ข้อ ๑๒
ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม สถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่
สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
เว้นแต่โรงงานตามประเภท ชนิด
และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้ ทั้งนี้
โรงงานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์แหล่งน้ำดิบเพื่อการประปานครหลวงตามมติคณะรัฐมนตรี
จะต้องมีน้ำทิ้งซึ่งมีปริมาณความสกปรกในรูป บีโอดี (Biochemical
Oxygen Demand) ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
ไม่เกินวันละ ๑ กิโลกรัม
(๒)
คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง
ที่ไม่ใช่ก๊าซปิโตรเลียมเหลวและก๊าซธรรมชาติ
เพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง
(๓) สถานที่บรรจุก๊าซ สถานที่เก็บก๊าซ
และห้องบรรจุก๊าซ
สำหรับก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ
ร้านจำหน่ายก๊าซ สถานที่ใช้ก๊าซ และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๔) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
(๕) โรงมหรสพตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
(๖) สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ
(๗) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม
(๘) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม
เว้นแต่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
และมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละห้าของพื้นที่โครงการทั้งหมด
(๙)
การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่
(๑๐)
การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถว ตึกแถว หรือบ้านแถว เว้นแต่เป็นการดำเนินการในโครงการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
และมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละห้าของพื้นที่โครงการทั้งหมด
(๑๑) การอยู่อาศัยประเภทห้องชุด อาคารชุด
หรือหอพัก
ในกรณีที่มีการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการจัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรมตาม
(๘) และเพื่อการอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถว ตึกแถว หรือบ้านแถวตาม
(๑๐) ดำเนินการในโครงการจัดสรรที่ดินเดียวกัน
ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการดังกล่าวรวมกันไม่เกินร้อยละห้าของพื้นที่โครงการทั้งหมด
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไป ดังต่อไปนี้
(๑) ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๒) ที่ดินเพื่อกิจการอื่นตามวรรคหนึ่ง
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
(๓) ที่ดินริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๕
สายรังสิต - นครนายก ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๖ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๑ (รังสิต) -
บรรจบทางหลวงหมายเลข ๓๒๔ (พนมทวน) และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๑๔
สายแยกทางหลวงหมายเลข ๓๔๗ (บ้านพร้าว) - บรรจบทางหลวงพิเศษหมายเลข ๙ (คลองหลวง)
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมเขตทางไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร
(๔) ที่ดินริมฝั่งคลองเชียงรากน้อย
คลองรังสิตประยูรศักดิ์ และคลองระพีพัฒน์
ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของคลองเชียงรากน้อย
คลองรังสิตประยูรศักดิ์ และคลองระพีพัฒน์ ไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร
และที่ดินริมฝั่งลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะอื่น ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า
๖ เมตร ทั้งนี้ เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค