法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติเครื่องแบบตำรวจ พุทธศักราช 2477

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
30
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

เครื่องแบบตำรวจ

พุทธศักราช ๒๔๗๗

นริศรานุวัดติวงศ์

ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

(ตามพระราชกฤษฎีกาวันที่

๑๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๗๖)

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก

พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

มีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้า ฯ สั่งว่า

โดยที่สภาผู้แทนราษฎรถวายคำปรึกษาว่า สมควรกำหนดเครื่องแบบตำรวจ

เสียใหม่

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและ

ยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติเครื่องแบบตำรวจ

พุทธศักราช ๒๔๗๗”

มาตรา ๒

มาตรา ๒* ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

*[รก.๒๔๗๗/-/๔๘๐/๑๒ กันยายน

๒๔๗๗]

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกบรรดากฎหมาย กฎ

และข้อบังคับอื่น ๆ ซึ่งมีข้อความขัด

หรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔

มาตรา ๔

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไป

ตามพระราชบัญญัตินี้

ประเภทเครื่องแต่งตัว

มาตรา ๕

มาตรา ๕

เครื่องแบบตำรวจแบ่งออกเป็นห้าประเภท คือ

๑. เครื่องปกติ

๒. เครื่องหัด

๓. เครื่องสโมสร

๔. เครื่องเต็มยศขาว

๕. เครื่องเต็มยศ

มาตรา ๖

มาตรา ๖

เครื่องปกติมีดังต่อไปนี้

๑. หมวกทรงหม้อตาลสีกากี กะบังหน้าหนังสีดำให้มีสายรัดคางหนังสีดำ

กว้างหนึ่งเซ็นติเมตร มีดุมสีดำขนาดเล็กติดข้างละหนึ่งเม็ด

ที่ด้านหน้าหมวกติดตรา

ทำด้วยโลหะสีเงินเป็นรูปอุณาโลมอยู่กลางจักร รอบนอกวงจักรมีลายเปลวในรอบวงจักร

มีอักษรว่า “พิทักษ์สันติราษฎร์”

อนึ่ง นักเรียนนายร้อยตำรวจ นายดาบตำรวจ และนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร

ในโอกาสลำลอง ให้ใช้หมวกทรงหม้อตาลสีขาว

(เช่นเดียวกับเครื่องสโมสร) ประกอบกับเสื้อแบบ

ราชการสีขาว และกางเกงขายาวสีขาวได้ด้วย

นอกจากนี้ ให้มีหมวกกันแดดสีกากี และมีตราติดหน้าหมวกลักษณะดุจเดียวกับ

ตราติดหน้าหมวกทรงหม้อตาล

ใชัประกอบกับเสื้อแบบราชการสีกากีและกางเกงสีกากี แต่จะใช้เมื่อใด

ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะกำหนด

นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร ให้ใช้หมวกกันแดดสีขาวและมีตราติดหน้าหมวก

ดังกล่าวแล้วในวรรคก่อน

ใช้ประกอบกับเสื้อแบบราชการสีขาวและกางเกงสีขาวได้ด้วย

๒. เสื้อแบบราชการผ้าหรือสักหลาดสีกากี มีดุมที่อกเสื้อเจ็ดดุม มีกระเป๋าเย็บ

ติดภายนอกข้างขวาและข้างซ้ายข้างละสอง

เป็นกระเป๋าบนและล่างอย่างละสอง กระเป๋าบนมีใบ

ปกรูปมนชายกลางแหลม มีแถบเย็บติดตรงกึ่งกลางตามทางดิ่ง

กระเป๋าล่างเป็นอย่างย่ามมีใบปก

รูปตัด

ทั้งสี่กระเป๋ามีรังดุมที่ใบปกสำหรับขัดดุมซึ่งติดอยู่ตรงปากกับมีอินทรธนูสีเดียวกันกับเสื้อเย็บเป็นแผ่นเหลี่ยมเรียวทางด้านไหล่ไปทางคอติดอยู่เหนือบ่าทั้งสองข้าง

