กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการขอจดทะเบียน
การพิจารณาคำขอจดทะเบียน
การประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียน
และแบบหนังสือสำคัญ
แสดงการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่
พ.ศ. ๒๕๔๖[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๑
วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๒ วรรคสอง และมาตรา ๒๙ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช
พ.ศ. ๒๕๔๒
อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
ในกฎกระทรวงนี้
คำขอ หมายความว่า
คำขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่
หนังสือสำคัญ หมายความว่า
หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่
ข้อ ๒
ให้ผู้ประสงค์จะขอรับหนังสือสำคัญยื่นคำขอตามแบบที่อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกำหนดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ณ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานดังต่อไปนี้
(๑) กรณีบุคคลธรรมดา
(ก) เอกสารหรือหลักฐานที่แสดงคุณสมบัติของผู้ขอตามมาตรา
๑๕ อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
๑)
ในกรณีที่ผู้ขอมีสัญชาติตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๕ (๑)
(๒)
หรือ (๓) ได้แก่
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวอื่นที่หน่วยงานของรัฐออกให้
สำหรับผู้ขอซึ่งมีสัญชาติไทย
หรือสำเนาหนังสือเดินทางหรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
สำหรับผู้ขอซึ่งเป็นคนต่างด้าว
๒)
ในกรณีที่ผู้ขอมีภูมิลำเนาตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๕ (๔) ได้แก่
สำเนาทะเบียนบ้าน สำหรับผู้ขอซึ่งมีภูมิลำเนาในประเทศไทย
หรือประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์พืชที่ประเทศไทยเป็นภาคี
หรือ
๓)
ในกรณีที่ผู้ขอประกอบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมในประเทศที่กำหนดไว้ในมาตรา
๑๕ (๔) ได้แก่
สำเนาใบอนุญาตประกอบธุรกิจหรือใบทะเบียนพาณิชย์ แล้วแต่กรณี
และสำเนาใบเสร็จรับเงินภาษีเงินได้ย้อนหลังอย่างน้อยหนึ่งปี
ก่อนวันที่ยื่นคำขอหรือเอกสารหรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าผู้ขอได้ประกอบการอย่างจริงจังในประเทศไทยหรือประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์พืชที่ประเทศไทยเป็นภาคีมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
ก่อนวันที่ยื่นคำขอ
(ข) หนังสือรับรองสัญชาติของผู้ขอจากสถานฑูตของประเทศที่ยินยอมให้บุคคลสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย
ขอรับการคุ้มครองในประเทศนั้นได้
หรือสถานฑูตของประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์พืชที่ประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย
ในกรณีที่ผู้ขอมีสัญชาติตามที่กำหนดในมาตรา ๑๕ (๒)
หรือ (๓)
(ค) สำเนาสัญญาจ้าง
ในกรณีที่ผู้ขอเป็นลูกจ้างหรือผู้รับจ้าง
(ง) สำเนาข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์
ในกรณีที่มีการใช้พันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไปหรือพันธุ์พืชป่า
หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพันธุ์พืชดังกล่าวในการปรับปรุงพันธุ์สำหรับใช้ประโยชน์ในทางการค้า
(จ) หนังสือรับรองการประเมินผลกระทบด้านความปลอดภัยทางชีวภาพที่ออกโดยกรมวิชาการเกษตร
หรือหน่วยงานหรือสถาบันอื่นที่คณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืชประกาศกำหนดในกรณีที่เป็นพันธุ์พืชใหม่ที่ได้จากการตัดต่อสารพันธุกรรม
(๒) กรณีนิติบุคคล
(ก) เอกสารหรือหลักฐานที่แสดงคุณสมบัติของผู้ขอตามมาตรา
๑๕ อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
๑)
ในกรณีที่ผู้ขอมีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศไทยตามที่กำหนดในมาตรา
๑๕ (๑) หรือมีสัญชาติตามที่กำหนดในมาตรา
๑๕ (๒) หรือ (๓) ได้แก่
หนังสือรับรองนิติบุคคลที่นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทหรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรอง
ได้รับรองไว้ไม่เกินหกเดือนก่อนวันที่ยื่นคำขอ หรือ
๒)
ในกรณีที่ผู้ขอประกอบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมในประเทศที่กำหนดไว้ในมาตรา
๑๕ (๔) ได้แก่
สำเนาใบอนุญาตประกอบธุรกิจหรือใบทะเบียนพาณิชย์ แล้วแต่กรณี
และสำเนาบัญชีงบดุลย้อนหลังอย่างน้อยหนึ่งปี ก่อนวันที่ยื่นคำขอ หรือเอกสารหรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าผู้ขอได้ประกอบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมอย่างจริงจังในประเทศไทยหรือประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์พืชที่ประเทศไทยเป็นภาคีมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีก่อนวันที่ยื่นคำขอ
(ข) เอกสารหรือหลักฐานตาม
(๑) (ข) (ค) (ง) หรือ (จ) แล้วแต่กรณี
ข้อ ๓
ภายใต้บังคับข้อ ๒
ในกรณีที่ผู้ขอได้ยื่นคำขอในราชอาณาจักรภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ยื่นคำขอนอกราชอาณาจักรเป็นครั้งแรก
หากประสงค์จะให้ระบุว่า วันที่ตนได้ยื่นคำขอนอกราชอาณาจักรเป็นครั้งแรกเป็นวันที่ได้ยื่นคำขอในราชอาณาจักร
ให้ส่งสำเนาคำขอที่ได้ยื่นไว้นอกราชอาณาจักร
โดยมีคำรับรองจากเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ของประเทศที่ขอจดทะเบียนเป็นครั้งแรกกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรอง
คำชี้แจงรายละเอียดการปรับปรุงพันธุ์ และบทสรุปการปรับปรุงพันธุ์ที่ได้ยื่นไว้นอกราชอาณาจักร
ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้ยื่นคำขอ ทั้งนี้
ประเทศที่ยื่นคำขอเป็นครั้งแรกและผู้ขอต้องมีสัญชาติของประเทศที่ให้สิทธิในทำนองเดียวกันนี้แก่บุคคลสัญชาติไทย
ข้อ ๔
ผู้ขอจะต้องกรอกข้อความในคำขอให้ครบถ้วนเป็นภาษาไทย พร้อมทั้งลงลายมือชื่อของผู้ขอ
หรือลงลายมือชื่อของผู้รับมอบอำนาจในกรณีที่มีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นเป็นผู้กระทำการแทนโดยแนบสำเนาหนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประจำตัวของผู้รับมอบอำนาจด้วย
ข้อ ๕
ในกรณีที่การมอบอำนาจได้กระทำในต่างประเทศ
หนังสือมอบอำนาจต้องมีคำรับรองลายมือชื่อโดยเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรอง
หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานฑูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกินหกเดือนก่อนวันยื่นคำขอ
ในกรณีที่การมอบอำนาจได้กระทำในประเทศไทย
โดยผู้มอบอำนาจมิได้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยต้องส่งสำเนาหนังสือเดินทางหรือสำเนาหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ชั่วคราว
หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าในขณะที่มอบอำนาจ ผู้นั้นได้เข้ามาในประเทศไทยด้วย
ข้อ ๖
ในการยื่นเอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอ
หากเป็นภาษาต่างประเทศจะต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทย โดยผู้ขอและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องทุกหน้า
ข้อ ๗
การตั้งชื่อพันธุ์พืชใหม่ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีประกาศกำหนด
ในการพิจารณาคำขอ
หากปรากฏว่าการตั้งชื่อพันธุ์พืชใหม่ไม่ถูกต้องตามระเบียบในวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ขอแก้ไขให้ถูกต้องภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
ข้อ ๘
ในการเตรียมการเพื่อตรวจสอบพันธุ์พืชที่ขอจดทะเบียนเป็นพันธุ์พืชใหม่
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑) แจ้งให้ผู้ขอส่งมอบส่วนขยายพันธุ์ตามจำนวนและระยะเวลาที่อธิบดีประกาศกำหนดเพื่อทำการตรวจสอบ
(๒) กำหนดแผนการปลูกหรือขยายพันธุ์
รวมทั้งสถานที่ปลูกทดสอบพันธุ์พืชใหม่โดยจะปลูกหรือขยายพันธุ์ ณ แปลงทดลองของผู้ขอ
หรือแปลงทดลองของกรมวิชาการเกษตร หรือสถานที่อื่นที่อธิบดีประกาศกำหนดก็ได้
ข้อ ๙
ให้อธิบดีวางระเบียบเกี่ยวกับการตรวจสอบลักษณะของพันธุ์พืชที่ขอจดทะเบียนเป็นพันธุ์พืชใหม่
ในเรื่องเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการในการตรวจสอบความสม่ำเสมอและความคงตัวของลักษณะประจำพันธุ์
รวมทั้งลักษณะประจำพันธุ์ซึ่งต้องแตกต่างจากพันธุ์พืชอื่นอย่างเด่นชัด
ข้อ ๑๐
เมื่ออธิบดีมีคำสั่งให้ประกาศโฆษณาคำขอ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศโฆษณาคำขอนั้นไว้ในที่เปิดเผย
ณ สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ และเว็บไซต์ของกรมวิชาการเกษตร
เป็นเวลาเก้าสิบวันนับแต่วันที่อธิบดีมีคำสั่งให้ประกาศโฆษณาคำขอ
และแจ้งให้ผู้ขอชำระค่าใช้จ่ายในการประกาศโฆษณาตามจำนวนที่จ่ายจริง
การประกาศโฆษณาตามวรรคหนึ่ง ให้แสดงรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(๑) เลขที่คำขอและวันที่ยื่นคำขอ
(๒) ชื่อผู้ขอ
(๓) ชื่อพันธุ์พืชใหม่
(๔) รายละเอียดที่มาของพันธุ์พืช
และสารพันธุกรรมที่ใช้ในการปรับปรุงพันธุ์หรือพัฒนาพันธุ์พืชใหม่
(๕)
กรรมวิธีในการปรับปรุงพันธุ์พืช และลักษณะสำคัญของพันธุ์พืชใหม่
(๖) วันที่ประกาศโฆษณา
ให้ผู้ขอชำระค่าใช้จ่ายในการโฆษณาตามวรรคหนึ่งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ณ กรมวิชาการเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
โดยผู้ขออาจผ่อนชำระเป็นรายงวดก็ได้ ทั้งนี้
ตามระเบียบที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ ๑๑
หนังสือสำคัญ ให้ใช้แบบ คพ.
๒ ท้ายกฎกระทรวงนี้
ให้ไว้
ณ วันที่ ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖
สรอรรถ กลิ่นประทุม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ (คพ. ๒)
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้
คือ เนื่องจากมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๒ วรรคสอง และมาตรา ๒๙ วรรคสี่
แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๔๒
บัญญัติให้หลักเกณฑ์และวิธีการในการขอจดทะเบียน การพิจารณาคำขอจดทะเบียน
การประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียน รวมทั้งแบบหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่
เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
วิชชุตา/ผู้จัดทำ
๔
สิงหาคม ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๕๐
ก/หน้า ๑๖/๔ มิถุนายน ๒๕๔๖
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).