法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดหนองคาย พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
21
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดหนองคาย

พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่จังหวัดหนองคาย ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้ เว้นแต่พื้นที่ที่อยู่ในแนวเขตดังต่อไปนี้ ให้ใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของที่ดินนั้น ๆ ตามที่มีกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้ โดยไม่อยู่ในบังคับการใช้ประโยชน์ที่ดินที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้

(๑) เขตพระราชฐาน

(๒) พื้นที่ที่ได้ใช้หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ในราชการทหาร

(๓) เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย

(๔) ท้องที่ที่มีการประกาศใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมือง หรือผังเมืองรวมชุมชน

(๕) ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน เฉพาะที่ดินที่เป็นของรัฐหรือที่รัฐจัดซื้อหรือเวนคืนจากเจ้าของที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ในการปฏิรูปที่ดิน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การวางและจัดทำผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินการคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อมในบริเวณแนวเขตตามข้อ ๑ ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้ มีนโยบายและมาตรการเพื่อจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดินโครงข่ายคมนาคมขนส่งและบริการสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(๑) เป็นแผนแม่บทด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน สำหรับการพัฒนาของจังหวัดหนองคาย

(๒) ส่งเสริมให้จังหวัดหนองคายมีการพัฒนาด้านการเชื่อมโยงการค้าการลงทุนชายแดนกับเพื่อนบ้าน และภูมิภาคอาเซียนอย่างมีระบบ

(๓) ดำรงรักษาพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ มีคุณค่าด้านเกษตรกรรม ให้เป็นแหล่งผลิตอาหารที่มีคุณภาพ และรักษาวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

(๔) รองรับการขยายตัวของเมือง อุตสาหกรรม และระบบโลจิสติกส์ในอนาคต

(๕) รองรับบทบาทของจังหวัดที่ได้รับการส่งเสริมให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ

(๖) อนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติแหล่งท่องเที่ยวให้สมบูรณ์และยั่งยืน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองรวม ให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภท และรายการประกอบแผนผังท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(๑) ที่ดินประเภท ช. ๑ ถึง ช. ๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพู ให้เป็นที่ดินประเภทชุมชนโดยมีวัตถุประสงค์และจำแนกเป็นบริเวณ ดังต่อไปนี้

(ก) ที่ดินประเภท ช. ๑ มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการอยู่อาศัย และเป็นศูนย์กลางการปกครอง ธุรกิจ การค้า การบริการ และการคมนาคมขนส่งที่ให้บริการแก่ประชาชนโดยทั่วไปในระดับจังหวัด

(ข) ที่ดินประเภท ช. ๒ มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการอยู่อาศัย และเป็นศูนย์กลางการปกครอง ธุรกิจ การค้า การบริการ และการคมนาคมขนส่งที่ให้บริการแก่ประชาชนโดยทั่วไปในระดับอำเภอ จำแนกเป็นบริเวณ ช. ๒ - ๑ และ ช. ๒ - ๒

(ค) ที่ดินประเภท ช. ๓ มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการอยู่อาศัย และเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและนันทนาการที่ให้บริการแก่ประชาชนโดยทั่วไป จำแนกเป็นบริเวณ ช. ๓ – ๑ และ ช. ๓ - ๒

(ง) ที่ดินประเภท ช. ๔ มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการอยู่อาศัย และเป็นศูนย์กลางการให้บริการชุมชนและส่งเสริมเกษตรกรรม จำแนกเป็นบริเวณ ช. ๔ - ๑ ถึง ช. ๔ - ๔

(๒) ที่ดินประเภท อ. ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วง ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้ามีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการประกอบกิจการอุตสาหกรรมและคลังสินค้า สาธารณูปโภคและสาธารณูปการและบริการของรัฐ

(๓) ที่ดินประเภท ก. ๑ ถึง ก. ๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม โดยมีวัตถุประสงค์และจำแนกเป็นบริเวณ ดังต่อไปนี้