ด้านทางไหล่กว้าง ๓.๕ เซ็นติเมตร เย็บกับตะเข็บเสื้อ ด้านทางคอกว้าง ๒.๕ เซนติเมตร

ปลายมน และขัดดุมโดยวิธีเจาะเสื้อสอดก้านดุมลงไปติดควงภายในเสื้อ

ดุมทั้งสิ้นที่กล่าวแล้วมีลักษณะกลมมนทำด้วยวัตถุสีน้ำตาล

นักเรียนนายร้อยตำรวจ นายดาบตำรวจ นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร ใช้เสื้อแบบ

ราชการสีขาว มีอินทรธนูทำนองเดียวกันกับเสื้อสีกากี

มีดุมที่อกเสื้อห้าดุม ดุมทั้งสิ้นทำด้วยโลหะ

สีเงิน เพื่อใช้ประกอบกับกางเกงสีขาวขายาว

๓. กางเกงทำด้วยผ้าหรือสักหลาดสีกากีขายาวพับปลายขา ส่วนนักเรียนนาย

ร้อยตำรวจ นายดาบตำรวจและนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร ให้ใช้กางเกงขายาวสีขาวพับปลายขา

ประกอบกับเสื้อสีขาวได้ด้วย

กับให้มีกางเกงทำด้วยผ้าหรือสักหลาดสีกากีชนิดขาสั้น หุ้มเข่า ใช้

ประกอบกับเสื้อแบบราชการสีกากีในเวลาขี่ม้า

หรือในโอกาสที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

จะกำหนดให้ อนึ่งเมื่อใช้กางเกงสีกากีชนิดขาสั้นดังว่านี้

ต้องใช้ผ้าพันแข้งสีกากี หรือสนับแข้งสีน้ำ

ตาลประกอบกับรองเท้าบู๊ตทำด้วยหนังสีน้ำตาลและถ้าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ

นายดาบ

ตำรวจหรือนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร

จะใช้รองเท้าบู๊ตหนังสีน้ำตาลก็ได้

๔. รองเท้าชู หรือบู๊ตทำด้วยหนังสีน้ำตาล หรือทอปบู๊ตทำด้วยหนังสีน้ำตาล แต่

ถ้าใช้รองเท้าชู ต้องใช้ถุงสีน้ำตาล

สำหรับนักเรียนนายร้อยตำรวจ นายดาบตำรวจ นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร เมื่อ

ใช้กางเกงขายาวสีขาวพับปลายขา

ให้ใช้รองเท้าชูหรือบู๊ตทำด้วยหนังสีดำ แต่ถ้าใช้รองเท้าชู ต้อง

ใช้ถุงสีดำ

๕. เข็มขัดหนังสีน้ำตาล สำหรับพลตำรวจและนายสิบตำรวจ กับนักเรียนนาย

ร้อยตำรวจ ให้คาดทับเสื้อสีกากี

จ่านายสิบตำรวจ นายดาบตำรวจและนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร ให้ใช้เข็มขัด

สายโยงหนึ่งสาย

คาดทับเสื้อในเวลาแต่งเครื่องแบบสีกากีได้ด้วย แต่จะแต่งในโอกาสใดให้เป็นไป

ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะกำหนดสำหรับนายดาบตำรวจและนายตำรวจชั้น

สัญญาบัตร เวลาแต่งเครื่องแบบขาว ห้ามใช้เข็มขัดสายโยง

แต่ถ้าแต่งในโอกาสที่ต้องขัดกระบี่

ให้ใช้สายกระบี่ทำด้วยหนังสีน้ำตาลผูกติดกับเข็มขัดตามแบบที่กรมตำรวจจะกำหนด

มาตรา ๗

มาตรา ๗ เครื่องหัด

คงแต่งเช่นเดียวกับเครื่องปกติแต่ต้องใช้เครื่องกากี

มาตรา ๘

มาตรา ๘ เครื่องสโมสร

ใช้ได้เฉพาะนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร และกำหนด

ให้แต่งดังต่อไปนี้

๑. หมวกทรงหม้อตาลสีขาว กะบังหมวกหนังสีดำสายรัดคางไหมเงินกว้าง

หนึ่งเซ็นติเมตร

มีดุมเกลี้ยงสีเงินขนาดย่อมติดที่ข้างหมวกข้างละหนึ่งดุม และด้านหน้าหมวก

ติดตราทำด้วยโลหะสีเงินเป็นรูปอุณณาโลมอยู่กลางจักรรอบภายนอกวงจักรมีลายเปลวในขอบของวงจักรมีอักษรว่า

“พิทักษ์สันติราษฎร์”

๒. เสื้อแบบราชการสีขาว

๓. กางเกงขายาวสีขาว ไม่พับปลายขา

๔. รองเท้าบู๊ตหนังสีดำ

มาตรา ๙

มาตรา ๙ เครื่องเต็มยศขาว

ใช้ได้เฉพาะนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรและให้แต่ง

เช่นเดียวกันกับเครื่องสโมสรแต่ให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

เครื่องเต็มยศมีดังต่อไปนี้

นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร นายดาบตำรวจ นักเรียน นายร้อยตำรวจ จ่านายสิบ

ตำรวจนายสิบตำรวจ และพลตำรวจ แต่งเช่นเดียวกันกับเครื่องหัด

แต่ให้ประดับเครื่องราช

สริยาภรณ์เพิ่มขึ้น

เครื่องหมายยศ

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑

เครื่องหมายยศมีดังต่อไปนี้

๑. พลตำรวจอาสาสมัคร ให้มีอักษร “อ” ทำด้วยโลหะสีเงินติดที่เหนือกระเป๋าบนข้างซ้าย เหนือเลขประจำตัว

๒. ชั้นนายสิบตำรวจให้มีบั้งพื้นสีกากี ตัวบั้งทำด้วยผ้าหรือสักหลาดสีขาวเย็บ

ติดที่แขนเสื้อตอนเหนือข้อศอกข้างซ้าย

เป็นรูปมุมข้อศอกหันมุมลงข้างล่าง ขนาดยาวจากมุมข้าง

ละห้าเซ็นติเมตร กว้างหนึ่งเซ็นติเมตร

นายสิบตำรวจตรี

หนึ่งบั้ง

นายสิบตำรวจโท

สองบั้งซ้อน

นายสิบตำรวจเอก สามบั้งซ้อน

จ่านายสิบตำรวจ

สี่บั้งซ้อน

๓. นายดาบตำรวจ ให้มีเครื่องหมายทำด้วยโลหะสีเงินเป็นรูปดาบสองเล่มไขว้

กัน ติดที่อินทรธนูทั้งสองข้าง

๔. นายร้อยตำรวจ ให้มีดอกจันทน์แปดกลีบ ทำด้วยโลหะสีเงินติดที่บนอินทรธนู

ทั้งสองข้าง

นายร้อยตำรวจตรี

หนึ่งดอก

นายร้อยตำรวจโท

สองดอก (ติดเรียงตามยาวอินทรธนู)

นายร้อยตำรวจเอก สามดอก

(ติดเรียงตามยาวอินทรธนู)

๕. นายพันตำรวจ ให้มีดอกจันทน์และติดเช่นเดียวกันกับนายร้อยตำรวจ

แต่เพิ่มขีด (สันเหลี่ยม)

ทำด้วยโลหะสีเงินติดบนอินทรธนูที่ปลายบ่าข้างละหนึ่งขีด

๖. นายพลตำรวจ ให้มีดอกจันทน์และขีดติดเช่นเดียวกันกับนายพันตำรวจ แต่

เพิ่มขีดขึ้นอีกข้างละหนึ่งขีด

เครื่องหมายแสดงจำพวก

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

เครื่องหมายแสดงจำพวกตำรวจมีดังต่อไปนี้

๑. ให้มีเครื่องหมายแสดงจำพวกทำด้วยโลหะสีเงินติดที่คอเสื้อข้างขวาแต่

ตำรวจนอกประจำการติดที่ใต้ปกกระเป๋าเสื้อบนด้านซ้าย คือ

ก. ตำรวจนครบาล

รวมทั้งที่ประจำในสำนักงานเลขานุการ กรม

กอง โรงเรียน กองฟังคดีศาลโปรีสภา และกองตรวจคนเข้าเมือง

ใช้อักษร “น” กลางกะหนกสี่เหลี่ยมรี

ส่วนตำรวจกองคลังใช้เครื่องหมายดอกจันทน์ กับตำรวจแพทย์ใช้รูปพญานาคพันกระบี่กลางกะหนกสี่เหลี่ยมรี

ข. ตำรวจภูธร ใช้ “ภ” กลางกะหนกสี่เหลี่ยมรี

ค. ตำรวจสันติบาล

ใช้ “ส” กลางกะหนกสี่เหลี่ยมรี

ฆ. ตำรวจเทศบาล ใช้

“ท”

กลางกะหนกสี่เหลี่ยมรี

เครื่องหมายแสดงสังกัด

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

ตำรวจมีเครื่องหมายแสดงสังกัดตามมาตรา ๑๒ ทำด้วยโลหะสีเงิน

ติดที่คอเสื้อข้างซ้าย

ตำรวจนอกประจำการห้ามมิให้ติดเครื่องหมายเช่นว่านี้ไม่ว่าในโอกาสใด ๆ

๑. สังกัดตำรวจนครบาล ผู้ที่ประจำกองบังคับการใช้อักษร “น” กลางกะหนก

สี่เหลี่ยมรี ผู้ที่ประจำตามสายผู้กำกับการเฉพาะนายดาบตำรวจ

และนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร

ใช้เลขกลางกะหนกสี่เหลี่ยมรีเรียงลำดับตามสายของผู้กำกับการนั้น

ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง

มหาดไทยจะได้กำหนดให้

ส่วนตำรวจนครบาลชั้นนายสิบพลตำรวจให้มีเลขเรียงลำดับสถานีกลาง

กะหนกสี่เหลี่ยมรี

ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะได้กำหนดให้ กับเลขประจำตัวเรียง

ลำดับตามจำนวนนายสิบพลตำรวจในสถานีตำรวจนั้นติดที่เหนือกระเป๋าบนข้างซ้าย

ส่วนตำรวจที่ประจำในสำนักงานเลขานุการ กรม กอง โรงเรียน กองฟังคดีศาล

โปรีสภา และกองตรวจคนเข้าเมือง ใช้อักษร “น” กลางกะหนกสี่เหลี่ยมรี ตำรวจกองคลังใช้เครื่องหมายดอกจันทน์

และตำรวจแพทย์ใช้รูปพญานาคพันกระบี่กลางกะหนกสี่เหลี่ยมรี กับให้นายสิบพลตำรวจมีเลขประจำตัวเรียงลำดับตามจำนวนนายสิบพลตำรวจทำนองเดียวกับตำรวจนครบาล

๒. สังกัดตำรวจภูธร ผู้ที่ประจำกองจเรใช้อักษร “ภ” กลางกะหนกสี่เหลี่ยมรี

ผู้ที่ประจำกองผู้กำกับการ ใช้เลขกลางกะหนกสี่เหลี่ยมรีเรียงลำดับตามสาย

ผู้ที่ประจำกองตำรวจ

ภูธรจังหวัด ใช้อักษรย่อของจังหวัดนั้น

กลางกะหนกสี่เหลี่ยมรี ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง

มหาดไทยได้กำหนดให้

๓. สังกัดตำรวจสันติบาล ผู้ที่ประจำกองบังคับการให้ใช้อักษร “ส” กลางกะหนกสี่เหลี่ยมรี ผู้ที่ประจำสายผู้กำกับการใช้เลขกลางกระหนกสี่เหลี่ยมรีเรียงลำดับตามสายของผู้กำกับการนั้น

ส่วนนายสิบพลตำรวจใช้เลขประจำตัวเรียงลำดับตามจำนวนสิบพลตำรวจในกองนั้น ๆ ติดเหนือกระเป๋าเสื้อข้างซ้ายอีก

๔. สังกัดตำรวจเทศบาล ผู้ที่ประจำกองจราจร ใช้อักษร “จ” กลางกะหนกสี่

เหลี่ยมรี ผู้ที่ประจำกองดับเพลิงใช้อักษร “พ” กลางกะหนกสี่เหลี่ยมรีและผู้ที่ประจำกองสุขาภิบาลใช้อักษร “ส” กลางกะหนกสี่เหลี่ยมรี

ส่วนนายสิบพลตำรวจให้ใช้เลขเรียงลำดับกลางกะหนกสี่

เหลี่ยมรีกับให้มีเลขประจำตัวเรียงลำดับตามจำนวนนายสิบพลตำรวจในกองนั้นติดที่เหนือกระเป๋า

บนซ้ายด้วย

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔

ให้ใช้เสื้อคลุมกันฝนและกันหนาวสีน้ำตาลกับผ้าปูหลังม้าตามแบบ

ที่กรมตำรวจจัดทำขึ้นไว้

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕

ผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือได้รับพระราชทาน

พระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ

ให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้น ๆ ในเวลาแต่งเต็มยศขาวและเต็มยศ

แต่ถ้าแต่งเครื่องปกติ หรือแต่งเครื่องหัด ให้ใช้แพรแถบของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทำเป็นแผง

ผ้ากว้างไม่เกินกว่าหนึ่งเซ็นติเมตรครึ่ง ติดที่อกเสื้อเบื้องซ้ายตรงแนวคุมคอเสื้อ

และในเวลาแต่งเครื่องสโมสรนั้น จะประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จำลองขนาดย่อมก็ได้

และถ้าในหมายหรือใบเชิญปรากฏว่าให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ก็ให้ประดับอย่างแต่งเต็มยศหรือมีว่าให้สวมสายสะพายด้วย

ก็ให้สวมได้

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖

เพื่อป้องกันมิให้เข้าใจผิดไปจากพระราชบัญญัตินี้ ให้กรมตำรวจทำ

เครื่องแต่งตัวและเครื่องหมายตามพระราชบัญญัตินี้ไว้ทุกอย่างสำหรับเป็นแบบในการจัดทำเครื่องแต่งตัวสืบไป

มิให้ตำรวจใช้เครื่องแต่งตัวผิดจากแบบนั้นเป็นอันขาด

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗

ในโอกาสรักษาการณ์งานพระราชพิธีอย่างใด ๆ ซึ่งในงานนั้น

กำหนดให้แต่งเครื่องเต็มยศขาว

ผู้มีหน้าที่รักษาการณ์นั้นให้แต่งเครื่องหัด แต่ให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์เพิ่มขึ้น

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘

เวลาแต่งเครื่องแบบตำรวจ ห้ามมิให้ใช้เครื่องประดับกายอย่างอื่น

ซึ่งมิได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้

หรือที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมิได้กำหนดให้ใช้

ตามพระราชบัญญัตินี้ ติดนอกหรือทับเครื่องแบบตำรวจ

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙

นายตำรวจชั้นสัญญาบัตรที่ไม่ได้รับราชการประจำเป็นตำรวจจะ

แต่งเครื่องแบบตำรวจไม่ได้

นอกจากเมื่อมีหมายกำหนดการให้แต่ง หรือในโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

หรือในงานพระราชพิธีต่าง ๆ หรือในโอกาสใด ๆ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งให้แต่ง

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ห้ามมิให้พลตำรวจ

นายสิบ จ่านายสิบ นักเรียนนายร้อยตำรวจ

และนายดาบตำรวจนอกประจำการ

แต่งตัวด้วยเครื่องแบบตำรวจตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตาม

แบบอย่างเก่า ซึ่งตำรวจยังคงใช้แต่งอยู่

เว้นแต่เมื่อเวลาเรียกระดม หรือเข้ารับราชการตำรวจอย่าง

ใด ๆ ในตำแหน่งหน้าที่ที่ต้องแต่งตัวตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑

นายทหารชั้นสัญญาบัตรที่เข้ารับราชการในกรมตำรวจให้แต่ง

เครื่องแบบตามพระราชบัญญัตินี้ตามชั้นยศที่ได้รับอยู่นั้นได้

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒

เพื่อประโยชน์แห่งการประหยัดทรัพย์ท่านว่าบรรดาเครื่องแบบ

อย่างเก่า ซึ่งยังมีเหลืออยู่และใช้อยู่ในเวลานี้

ให้คงใช้ได้สืบไปจนกว่าของเก่าจะหมด และถ้าจะ

ต้องใช้ของใหม่ตามพระราชบัญญัตินี้ประกอบบ้างก็ได้

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กำหนดให้ใช้ได้ตามสมควร

กำหนดการจ่ายเครื่องแบบ

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓

เครื่องแบบตำรวจตามพระราชบัญญัตินี้สำหรับพลตำรวจนายสิบ

และจ่านายสิบ นักเรียนนายร้อยตำรวจประจำการ

ให้จ่ายของหลวงให้ใช้ตลอดเวลาที่รับราชการอยู่เท่าที่จำเป็นต้องมีใช้ตามปกติ

แต่นายดาบตำรวจและนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร ทางราชการจะ

จ่ายให้เฉพาะกระบี่ประกอบกับพู่กระบี่เท่านั้น

นอกจากนี้ให้จัดหาเอาเอง

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔

เครื่องแบบที่จะจ่ายให้แก่ตำรวจตามพระราชบัญญัตินี้ ให้รัฐมนตรี

ว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจกำหนดว่าสิ่งใดควรจ่ายให้เท่าไร

เวลาเพียงใดต่อครั้ง แล้วแต่จะเห็นสมควร

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ เครื่องแต่งตัวและเครื่องหมายตามที่กล่าวแล้วข้างต้นนี้

ถ้าจำเป็น

ต้องใช้เครื่องประกอบการแต่งตัวในทางตำรวจ

หรือจำเป็นต้องใช้เครื่องประกอบแต่งตัวตาม

ประเพณีนิยมนอกจากที่กล่าวในพระราชบัญญัตินี้

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกำหนดให้ใช้ได้ตามที่เห็นสมควร

อาวุธสำหรับใช้กับเครื่องแต่งตัว

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ ตำรวจชั้นจ่านายสิบ

นายดาบ หรือชั้นสัญญาบัตรให้ใช้กระบี่ทำ

ด้วยโลหะสีขาว สายหนังสีน้ำตาล จ่านายสิบให้ใช้พู่ไหมขาว

นายดาบและนายตำรวจชั้นสัญญา

บัตรให้ใช้พู่ไหมเงิน

การคาดกระบี่ ถ้าแต่งเครื่องขาวให้คาดในเสื้อ นอกจากนี้ให้คาดนอกเสื้อ

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ พลตำรวจ นายสิบ

และนักเรียนนายร้อยตำรวจให้ใช้ปืนยาวหรือ

สั้น ดาบปลายปืน มีเข็มขัด กระเป๋ากระสุน

ซองสวมดาบปลายปืนคาดนอกเสื้อ ส่วนนายสิบ พลตำรวจให้สวมตะบองอย่างเดียวก็ได้

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ อาวุธตามที่กล่าวนี้

เพื่อสะดวกแก่ราชการให้รัฐมนตรีว่าการ

กระทรวงมหาดไทย กำหนดให้ตำรวจใช้ได้ตามที่เห็นสมควร

การละเมิดต่อพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙

ตำรวจผู้ใดประพฤติผิดพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่ากระทำผิดต่อ

วินัยตำรวจ

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐

บุคคลผู้ใดหรือพวกใดไม่มีสิทธิแต่งเครื่องแบบตำรวจตามพระราช

บัญญัตินี้ หรือเครื่องแบบอย่างเก่า ซึ่งตำรวจยังคงใช้อยู่

บังอาจแต่งตัวด้วยเครื่องแบบนั้นๆ ก็ดี หรือจัด

หรืออุดหนุนให้ผู้ซึ่งไม่มีสิทธิแต่งเครื่องแบบตำรวจตามพระราชบัญญัตินี้

หรือเครื่องแบบอย่างเก่าซึ่งตำรวจยังคงใช้อยู่ ให้แต่งเครื่องแบบนั้น ๆ ก็ดี ท่านว่าบุคคลผู้นั้น

หรือพวกนั้นมีความผิดตามสมควรแก่กาล ดังจะกล่าวต่อไปนี้

๑. ถ้าได้กระทำผิดต่อหน้าราชศัตรู ให้ลงอาชญาจำคุกไม่เกินห้าปี

๒. ถ้ามิได้กระทำผิดต่อหน้าราชศัตรู แต่ได้กระทำในเวลาสงคราม หรือเขตซึ่งอยู่

ในอำนาจกฎอัยการศึกให้ลงอาชญาจำคุกไม่เกินสามปี

๓. ถ้าได้กระทำความผิดนั้นในเวลา หรือที่อื่นนอกจากที่กล่าวมาแล้ว ท่านให้ลง

อาชญาจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาท

หรือทั้งจำทั้งปรับ

ประกาศมา ณ วันที่ ๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๗๗ เป็นปีที่ ๑๐ ในรัชกาล

ปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

นายพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา

นายกรัฐมนตรี

อัมพิกา/แก้ไข

๔/๓/๔๕

B+A (C)

30 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติเครื่องแบบตำรวจ พุทธศักราช 2477 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2a7adcec79efff77

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com