ข้อ ๒
ให้ผู้ประสงค์จะขอรับหนังสือสำคัญยื่นคำขอตามแบบที่อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกำหนดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ณ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานดังต่อไปนี้
(๑) กรณีบุคคลธรรมดา
(ก) เอกสารหรือหลักฐานที่แสดงคุณสมบัติของผู้ขอตามมาตรา
๑๕ อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
๑)
ในกรณีที่ผู้ขอมีสัญชาติตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๕ (๑)
(๒)
หรือ (๓) ได้แก่
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวอื่นที่หน่วยงานของรัฐออกให้
สำหรับผู้ขอซึ่งมีสัญชาติไทย
หรือสำเนาหนังสือเดินทางหรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
สำหรับผู้ขอซึ่งเป็นคนต่างด้าว
๒)
ในกรณีที่ผู้ขอมีภูมิลำเนาตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๕ (๔) ได้แก่
สำเนาทะเบียนบ้าน สำหรับผู้ขอซึ่งมีภูมิลำเนาในประเทศไทย
หรือประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์พืชที่ประเทศไทยเป็นภาคี
หรือ
๓)
ในกรณีที่ผู้ขอประกอบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมในประเทศที่กำหนดไว้ในมาตรา
๑๕ (๔) ได้แก่
สำเนาใบอนุญาตประกอบธุรกิจหรือใบทะเบียนพาณิชย์ แล้วแต่กรณี
และสำเนาใบเสร็จรับเงินภาษีเงินได้ย้อนหลังอย่างน้อยหนึ่งปี
ก่อนวันที่ยื่นคำขอหรือเอกสารหรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าผู้ขอได้ประกอบการอย่างจริงจังในประเทศไทยหรือประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์พืชที่ประเทศไทยเป็นภาคีมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
ก่อนวันที่ยื่นคำขอ
(ข) หนังสือรับรองสัญชาติของผู้ขอจากสถานฑูตของประเทศที่ยินยอมให้บุคคลสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย
ขอรับการคุ้มครองในประเทศนั้นได้
หรือสถานฑูตของประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์พืชที่ประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย
ในกรณีที่ผู้ขอมีสัญชาติตามที่กำหนดในมาตรา ๑๕ (๒)
หรือ (๓)
(ค) สำเนาสัญญาจ้าง
ในกรณีที่ผู้ขอเป็นลูกจ้างหรือผู้รับจ้าง
(ง) สำเนาข้อตกลงแบ่งปันผลประโยชน์
ในกรณีที่มีการใช้พันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไปหรือพันธุ์พืชป่า
หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพันธุ์พืชดังกล่าวในการปรับปรุงพันธุ์สำหรับใช้ประโยชน์ในทางการค้า
(จ) หนังสือรับรองการประเมินผลกระทบด้านความปลอดภัยทางชีวภาพที่ออกโดยกรมวิชาการเกษตร
หรือหน่วยงานหรือสถาบันอื่นที่คณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืชประกาศกำหนดในกรณีที่เป็นพันธุ์พืชใหม่ที่ได้จากการตัดต่อสารพันธุกรรม
(๒) กรณีนิติบุคคล
(ก) เอกสารหรือหลักฐานที่แสดงคุณสมบัติของผู้ขอตามมาตรา
๑๕ อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
๑)
ในกรณีที่ผู้ขอมีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศไทยตามที่กำหนดในมาตรา
๑๕ (๑) หรือมีสัญชาติตามที่กำหนดในมาตรา
๑๕ (๒) หรือ (๓) ได้แก่
หนังสือรับรองนิติบุคคลที่นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทหรือผู้ซึ่งกฎหมายของประเทศนั้นกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจรับรอง
ได้รับรองไว้ไม่เกินหกเดือนก่อนวันที่ยื่นคำขอ หรือ
๒)
ในกรณีที่ผู้ขอประกอบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมในประเทศที่กำหนดไว้ในมาตรา
๑๕ (๔) ได้แก่
สำเนาใบอนุญาตประกอบธุรกิจหรือใบทะเบียนพาณิชย์ แล้วแต่กรณี
และสำเนาบัญชีงบดุลย้อนหลังอย่างน้อยหนึ่งปี ก่อนวันที่ยื่นคำขอ หรือเอกสารหรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าผู้ขอได้ประกอบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมอย่างจริงจังในประเทศไทยหรือประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์พืชที่ประเทศไทยเป็นภาคีมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีก่อนวันที่ยื่นคำขอ
(ข) เอกสารหรือหลักฐานตาม
(๑) (ข) (ค) (ง) หรือ (จ) แล้วแต่กรณี