พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
จัดวางการรถไฟและทางหลวงแก้ไขเพิ่มเติม
พุทธศักราช ๒๔๗๕
ประชาธิปก ป.ร.
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่สภาผู้แทนราษฎรถวายคำปรึกษาว่าสมควรจะแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวง
พ.ศ. ๒๔๖๔
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ด้วยความแนะนำยินยอมของสภาผู้แทนราษฎรโดยบทมาตราต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางกลวงแก้ไขเพิ่มเติม
พุทธศักราช ๒๔๗๕
มาตรา ๒[๑] ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘-๙-๑๐-๑๑ และ ๑๐๖
แห่งพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวง พ.ศ. ๒๔๖๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๘ รถไฟหลวงนั้นเป็นสมบัติของแผ่นดิน
อยู่ในความบังคับบัญชาของกรมรถไฟหลวง
ขึ้นอยู่ในกระทรวงเกษตรพาณิชยการมีผู้บัญชาการเป็นหัวหน้าบัญชากิจการอยู่ภายใต้ความบังคับบัญชาและรับผิดชอบต่อเสนาบดีกระทรวงเกษตรพาณิชยการ
มาตรา ๔ ให้มีสภากรรมการขึ้นสภาหนึ่งเรียกว่า
สภากรรมการรถไฟ เพื่อดำเนินการตามพระราชบัญญัติรถไฟและทางหลวง
และเพื่อรับปรึกษาหารือในข้อราชการสำคัญให้เสนาบดีกระทรวงเกษตรพาณิชยการเป็นประธานโดยตำแหน่ง
ให้ผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวงเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
กับมีกรรมการอื่นอันเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญในกิจการซึ่งเกี่ยวกับการรถไฟอีก ๑๓
นาย ที่จะได้ประกาศตั้งขึ้น
กรรมการ ๑๓
นายที่ประกาศตั้งขึ้นนั้น ให้อยู่ในตำแหน่งได้คราวละ ๔ ปี และอาจประกาศตั้งซ้ำกันอีกได้เป็นคราว
ๆ
มาตรา ๕ กิจการบางอย่าง เป็นการสำคัญ
ท่านว่าเสนาบดีต้องนำขึ้นปรึกษาในที่ประชุมสภากรรมการรถไฟ กล่าวคือ
(๑) จัดวางโครงการ
และวางนโยบายของการรถไฟ
(๒) วินิจฉัยการลงทุนใหม่
(๓) วินิจฉัยงบประมาณประจำปี
(๔)
วินิจฉัยการทำหนังสือสัญญาจ้างเจ้าพนักงานผู้ชำนาญในวิชาการ
(๕)
กิจการอันกรรมการได้เสนอขึ้นและสภาได้ลงมติให้ถือเป็นการสำคัญ
กิจการอันได้กล่าวในข้อ ๑-๒ นั้น
เมื่อสภากรรมการได้ลงมติประการใดแล้ว ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการราษฎรก่อนจึงให้ดำเนินการไปได้
มาตรา ๖ สภากรรมการนี้ย่อมมีอำนาจเรียกผู้ใด ๆ
มาปรึกษาหารือ และเรียกเจ้าหน้าที่คนใด ๆ ในกรมรถไฟหลวงมาสอบสวน
หรือจะตั้งอนุกรรมการขึ้นสอบสวนข้อความใด ๆ ก็ย่อมจะทำได้
มาตรา ๗ สภากรรมการนี้
ให้เสนาบดีกระทรวงเกษตรพาณิชยการเป็นผู้เรียกประชุม
อนึ่งผู้บัญชาการรถไฟหลวง
หรือกรรมการอื่น ๒ นายรวมกันก็ย่อมร้องขอให้เสนาบดีเรียกประชุมได้
มาตรา ๘ การประชุมของสภากรรมการนี้
ท่านว่าต้องมีกรรมการมาประชุมอย่างน้อย ๑๐ นาย จึงให้ถือเป็นองค์ประชุมได้
การลงมติให้ถือเอาคะแนนข้างมากของจำนวนกรรมการที่มาประชุม
ประกาศมา ณ วันที่ ๒๒ สิงหาคม
พุทธศักราช ๒๔๗๕ เป็นปีที่ ๘ ในรัชกาลปัจจุบัน
ผู้รับพระบรมราชโองการ
พระยามโนปกรณ์นิติธาดา
ประธานคณะกรรมการราษฎร
ดวงใจ/แก้ไข
๑๒ ธ.ค. ๔๔
A+B (C)
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๔๙/-/หน้า ๒๘๘/๒๒ สิงหาคม ๒๔๗๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).