(ก) ที่ดินประเภท ก. ๑ มีวัตถุประสงค์เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรมและรองรับการขยายตัวของชุมชน จำแนกเป็นบริเวณ ก. ๑ - ๑ และ ก. ๑ - ๒

(ข) ที่ดินประเภท ก. ๒ มีวัตถุประสงค์เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม

(ค) ที่ดินประเภท ก. ๓ มีวัตถุประสงค์เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรมการรักษาสภาพแวดล้อม และการท่องเที่ยว จำแนกเป็นบริเวณ ก. ๓ - ๑ และ ก. ๓ - ๒

(ง) ที่ดินประเภท ก. ๔ มีวัตถุประสงค์เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรมการอยู่อาศัย การสงวนรักษาสภาพทางธรรมชาติ และการส่งเสริมเศรษฐกิจการเกษตร จำแนกเป็นบริเวณ ก. ๔ - ๑ ถึง ก. ๔ - ๘

(๔) ที่ดินประเภท อก. ที่กำหนดไว้เป็นสีขาวมีกรอบและเส้นทแยงสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม การอยู่อาศัย การสงวนรักษาสภาพทางธรรมชาติ การส่งเสริมเศรษฐกิจการเกษตร และเพื่อการระบายน้ำ

(๕) ที่ดินประเภท ล. ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม มีวัตถุประสงค์เพื่อดำรงรักษาที่โล่งและสภาพแวดล้อมอันจะเป็นการรักษาสภาพภูมิทัศน์ที่ดีของชุมชน การอนุรักษ์พันธุ์ปลาน้ำจืด การประมง และสาธารณประโยชน์ รวมทั้งเพื่อป้องกันน้ำท่วม จำแนกเป็นบริเวณ ล. - ๑ ถึง ล. - ๑๖

(๖) ที่ดินประเภท ป. ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงสีขาว ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาระบบนิเวศน์ สงวนและคุ้มครอง ดูแลรักษาหรือบำรุงป่าไม้ สัตว์ป่า ต้นน้ำ ลำธาร และทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ตามมติคณะรัฐมนตรีและกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้การสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเท่านั้น จำแนกเป็นบริเวณ ป. ๑ ถึง ป. ๔

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ที่ดินประเภท ช. ๑ เป็นที่ดินประเภทชุมชนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการอยู่อาศัยและเป็นศูนย์กลางการปกครอง ธุรกิจ การค้า การบริการ และการคมนาคมขนส่งที่ให้บริการแก่ประชาชนโดยทั่วไป ในระดับจังหวัด

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๕) สถานที่เก็บวัตถุไวไฟ วัตถุระเบิดได้ วัตถุมีพิษ หรือวัตถุกัมมันตรังสี

(๖) กำจัดมูลฝอย เว้นแต่เป็นกิจการที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลหรือได้รับอนุญาตให้ดำเนินการจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ที่ดินประเภท ช. ๒ เป็นที่ดินประเภทชุมชนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการอยู่อาศัยและเป็นศูนย์กลางการปกครอง ธุรกิจ การค้า การบริการ และการคมนาคมขนส่งที่ให้บริการแก่ประชาชนโดยทั่วไป ในระดับอำเภอ

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่า ตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อการค้า

(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๖) การดำเนินการหรือประกอบกิจการใด ๆ ในอาคารขนาดใหญ่พิเศษ

(๗) สถานที่เก็บวัตถุไวไฟ วัตถุระเบิดได้ วัตถุมีพิษ หรือวัตถุกัมมันตรังสี

(๘) กำจัดมูลฝอย เว้นแต่เป็นกิจการที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลหรือได้รับอนุญาตให้ดำเนินการจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ที่ดินประเภท ช. ๓ เป็นที่ดินประเภทชุมชนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการอยู่อาศัยและเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและนันทนาการที่ให้บริการแก่ประชาชนโดยทั่วไป

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๕) การดำเนินการหรือประกอบกิจการใด ๆ ในอาคารขนาดใหญ่พิเศษ

(๖) สถานที่เก็บวัตถุไวไฟ วัตถุระเบิดได้ วัตถุมีพิษ หรือวัตถุกัมมันตรังสี

(๗) กำจัดมูลฝอย เว้นแต่เป็นกิจการที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลหรือได้รับอนุญาตให้ดำเนินการจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำโขงในระยะ ๑๕ เมตร ตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำเฉพาะที่ดินซึ่งเป็นของรัฐ ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น สำหรับที่ดินซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เกษตรกรรม หรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม การอยู่อาศัยที่มิใช่การจัดสรรที่ดินและการสาธารณูปโภคและการสาธารณูปการเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ที่ดินประเภท ช. ๔ เป็นที่ดินประเภทชุมชนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการอยู่อาศัยและเป็นศูนย์กลางการให้บริการชุมชน และส่งเสริมเกษตรกรรม

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๕) การดำเนินการหรือประกอบกิจการใด ๆ ในอาคารขนาดใหญ่พิเศษ

(๖) สถานที่เก็บวัตถุไวไฟ วัตถุระเบิดได้ วัตถุมีพิษ หรือวัตถุกัมมันตรังสี

(๗) กำจัดมูลฝอย เว้นแต่เป็นกิจการที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลหรือได้รับอนุญาตให้ดำเนินการจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ที่ดินประเภท อ. เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้าที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการประกอบกิจการอุตสาหกรรมและคลังสินค้า สาธารณูปโภค และสาธารณูปการ และบริการของรัฐ

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม

(๒) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

(๓) การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่

(๔) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็ก

(๕) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงคนชรา

(๖) สถาบันการศึกษา

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ที่ดินประเภท ก. ๑ เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม และรองรับการขยายตัวของชุมชน

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๕) สถานที่เก็บวัตถุไวไฟ วัตถุระเบิดได้ วัตถุมีพิษ หรือวัตถุกัมมันตรังสี

(๖) กำจัดมูลฝอย เว้นแต่เป็นกิจการที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลหรือได้รับอนุญาตให้ดำเนินการจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ที่ดินประเภท ก. ๒ เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม

(๓) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม

(๔) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

(๕) กำจัดมูลฝอย เว้นแต่เป็นกิจการที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลหรือได้รับอนุญาตให้ดำเนินการจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ที่ดินประเภท ก. ๓ เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม การรักษาสภาพแวดล้อม และการท่องเที่ยว

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๖) การดำเนินการหรือประกอบกิจการใด ๆ ในอาคารขนาดใหญ่พิเศษ

(๗) สถานที่เก็บวัตถุไวไฟ วัตถุระเบิดได้ วัตถุมีพิษ หรือวัตถุกัมมันตรังสี

(๘) กำจัดมูลฝอย เว้นแต่เป็นกิจการที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลหรือได้รับอนุญาตให้ดำเนินการจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้างอาคารในบริเวณ ก. ๓ - ๑ และ ก. ๓ - ๒ ให้มีความสูงของอาคารไม่เกิน ๖ เมตร การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้าสำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ที่ดินประเภท ก. ๔ เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม การอยู่อาศัย การสงวนรักษาสภาพทางธรรมชาติและการส่งเสริมเศรษฐกิจการเกษตร

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) คลังน้ำมันตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม

(๖) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

(๗) การดำเนินการหรือประกอบกิจการใด ๆ ในอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่

(๘) สถานที่เก็บวัตถุไวไฟ วัตถุระเบิดได้ วัตถุมีพิษ หรือวัตถุกัมมันตรังสี

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ที่ดินประเภท อก. เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม การอยู่อาศัย การสงวนรักษาสภาพทางธรรมชาติ การส่งเสริมเศรษฐกิจการเกษตร และเพื่อการระบายน้ำ

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน ลักษณะที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม

(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๖) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม

(๗) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

(๘) การดำเนินการหรือประกอบกิจการใด ๆ ในอาคารขนาดใหญ่พิเศษ

(๙) สถานที่เก็บวัตถุไวไฟ วัตถุระเบิดได้ วัตถุมีพิษ หรือวัตถุกัมมันตรังสี

(๑๐) กำจัดมูลฝอย เว้นแต่เป็นกิจการที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลหรือได้รับอนุญาตให้ดำเนินการจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ที่ดินประเภท ล. เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อดำรงรักษาที่โล่งและสภาพแวดล้อมอันจะเป็นการรักษาสภาพภูมิทัศน์ที่ดีของชุมชน การอนุรักษ์พันธุ์ปลาน้ำจืด การประมง และสาธารณประโยชน์ รวมทั้งเพื่อป้องกันน้ำท่วม

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ที่ดินประเภท ป. เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาระบบนิเวศน์ สงวนและคุ้มครองดูแลรักษาหรือบำรุงป่าไม้ สัตว์ป่า ต้นน้ำ ลำธาร และทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ตามมติคณะรัฐมนตรีและกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ การสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเท่านั้น

ที่ดินประเภทนี้ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย พาณิชยกรรม เกษตรกรรม การสาธารณูปโภค และสาธารณูปการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น และห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกท้ายกฎกระทรวงนี้

(๒) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม

(๓) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม

(๔) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

(๕) การอยู่อาศัยประเภทอาคารชุด หอพัก หรืออาคารอยู่อาศัยรวม

(๖) การดำเนินการหรือประกอบกิจการใด ๆ ในอาคารขนาดใหญ่พิเศษ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำโขง ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำไม่น้อยกว่า ๑๒ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมและขนส่งทางน้ำ การสาธารณูปโภค เขื่อน รั้ว หรือกำแพง และการก่อสร้างอาคารในระยะ ๑๕๐ เมตร จากริมฝั่งแม่น้ำโขง ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีความสูงไม่เกิน ๑๒ เมตร การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ที่ดินในเขตโบราณสถาน ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้โรงงานที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับและยังประกอบกิจการอยู่ ขยายพื้นที่โรงงานได้เฉพาะในที่ดินแปลงเดียวกันหรือติดต่อเป็นแปลงเดียวกันกับที่ดินที่เป็นที่ตั้งโรงงานเดิม ซึ่งเจ้าของโรงงานเดิมเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือเป็นผู้มีสิทธิครอบครองอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ หรือเป็นพื้นที่ในที่ดินที่เคยเป็นกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองของเจ้าของโรงงานเดิมอยู่ก่อนที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ ทั้งนี้ ไม่เกินหนึ่งเท่าของพื้นที่โรงงานที่ใช้ในการผลิตเดิม

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการก่อสร้างอาคารหรือการประกอบกิจการในเขตผังเมืองรวมปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๐

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

[เอกสารแนบท้าย]

๑. ประเภทหรือชนิดของโรงงานที่ห้ามประกอบกิจการ ท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดหนองคาย พ.ศ. ๒๕๖๐

๒. แผนที่ท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดหนองคาย พ.ศ. ๒๕๖๐

๓. แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดหนองคาย พ.ศ. ๒๕๖๐

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

รายการประกอบแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง

ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดหนองคาย

พ.ศ. ๒๕๖๐

การใช้ประโยชน์ที่ดินให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง ตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๕ คือ

๑. ที่ดินประเภท ช. ๑ ถึง ช. ๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพู ให้เป็นที่ดินประเภทชุมชน มีรายการ ดังต่อไปนี้

ช. ๑ แนวเขตผังเมืองรวมเมืองหนองคาย ตามกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองหนองคาย พ.ศ. ๒๕๕๔

ช. ๒ - ๑ ด้านเหนือ จดเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ ฟากตะวันตก และฟากตะวันออก ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ บรรจบกับถนนข้างโรงพยาบาลโพนพิสัย ไปทางทิศเหนือ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ เป็นระยะ ๒๐๐ เมตร

ด้านตะวันออก จดเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๖๗ ฟากเหนือและฟากใต้ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๖๗ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ ไปทางทิศตะวันออก ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๖๗ เป็นระยะ ๑,๕๐๐ เมตร

ด้านใต้ จดเส้นขนานระยะ ๗๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงชนบท นค. ๕๐๒๗ เส้นขนานระยะ ๗๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนไปบ้านชุมช้าง เส้นตรงที่ลากจากเส้นขนานระยะ ๗๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนไปบ้านชุมช้าง ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้และทิศตะวันตก จนบรรจบเส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนข้างสถานีอนามัย เส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ และเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ ฟากตะวันออกและฟากตะวันตก ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ บรรจบกับถนนทางเข้าวัดปัจจันตบุรีไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ เป็นระยะ ๓๐๐ เมตร

ด้านตะวันตก จดแม่น้ำโขง ฝั่งตะวันออก

ช. ๒ - ๒ ด้านเหนือ จดแนวเขตเทศบาลเมืองท่าบ่อ ระหว่างหลักเขตที่ ๑ กับหลักเขตที่ ๒

ด้านตะวันออก จดแนวเขตเทศบาลเมืองท่าบ่อ ระหว่างหลักเขตที่ ๒ กับหลักเขตที่ ๓ และแนวเขตเทศบาลตำบลโพนสา ระหว่างหลักเขตที่ ๑ กับหลักเขตที่ ๒

ด้านใต้ จดแนวเขตเทศบาลตำบลโพนสา ระหว่างหลักเขตที่ ๒ หลักเขตที่ ๓ กับหลักเขตที่ ๔ และแนวเขตเทศบาลเมืองท่าบ่อ ระหว่างหลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๕

ด้านตะวันตก จดแนวเขตเทศบาลเมืองท่าบ่อ ระหว่างหลักเขตที่ ๕ กับหลักเขตที่ ๑

ช. ๓ - ๑ ด้านเหนือ จดแนวเขตเทศบาลตำบลสังคม ระหว่างหลักเขตที่ ๑ กับหลักเขตที่ ๒

ด้านตะวันออก จดแนวเขตเทศบาลตำบลสังคม ระหว่างหลักเขตที่ ๒ กับหลักเขตที่ ๓

ด้านใต้ จดแนวเขตเทศบาลตำบลสังคม ระหว่างหลักเขตที่ ๓ กับหลักเขตที่ ๔

ด้านตะวันตก จดแนวเขตเทศบาลตำบลสังคม ระหว่างหลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๑

ช. ๓ - ๒ ด้านเหนือ จดแนวเขตเทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ ระหว่างหลักเขตที่ ๑ กับหลักเขตที่ ๒

ด้านตะวันออก จดแนวเขตเทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ ระหว่างหลักเขตที่ ๒ กับหลักเขตที่ ๓

ด้านใต้ จดแนวเขตเทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ ระหว่างหลักเขตที่ ๓ กับหลักเขตที่ ๔

ด้านตะวันตก จดแนวเขตเทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ ระหว่างหลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๑

ช. ๔ - ๑ ด้านเหนือ จดแม่น้ำโขง ฝั่งใต้

ด้านตะวันออก จดเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ ฟากเหนือและฟากใต้ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ บรรจบกับถนนไปบ้านโพนแพง ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ เป็นระยะ ๔,๐๐๐ เมตร

ด้านใต้ จดเส้นขนานระยะ ๒,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ และหนองคอน ด้านเหนือ

ด้านตะวันตก จดเส้นตั้ง ฉากกับทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๑๒ ฟากเหนือ และฟากใต้ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ บรรจบกับถนนไปบ้านโพนแพง ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ เป็นระยะ ๒,๕๐๐ เมตร

ช. ๔ - ๒ ด้านเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๖๖ ฟากใต้

ด้านตะวันออก จดเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๖๖ ฟากตะวันออก ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๖๖ บรรจบกับถนนไม่ปรากฏชื่อ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๖๖ เป็นระยะ ๑,๐๐๐ เมตร

ด้านใต้ จดเส้นขนานระยะ ๑,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๖๖

ด้านตะวันตก จดเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๖๖ ฟากตะวันออก ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๖๖ บรรจบกับถนนไม่ปรากฏชื่อ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๖๖ เป็นระยะ ๑,๐๐๐ เมตร

ช. ๔ - ๓ ด้านเหนือ จดแนวเขตเทศบาลตำบลหนองสองห้อง ระหว่างหลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๒ หลักเขตที่ ๓ กับหลักเขตที่ ๔

ด้านตะวันออก จดแนวเขตเทศบาลตำบลหนองสองห้อง ระหว่างหลักเขตที่ ๔ หลักเขตที่ ๕ หลักเขตที่ ๖ หลักเขตที่ ๗ กับหลักเขตที่ ๘

ด้านใต้ จดแนวเขตเทศบาลตำบลหนองสองห้อง ระหว่างหลักเขตที่ ๘ หลักเขตที่ ๙ หลักเขตที่ ๑๐ กับหลักเขตที่ ๑๑

ด้านตะวันตก จดแนวเขตเทศบาลตำบลหนองสองห้อง ระหว่างหลักเขตที่ ๑๑ หลักเขตที่ ๑๒ กับหลักเขตที่ ๑๓ กับหลักเขตที่ ๑

ช. ๔ - ๔ ด้านเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๑,๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงชนบท นค. ๑๐๒๕

ด้านตะวันออก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒ (ถนนมิตรภาพ) ฟากตะวันตก

ด้านใต้ จดห้วยน้ำสวย ฝั่งตะวันตก เส้นตั้งฉากกับทางหลวงชนบท นค. ๑๐๒๕ ฟากตะวันออก ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงชนบท นค. ๑๐๒๕ ตัดกับทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตามแนวทางหลวงชนบท นค. ๑๐๒๕ เป็นระยะ ๓,๐๐๐ เมตร และทางหลวงชนบท นค. ๑๐๒๕ ฟากเหนือ

ด้านตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๑,๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงชนบท นค. ๑๐๒๕

๒. ที่ดินประเภท อ. ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วง ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้ามีรายการดังต่อไปนี้

ด้านเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๑,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๑

ด้านตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๑,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒ (ถนนมิตรภาพ) เส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒ (ถนนมิตรภาพ) ฟากตะวันตก ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒ (ถนนมิตรภาพ) บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๑ ไปทางทิศใต้ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒ (ถนนมิตรภาพ) เป็นระยะ ๒,๓๐๐ เมตร และเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒ (ถนนมิตรภาพ)

ด้านใต้ จดเส้นขนานระยะ ๗,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๑

ด้านตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๔,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒ (ถนนมิตรภาพ)

๓. ที่ดินประเภท ก. ๑ ถึง ก. ๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรมมีรายการดังต่อไปนี้

ก. ๑ - ๑ ด้านเหนือ จดแม่น้ำโขง ฝั่งใต้

ด้านตะวันออก จดแนวเขตผังเมืองรวมเมืองหนองคายตามกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองหนองคาย พ.ศ. ๒๕๕๔ ด้านตะวันตกและด้านใต้ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒ (ถนนมิตรภาพ) ฟากตะวันตก และแนวเขตเทศบาลตำบลหนองสองห้อง ระหว่างหลักเขตที่ ๒ หลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๑๓ หลักเขตที่ ๑๒ กับหลักเขตที่ ๑๑

ด้านใต้ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๑ ฟากเหนือ

ด้านตะวันตก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๑ ฟากตะวันออก และแนวเขตเทศบาลตำบลโพนสา ระหว่างหลักเขตที่ ๔ หลักเขตที่ ๓ กับหลักเขตที่ ๒

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณ ล. - ๙ บริเวณ ล. - ๑๐ บริเวณ ล. - ๑๑ บริเวณ ล. – ๑๒ และบริเวณ ล. - ๑๓ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน

ก. ๑ - ๒ ด้านเหนือ จดทางหลวงชนบท นค. ๓๐๑๒ ฟากใต้

ด้านตะวันออก จดห้วยน้ำสวย ฝั่งตะวันตก

ด้านใต้ จดห้วยน้ำสวย ฝั่งเหนือ

ด้านตะวันตก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒ (ถนนมิตรภาพ) ฟากตะวันออก แนวเขตเทศบาลตำบลหนองสองห้อง ระหว่างหลักเขตที่ ๙ หลักเขตที่ ