พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม
พ.ศ. ๒๕๐๓
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๘
มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๓
เป็นปีที่ ๑๕
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ
โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมเสียใหม่ให้
เหมาะสมยิ่งขึ้น
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ
และยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการ
กระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๐๓
มาตรา ๒*
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
*[รก. ๒๕๐๓/๑๙/๑๒๗/๑๕ มีนาคม ๒๕๐๓]
มาตรา ๓
ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติจัดระเบียบป้องกันราชอาณาจักร
พ.ศ. ๒๕๐๐
บรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่น ในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วใน
พระราชบัญญัตินี้
หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราช
บัญญัตินี้แทน
มาตรา ๔
กระทรวงกลาโหมมีอำนาจและหน้าที่เกี่ยวกับการป้องกัน
ราชอาณาจักร โดยจัดให้มีกำลังทหารไว้เพื่อรักษาเอกราช
และประโยชน์แห่งประเทศชาติ
การใช้กำลังทหารเพื่อปฏิบัติการตามความในวรรคก่อน ให้เป็นไปตามที่
กระทรวงกลาโหมกำหนด
ราชการกระทรวงกลาโหม ให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ และระเบียบ
แบบแผน
มาตรา ๕
กระทรวงกลาโหมอาจตั้งคณะกรรมการ อนุกรรมการ หรือ
บุคคลใดเพื่อกระทำการหรือพิจารณาหรือสอบสวนกรณีใด ๆ
เกี่ยวกับราชการกระทรวง
กลาโหม แล้วรายงานต่อกระทรวงกลาโหมได้
มาตรา ๖
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
ราชการกระทรวงกลาโหม
ในกรณีที่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการหรือรัฐมนตรีสั่งราชการ การสั่งหรือการ
ปฏิบัติราชการของรัฐมนตรีช่วยว่าการหรือรัฐมนตรีสั่งราชการ
ให้เป็นไปตามที่กระทรวง
กลาโหมกำหนด
อำนาจในการสั่ง การอนุญาต การให้อนุมัติ หรือการปฏิบัติราชการประจำ
ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะพึงปฏิบัติ
หรือดำเนินการตามกฎหมายใด ๆ จะมอบ
อำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้ผู้บังคับบัญชาชั้นแม่ทัพทำการแทนในนามรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงกลาโหมก็ได้
มาตรา ๗ ในตำแหน่งประจำใด ๆ
ให้ผู้รักษาราชการ ผู้รักษาราชการแทน
หรือผู้ทำการแทน มีอำนาจและหน้าที่ตามตำแหน่งที่รักษาราชการ
รักษาราชการแทนหรือ
ทำการแทนนั้น ๆ
มาตรา ๘
กระทรวงกลาโหมมีส่วนราชการ ดังนี้
(๑) สำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี
(๒) สำนักงานปลัดกระทรวง
(๓) กองบัญชาการทหารสูงสุด
มาตรา ๙
สำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี มีหน้าที่เกี่ยวกับราชการทางการ
เมือง มีเลขานุการรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๑๐ สำนักงานปลัดกระทรวง
มีหน้าที่เกี่ยวกับราชการประจำทั่วไป
ของกระทรวง มีปลัดกระทรวงเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
นอกจากนี้สำนักงานปลัดกระทรวง มีหน้าที่เกี่ยวกับราชการส่วนหนึ่งส่วนใด
ของกระทรวงซึ่งมิได้แยกให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการอื่นอีกด้วย
มาตรา ๑๑ กองบัญชาการทหารสูงสุด
มีหน้าที่เตรียมกำลังรบและป้องกัน
ราชอาณาจักร
มีผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๑๒
กองบัญชาการทหารสูงสุดอาจตั้งคณะกรรมการ อนุกรรมการ
หรือบุคคลใดเพื่อพิจารณาเรื่องใด ๆ
ที่เกี่ยวกับแผนเพื่อรักษาเอกราชและประโยชน์
แห่งประเทศชาติได้
มาตรา ๑๓ กองบัญชาการทหารสูงสุดมีส่วนราชการ
ดังนี้
(๑) กองทัพบก
(๒) กองทัพเรือ
(๓) กองทัพอากาศ
(๔) ส่วนราชการอื่น ตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
มาตรา ๑๔ กองทัพบก
มีหน้าที่เตรียมกำลังกองทัพบกและป้องกันราชอาณา
จักร มีผู้บัญชาการทหารบกเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๑๕ กองทัพเรือ
มีหน้าที่เตรียมกำลังกองทัพเรือและป้องกัน
ราชอาณาจักร
มีผู้บัญชาการทหารเรือเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๑๖ กองทัพอากาศ
มีหน้าที่เตรียมกำลังกองทัพอากาศและป้องกัน
ราชอาณาจักร
มีผู้บัญชาการทหารอากาศเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
มาตรา ๑๗
ให้กองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก กองทัพเรือและ
กองทัพอากาศ เป็นนิติบุคคล
มาตรา ๑๘
การแบ่งส่วนราชการกระทรวงกลาโหมตามที่กำหนดไว้ในมาตรา
๘
และการแบ่งส่วนราชการกองบัญชาการทหารสูงสุดตามที่กำหนดไว้ใน (๑) (๒) และ (๓)
ของมาตรา ๑๓ ออกเป็นส่วนราชการส่วนใหญ่ถัดลงไปและการกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการ
นั้น ๆ ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
การแบ่งส่วนราชการอื่น นอกจากที่กล่าวไว้ในวรรคก่อน และการกำหนด
หน้าที่ของส่วนราชการนั้น ๆ
ให้เป็นไปตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
มาตรา ๑๙* ให้มี สภากลาโหม
ประกอบด้วยสมาชิกดังต่อไปนี้
(๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
(๒) ปลัดกระทรวงกลาโหม
(๓) รองปลัดกระทรวงกลาโหม
(๔) ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
(๕) รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด
(๖)
ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารสูงสุด
(๗) เสนาธิการทหาร
(๘) รองเสนาธิการทหาร
(๙) ผู้บัญชาการทหารบก
(๑๐) รองผู้บัญชาการทหารบก
(๑๑) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก
(๑๒) เสนาธิการทหารบก
(๑๓) ผู้บัญชาการทหารเรือ
(๑๔) รองผู้บัญชาการทหารเรือ
(๑๕) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ
(๑๖) เสนาธิการทหารเรือ
(๑๗) ผู้บัญชาการทหารอากาศ
(๑๘) รองผู้บัญชาการทหารอากาศ
(๑๙) ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ
(๒๐) เสนาธิการทหารอากาศ
(๒๑) นายทหารยศชั้นนายพลขึ้นไป ผู้เคยดำรงตำแหน่งหรือมีความดี
ความชอบในราชการทัพมาแล้ว
ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะได้แต่งตั้งจำนวนไม่เกิน
สามนาย
ในกรณีที่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการ และหรือรัฐมนตรีสั่งราชการ ก็ให้รัฐมนตรีช่วย
ว่าการ และหรือรัฐมนตรีสั่งราชการเป็นสมาชิกสภากลาโหมด้วย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะเชิญบุคคลอื่นเข้าชี้แจงต่อสภากลาโหม
เฉพาะเรื่องใดก็ได้
*[มาตรา ๑๙
แก้ไขโดยพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๗]
มาตรา ๒๐ ในสภากลาโหม ให้
(๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน
(๒) ผู้ดำรงตำแหน่งในกระทรวงกลาโหม ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
กลาโหมกำหนด เป็นเลขาธิการและรองเลขาธิการ
ในกรณีที่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการหรือรัฐมนตรีสั่งราชการ ให้รัฐมนตรีดังกล่าว
เป็นรองประธาน
ในกรณีที่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการและรัฐมนตรีสั่งราชการให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ
เป็นรองประธานคนที่ ๑ และรัฐมนตรีสั่งราชการ
เป็นรองประธานคนที่ ๒
มาตรา ๒๑
สภากลาโหมเป็นที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ในเรื่องต่อไปนี้
(๑) นโยบายการทหารทั่วไป
(๒) นโยบายการระดมสรรพกำลังเพื่อช่วยเหลือราชการทหาร
(๓) นโยบายการปกครองและการบังคับบัญชาภายในกระทรวงกลาโหม
(๔) การพิจารณางบประมาณการทหาร และการแบ่งสรรงบประมาณของ
กระทรวงกลาโหม
(๕) การพิจารณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการทหาร
(๖) กรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมปรึกษา
มาตรา ๒๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้รับผิดชอบในการใช้กำลัง
ทหารตามแผนป้องกันราชอาณาจักรซึ่งได้รับความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
มาตรา ๒๓
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีอำนาจกำหนดพื้นที่บริเวณใด
บริเวณหนึ่งเป็นยุทธบริเวณและ/หรือเขตภายในได้
มาตรา ๒๔
เมื่อปรากฏว่าจะมีการรบหรือสถานะสงครามหรือได้ประกาศใช้
กฎอัยการศึก
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีอำนาจกำหนดส่วนราชการในกระทรวง
กลาโหม
และแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตลอดจนกำหนดอำนาจและหน้าที่ของส่วนราชการและเจ้าหน้าที่
นั้น ๆ ขึ้นใหม่ได้ตามความเหมาะสม
เมื่อหมดภาวะการรบหรือสถานะสงคราม หรือเลิกใช้กฎอัยการศึกแล้วแต่
กรณี
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพิจารณาสั่งเลิกส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ
ที่ได้กำหนดและแต่งตั้งขึ้นตามความในมาตรานี้
มาตรา ๒๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรักษาการตามพระราช
บัญญัตินี้
และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ส. ธนะรัชต์
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
ปรับปรุงอำนาจและหน้าที่
ของกระทรวงกลาโหมลงไปให้แน่ชัด
และจัดระเบียบการใช้กำลังทหารให้เหมาะสมกับเหตุ
การณ์ของโลก
พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๐๗
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกระทรวงกลาโหม
ได้ตั้งตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารสูงสุดเพิ่มขึ้น
และเห็นสมควรให้ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วย
ผู้บัญชาการทหารสูงสุดนี้เป็นสมาชิกสภากลาโหมด้วยแต่ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบ
ราชการกระทรวงกลาโหมที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนี้มิได้มีระบุไว้ให้ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารสูงสุด
เป็นสมาชิกสภากลาโหมได้
จึงจำต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบราชการ
กระทรวงกลาโหมเสียใหม่
*[รก. ๒๕๐๗/๓๘/๒๘๒/๒๘ เมษายน ๒๕๐๗]
ดวงใจ/แก้ไข
๑๘ ก.พ. ๔๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).