออก ตรงจุดที่อยู่ห่างจากทางรถไฟสายใต้ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๔๑๐ ไปทางทิศเหนือตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๑๐ เป็นระยะ ๑,๔๐๐ เมตร

ทิศตะวันออก จดห้วยแบเมาะ ฝั่งตะวันตก พรุแบเมาะ

และถนนวิฑูรอุทิศ ๙ ฟากตะวันตก

ทิศใต้ จดถนนสิโรรส ๖ ฟากเหนือ

ทิศตะวันตก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๑๐

ฟากตะวันออก

๒.๓ ทิศเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๒๐ เมตร

กับแม่น้ำปัตตานี ฝั่งใต้

ทิศตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๑,๒๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางถนนสิโรรส และเลียบถนนเมืองใหม่ ฟากตะวันตก จนถึงระยะขนาน ๓๐๐ เมตร

กับถนนเปรมจิตต์ - สุรพันธ์ เป็นเส้นขนานระยะ ๓๐๐ เมตร กับถนนเปรมจิตต์ - สุรพันธ์

ไปทางทิศตะวันออก และเป็นแนวขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนสิโรรส

ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ บรรจบถนนเทศบาล ๑ ฟากเหนือ

ทิศใต้ จดถนนเทศบาล ๑ ฟากเหนือ

ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ บรรจบระยะขนาน ๒๐ เมตร กับริมแม่น้ำปัตตานี

ฝั่งตะวันออก

ทิศตะวันตก เลียบเส้นขนานระยะ ๒๐ เมตร

กับแม่น้ำปัตตานี ฝั่งตะวันออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บรรจบจุดเริ่มต้น

๒.๔ ทิศเหนือ จดถนนวิฑูรอุทิศ ๑ ฟากใต้

ถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันออกพรุแบเมาะ ฝั่งใต้ และเส้นขนานระยะ ๓๕๐ เมตร

กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๘๒ เส้นขนานระยะ ๒๕๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนสาธารณะ

และถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากใต้

ทิศตะวันออก จดถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันตก

เส้นขนานระยะ ๓๕๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๘๒ และเส้นขนานระยะ

๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๘๒ (ไปอำเภอรามัน)

ทิศใต้ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๘๒ ฟากเหนือ

ถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันตก ทางรถไฟสายใต้ ฟากเหนือ ถนนวิฑูรอุทิศ ๔

ฟากตะวันออก

ทิศตะวันตก เลียบถนนวิฑูรอุทิศ ๔ ฟากตะวันออก

บรรจบถนนวิฑูรอุทิศ ๑

๒.๕ ทิศเหนือ จดแนวเขตที่ดินห้างหุ้นส่วนจำกัด

เฉลียวศักดิ์พานิชยะลา ตรงจุดที่อยู่ห่างตามแนวขนานระยะ ๒๐ เมตร

กับริมแม่น้ำปัตตานี ฝั่งตะวันออก ถนนเทศบาล ๑ ฟากตะวันตก

ทิศตะวันออก จดถนนวงเวียน ๓ ฟากตะวันตก

ทิศใต้ จดถนนเข้าพรุบาโกย ฟากเหนือ

ถนนเข้าพรุบาโกย ฟากเหนือ ถนนสิโรรส ฟากตะวันตก และเส้นขนาน ๒๐ เมตร

กับริมแม่น้ำปัตตานี ฝั่งตะวันออก

ทิศตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๒๐ เมตร

กับริมแม่น้ำปัตตานี ฝั่งตะวันออก บรรจบเขตที่ดินห้างหุ้นส่วนจำกัด

เฉลียวศักดิ์พานิชยะลา

๒.๖ ทิศเหนือ จดถนนอาคารสงเคราะห์ ฟากใต้

ทิศตะวันออก จดถนนผังเมือง ๔ ฟากตะวันตก

ทิศใต้ จดถนนผังเมือง ๑ ฟากตะวันออก

ทิศตะวันตก จดถนนวงเวียน ๑ ฟากตะวันออก

และถนนสุขยางค์ ฟากตะวันออก

๒.๗ ทิศเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๔๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางถนน อบจ.ยล. ๒๐๐๑

ทิศตะวันออก จดถนน อบจ.ยล. ๒๐๕๖ ฟากตะวันตก

เป็นเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนน อบจ.ยล. ๒๐๐๑ เส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางถนน อบจ.ยล. ๒๐๕๖ ถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันตก และเขตทหาร

ทิศใต้ จดเขตทหาร ถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ

ฟากตะวันออก ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๙ ฟากตะวันตก และถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ

ฟากตะวันออก

ทิศตะวันตก จดเส้นขนานกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๔๐๙ ระยะ ๕๐๐ เมตร ถนน อบจ.ยล. ๒๐๐๑ ฟากตะวันออก เส้นขนานระยะ ๖ เมตร

กับคลองท่าสาป ฝั่งตะวันออก

๒.๘ ทิศเหนือ จดถนนเทศบาล ๔ ฟากใต้

ทิศตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตร กับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ

ฟากตะวันออก

ทิศใต้ จดเส้นตรงที่ต่อจากถนนอาคารสงเคราะห์ ๑

ฟากเหนือ ไปทางทิศตะวันออกบรรจบกับเส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ และถนนอาคารสงเคราะห์ ฟากเหนือ

ทิศตะวันตก จดถนนผังเมือง ๔ ฟากตะวันออก

๒.๙ ทิศเหนือ จดถนนสุขยางค์ ๒ ฟากใต้

ถนนรอบพรุบาโกย ฟากตะวันออกถนนวงเวียน ๓ ฟากตะวันตก และถนนสุขยางค์

ทิศตะวันออก จดถนนสุขยางค์ ฟากตะวันตก ถนนเวฬุวัน

ฟากตะวันตก และเขตศูนย์ราชการ

ทิศใต้ จดถนนสาย ๑๕ ฟากตะวันออก

ถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันตก เส้นขนานระยะ ๒๕๐ เมตร กับถนนสาย ๑๕

เส้นขนานระยะ ๒๐ เมตร กับแม่น้ำปัตตานี เลียบเส้นขนานระยะ ๒๐ เมตร

กับแม่น้ำปัตตานี

ทิศตะวันตก จดถนนสิโรรส ฟากใต้ และฟากตะวันออก

เส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตร กับแนวเส้นตรงที่เชื่อมระหว่างหลักหมุดผังเมือง ที่ ยล.๑๐๐๑

กับหลักหมุดผังเมือง ที่ ยล.๑๐๐๓ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ระยะ ๕๖๐ เมตร

และเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บรรจบถนนสุขยางค์ ๒ ฟากใต้

๒.๑๐ ทิศเหนือ จดถนนผังเมือง ๔ ซอย ๑๒ ฟากใต้

ทิศตะวันออก จดเส้นตรงที่ลากจากที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากถนนผังเมือง

๔ บรรจบกับถนนผังเมือง ๔ ซอย ๑๒ ไปทางทิศตะวันออกตามแนวถนนผังเมือง ๔ ซอย ๑๒

เป็นระยะ

๒,๑๘๐ เมตร ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ บรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๑๐

ตรงจดที่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๑๐ บรรจบถนนสุขยาค์

ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๑๐ ระยะ ๗๔๐ เมตร

ทิศใต้ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๑๐ ฟากเหนือ

ทิศตะวันตก จดถนนสุขยางค์ ฟากตะวันออกผังเมือง ๔

ฟากตะวันออก เส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับถนนผังเมือง ๔ ซอย ๑๒ และเส้นขนานระยะ ๓๐๐

เมตร กับถนนผังเมือง ๔ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

๒.๑๑ ทิศเหนือ จดถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากใต้

ทิศตะวันออก จดถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันตก

เส้นตรงที่ลากจากจุดที่ถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๘๙

ไปทางทิศใต้บรรจบภูเขา วัดหน้าถ้ำและเขาบันนังลูวา เขาบันนังลูวา

แนวเขตวัดคูหาภิมุขจังหวัดยะลา (หน้าถ้ำ) และถนนสาธารณะไปบ้านกูแบปาแย ฟากตะวันตก

ทิศใต้ จดถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากเหนือ

ทิศตะวันตก จดถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันออก

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๙ ฟากใต้ และถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันออก

ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสถานที่ราชการ สถาบันการศึกษา

และศาสนสถาน

ทั้งนี้

ตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้กำหนดพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลยุโป ตำบลสะเตง ตำบลท่าสาป ตำบลพร่อน

ตำบลสะเตงนอก และตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมืองยะลา และตำบลวังพญา อำเภอรามัน จังหวัดยะลา

ภายในบริเวณแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้เป็นบริเวณห้ามก่อสร้างอาคารชนิดและประเภท

ดังต่อไปนี้

(๑) ภายในบริเวณที่ ๑ ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นใช้สอยอาคารรวมกัน

เพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่ ๘๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป

(๒) ภายในบริเวณที่ ๒ ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารดังต่อไปนี้

(ก) อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกัน

เพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังเกิน ๑,๕๐๐ ตารางเมตร

(ข) อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกัน

เพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่ ๘๐๐ ตารางเมตร

แต่ไม่เกิน

๑,๕๐๐ ตารางเมตร เว้นแต่อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งนั้นเป็นไปตามข้อกำหนด

ดังต่อไปนี้

๑. ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจร

ไม่น้อยกว่า ๔ ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร

และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

๒. แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่

๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

๓. มีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๗๐ ใน ๑๐๐

ส่วนของพื้นที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๔. มีค่าสูงสุดของอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นของอาคารทุกหลังต่อพื้นที่ที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๑.๕ ต่อ ๑

๕. มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นส่วน

หรือบริเวณปลูกต้นไม้ หรือนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐

๖. มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร

ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะ ไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๗. มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่น หรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๘. อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร

ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดิน

ซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ ศาสนสถาน โบราณสถาน

หรือสถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

๙. มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน

ต่อพื้นที่อาคาร ๔๐ ตารางเมตร เศษของ ๔๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๔๐ ตารางเมตร

๑๐. ที่พักมูลฝอย ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะ

ไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร

แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร

ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๒ ห้ามบุคคลใดดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้อาคารใดๆ

ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดใน

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

อาคารที่มีอยู่แล้วในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๒

ก่อนหรือในวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้

แต่ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารดังกล่าวให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

อาคารที่ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้าง ดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้นก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

และยังก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ไม่แล้วเสร็จ

ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้

แต่จะขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อกฎกระทรวงนี้ไม่ได้

ให้ไว้

ณ วันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๗

โภคิน พลกุล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

[เอกสารแนบท้าย]

๑. แผนที่ท้ายกฎกระทรวง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง

ดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลยุโป

ตำบลสะเตง ตำบลท่าสาป ตำบลพร่อน ตำบลสะเตงนอก และตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมืองยะลา

และตำบลวังพญา อำเภอรามัน จังหวัดยะลา พ.ศ. ๒๕๔๗

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

เนื่องจากได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท

ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลยุโป ตำบลสะเตง ตำบลสะเตงนอก ตำบลท่าสาป ตำบลพร่อน

ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมืองยะลา และตำบลวังพญา อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ลงวันที่ ๒

กันยายน ๒๕๔๖ ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๕ กันยายน ๒๕๔๖ เป็นต้นมา แต่มาตรา

๑๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ บัญญัติว่า

ถ้าไม่มีการออกกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศนั้นมีผลใช้บังคับ

ให้ประกาศดังกล่าวเป็นอันยกเลิก และโดยที่สมควรห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด หรือบางประเภทในบริเวณดังกล่าวต่อไป

เพื่อประโยชน์ในด้านการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การผังเมือง

และการอำนวยความสะดวกแก่การจราจร จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

นันทนา/ผู้จัดทำ

๒๒

พฤษภาคม ๒๕๔๙

ปาจรีย์/เชิงชาย/จัดทำ

มิถุนายน ๒๕๔๙

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๕๑ ก/หน้า ๑๒๕ (เล่มที่ ๓)/๓

กันยายน ๒๕๔๗

3 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด หรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลยุโป ตำบลสะเตง ตำบลท่าสาป ตำบลพร่อน ตำบลสะเตงนอก และตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมืองยะลา และตำบลวังพญา อำเภอรามัน จังหวัดยะลา พ.ศ. 2547 (เล่มที่ 3) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_28c52681d841730b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com