我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการขอจดทะเบียน การพิจารณาคำขอจดทะเบียนการประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียน และแบบหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ พ.ศ. 2546

子法規・公布 2003-06-04・全 12 條

อารัมภบท

กฎกระทรวง กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการขอจดทะเบียน การพิจารณาคำขอจดทะเบียน การประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียน และแบบหนังสือสำคัญ แสดงการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ พ.ศ. ๒๕๔๖[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๒ วรรคสอง และมาตรา ๒๙ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๔๒ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “คำขอ” หมายความว่า คำขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ “หนังสือสำคัญ” หมายความว่า หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ผู้ประสงค์จะขอรับหนังสือสำคัญยื่นคำขอตามแบบที่อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกำหนดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานดังต่อไปนี้ (๑) กรณีบุคคลธรรมดา (ก) เอกสารหรือหลักฐานที่แสดงคุณสมบัติของผู้ขอตามมาตรา ๑๕ อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ๑) ในกรณีที่ผู้ขอมีสัญชาติตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๕ (๑) (๒) หรือ (๓) ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวอื่นที่หน่วยงานของรัฐออกให้ สำหรับผู้ขอซึ่งมีสัญชาติไทย หรือสำเนาหนังสือเดินทางหรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว สำหรับผู้ขอซึ่งเป็นคนต่างด้าว ๒) ในกรณีที่ผู้ขอมีภูมิลำเนาตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๕ (๔) ได้แก่ สำเนาทะเบียนบ้าน สำหรับผู้ขอซึ่งมีภูมิลำเนาในประเทศไทย หรือประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์พืชที่ประเทศไทยเป็นภาคี หรือ ๓) ในกรณีที่ผู้ขอประกอบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมในประเทศที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๕ (๔) ได้แก่ สำเนาใบอนุญาตประกอบธุรกิจหรือใบทะเบียนพาณิชย์ แล้วแต่กรณี และสำเนาใบเสร็จรับเงินภาษีเงินได้ย้อนหลังอย่างน้อยหนึ่งปี ก่อนวันที่ยื่นคำขอหรือเอกสารหรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าผู้ขอได้ประกอบการอย่างจริงจังในประเทศไทยหรือประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์พืชที่ประเทศไทยเป็นภาคีมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ก่อนวันที่ยื่นคำขอ (ข) หนังสือรับรองสัญชาติของผู้ขอจากสถานฑูตของประเทศที่ยินยอมให้บุคคลสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ขอรับการคุ้มครองในประเทศนั้นได้ หรือสถานฑูตของประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์พืชที่ประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย ในกรณีที่ผู้ขอมีสัญชาติตามที่กำหนดในมาตรา ๑๕ (๒) หรือ (๓) (ค) สำเนาสัญญาจ้าง ในกรณีที่ผู้ขอเป็นลูกจ้างหรือผู้รับจ้าง (ง) สำเนาข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์ ในกรณีที่มีการใช้พันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไปหรือพันธุ์พืชป่า หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพันธุ์พืชดังกล่าวในการปรับปรุงพันธุ์สำหรับใช้ประโยชน์ในทางการค้า (จ) หนังสือรับรองการประเมินผลกระทบด้านความปลอดภัยทางชีวภาพที่ออกโดยกรมวิชาการเกษตร หรือหน่วยงานหรือสถาบันอื่นที่คณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืชประกาศกำหนดในกรณีที่เป็นพันธุ์พืชใหม่ที่ได้จากการตัดต่อสารพันธุกรรม (๒) กรณีนิติบุคคล (ก) เอกสารหรือหลักฐานที่แสดงคุณสมบัติของผู้ขอตามมาตรา ๑๕ อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ๑) ในกรณีที่ผู้ขอมีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศไทยตามที่กำหนดในมาตรา ๑๕ (๑) หรือมีสัญชาติตามที่กำหนดในมาตรา ๑๕ (๒) หรือ (๓) ได้แก่ หนังสือรับรองนิติบุคคลที่นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทหรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรอง ได้รับรองไว้ไม่เกินหกเดือนก่อนวันที่ยื่นคำขอ หรือ ๒) ในกรณีที่ผู้ขอประกอบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมในประเทศที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๕ (๔) ได้แก่ สำเนาใบอนุญาตประกอบธุรกิจหรือใบทะเบียนพาณิชย์ แล้วแต่กรณี และสำเนาบัญชีงบดุลย้อนหลังอย่างน้อยหนึ่งปี ก่อนวันที่ยื่นคำขอ หรือเอกสารหรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าผู้ขอได้ประกอบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมอย่างจริงจังในประเทศไทยหรือประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์พืชที่ประเทศไทยเป็นภาคีมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีก่อนวันที่ยื่นคำขอ (ข) เอกสารหรือหลักฐานตาม (๑) (ข) (ค) (ง) หรือ (จ) แล้วแต่กรณี

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ภายใต้บังคับข้อ ๒ ในกรณีที่ผู้ขอได้ยื่นคำขอในราชอาณาจักรภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ยื่นคำขอนอกราชอาณาจักรเป็นครั้งแรก หากประสงค์จะให้ระบุว่า วันที่ตนได้ยื่นคำขอนอกราชอาณาจักรเป็นครั้งแรกเป็นวันที่ได้ยื่นคำขอในราชอาณาจักร ให้ส่งสำเนาคำขอที่ได้ยื่นไว้นอกราชอาณาจักร โดยมีคำรับรองจากเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ของประเทศที่ขอจดทะเบียนเป็นครั้งแรกกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรอง คำชี้แจงรายละเอียดการปรับปรุงพันธุ์ และบทสรุปการปรับปรุงพันธุ์ที่ได้ยื่นไว้นอกราชอาณาจักร ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้ยื่นคำขอ ทั้งนี้ ประเทศที่ยื่นคำขอเป็นครั้งแรกและผู้ขอต้องมีสัญชาติของประเทศที่ให้สิทธิในทำนองเดียวกันนี้แก่บุคคลสัญชาติไทย

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้ขอจะต้องกรอกข้อความในคำขอให้ครบถ้วนเป็นภาษาไทย พร้อมทั้งลงลายมือชื่อของผู้ขอ หรือลงลายมือชื่อของผู้รับมอบอำนาจในกรณีที่มีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นเป็นผู้กระทำการแทนโดยแนบสำเนาหนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประจำตัวของผู้รับมอบอำนาจด้วย

ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในกรณีที่การมอบอำนาจได้กระทำในต่างประเทศ หนังสือมอบอำนาจต้องมีคำรับรองลายมือชื่อโดยเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรอง หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของสถานฑูตไทยหรือสถานกงสุลไทยซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้นรับรองไว้ไม่เกินหกเดือนก่อนวันยื่นคำขอ ในกรณีที่การมอบอำนาจได้กระทำในประเทศไทย โดยผู้มอบอำนาจมิได้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยต้องส่งสำเนาหนังสือเดินทางหรือสำเนาหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ชั่วคราว หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าในขณะที่มอบอำนาจ ผู้นั้นได้เข้ามาในประเทศไทยด้วย

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในการยื่นเอกสารหรือหลักฐานประกอบคำขอ หากเป็นภาษาต่างประเทศจะต้องมีคำแปลเป็นภาษาไทย โดยผู้ขอและผู้แปลต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องทุกหน้า

ข้อ ๗

ข้อ ๗ การตั้งชื่อพันธุ์พืชใหม่ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีประกาศกำหนด ในการพิจารณาคำขอ หากปรากฏว่าการตั้งชื่อพันธุ์พืชใหม่ไม่ถูกต้องตามระเบียบในวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ขอแก้ไขให้ถูกต้องภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในการเตรียมการเพื่อตรวจสอบพันธุ์พืชที่ขอจดทะเบียนเป็นพันธุ์พืชใหม่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) แจ้งให้ผู้ขอส่งมอบส่วนขยายพันธุ์ตามจำนวนและระยะเวลาที่อธิบดีประกาศกำหนดเพื่อทำการตรวจสอบ (๒) กำหนดแผนการปลูกหรือขยายพันธุ์ รวมทั้งสถานที่ปลูกทดสอบพันธุ์พืชใหม่โดยจะปลูกหรือขยายพันธุ์ ณ แปลงทดลองของผู้ขอ หรือแปลงทดลองของกรมวิชาการเกษตร หรือสถานที่อื่นที่อธิบดีประกาศกำหนดก็ได้

ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้อธิบดีวางระเบียบเกี่ยวกับการตรวจสอบลักษณะของพันธุ์พืชที่ขอจดทะเบียนเป็นพันธุ์พืชใหม่ ในเรื่องเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการในการตรวจสอบความสม่ำเสมอและความคงตัวของลักษณะประจำพันธุ์ รวมทั้งลักษณะประจำพันธุ์ซึ่งต้องแตกต่างจากพันธุ์พืชอื่นอย่างเด่นชัด

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เมื่ออธิบดีมีคำสั่งให้ประกาศโฆษณาคำขอ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศโฆษณาคำขอนั้นไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ และเว็บไซต์ของกรมวิชาการเกษตร เป็นเวลาเก้าสิบวันนับแต่วันที่อธิบดีมีคำสั่งให้ประกาศโฆษณาคำขอ และแจ้งให้ผู้ขอชำระค่าใช้จ่ายในการประกาศโฆษณาตามจำนวนที่จ่ายจริง การประกาศโฆษณาตามวรรคหนึ่ง ให้แสดงรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ (๑) เลขที่คำขอและวันที่ยื่นคำขอ (๒) ชื่อผู้ขอ (๓) ชื่อพันธุ์พืชใหม่ (๔) รายละเอียดที่มาของพันธุ์พืช และสารพันธุกรรมที่ใช้ในการปรับปรุงพันธุ์หรือพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ (๕) กรรมวิธีในการปรับปรุงพันธุ์พืช และลักษณะสำคัญของพันธุ์พืชใหม่ (๖) วันที่ประกาศโฆษณา ให้ผู้ขอชำระค่าใช้จ่ายในการโฆษณาตามวรรคหนึ่งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กรมวิชาการเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง โดยผู้ขออาจผ่อนชำระเป็นรายงวดก็ได้ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่อธิบดีประกาศกำหนด

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ หนังสือสำคัญ ให้ใช้แบบ คพ. ๒ ท้ายกฎกระทรวงนี้ ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ สรอรรถ กลิ่นประทุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ [เอกสารแนบท้าย] ๑. หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ (คพ. ๒) [ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๒ วรรคสอง และมาตรา ๒๙ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติให้หลักเกณฑ์และวิธีการในการขอจดทะเบียน การพิจารณาคำขอจดทะเบียน การประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียน รวมทั้งแบบหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ วิชชุตา/ผู้จัดทำ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๔ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๕๐ ก/หน้า ๑๖/๔ มิถุนายน ๒๕๔๖

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查