ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร
ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร
ว่าด้วยการจัดระเบียบการจอดยานยนต์
(ฉบับที่
๒) พุทธศักราช ๒๕๑๗
โดยที่มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่จอดยานยนต์ในทางหลวงและที่สาธารณะของกรุงเทพมหานคร
เพื่อจัดระเบียบการจอดยานยนต์ จึงจำเป็นต้องแก้ไขข้อบัญญัติว่าด้วยการจอดยานยนต์
พุทธศักราช ๒๕๑๖ ให้ถูกต้องตามความจริง
สภากรุงเทพมหานคร
อาศัยอำนาจตามความในประกาศของคณะปฏิบัติ ฉบับที่ ๓๓๕ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ.
๒๕๑๕ และพระราชบัญญัติจัดระเบียบการจอดยานยนต์ ในเขตเทศบาลและสุขาภิบาล พ.ศ. ๒๕๐๓
แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิบัติ ฉบับที่ ๒๑๔ ลงวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๑๕
จึงตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยการจัดระเบียบการจอดยานยนต์
(ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๕๑๗
ข้อ ๒[๑]
ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในเขตกรุงเทพมหานครตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
และเทศกิจจานุเบกษาของกรุงเทพมหานครเป็นต้นไป
ข้อ ๓
ให้ยกเลิกที่จอดยายยนต์ภายในแนวเขตและแผนผังที่จอดยานยนต์ในข้อ ๖ (๘) (๑๓)
และ (๒๘) แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการจัดระเบียบการจอดยานยนต์
พุทธศักราช ๒๕๑๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
(๘) ถนนพระสุเมรุทั้งสองฝั่ง
ตั้งแต่แยกถนนจักรพงศ์ถึงแยกถนนสิบสามห้าง
(๑๓) ถนนเพชรบุรีทั้งสองฝั่ง
ก. ด้านทิศเหนือ
ตั้งแต่แยกถนนราชปรารภไปทางทิศตะวันออก เป็นระยะ ๑๙๕ เมตร
และตั้งแต่แยกถนนราชปรารภไปทางทิศตะวันตกเป็นระยะ ๑๒๕ เมตร
ข. ด้านทิศใต้
ตั้งแต่แยกถนนราชปรารภไปทางทิศตะวันออกเป็นระยะ ๑๙๐ เมตร
และตั้งแต่แยกถนนราชปรารภไปทางทิศตะวันตกเป็นระยะ ๑๙๐ เมตร
ค.
บริเวณใต้สะพานลอยทั้งสองฝั่ง
(๒๘)
ถนนบ้านหม้อทั้งสองฝั่งตั้งแต่แยกถนนจักรเพชรถึงแยกถนนเจริญกรุง
ข้อ ๔ ให้เพิ่มข้อความในข้อ ๖
แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการจัดระเบียบการจอดยานยนต์ พุทธศักราช ๒๕๑๖
ต่อจาก (๒๙) ดังต่อไปนี้
(๓๐) ถนนพหลโยธินทั้งสองฝั่ง
ตั้งแต่แยกปากซอยเสนาร่วมถึงเชิงสะพานข้ามคลองบางซื่อ
(๓๑)
ถนนประดิพัทธ์ทั้งสองฝั่ง ตั้งแต่แยกถนนพหลโยธินถึงแยกปากซอยร่วมสันติ
(๓๒) ถนนพระรามที่ ๑
ทั้งสองฝั่ง ตั้งแต่เชิงสะพานกษัตริย์ศึกถึงแยกถนนพญาไท
ข้อ ๕
ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครรักษาการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้
ประกาศ ณ วันที่ ๔ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๗
ศิริ
สันตะบุตร
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม๙๒ /ตอนที่ ๒/หน้า๑พ/๓ มกราคม ๒๕๑๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).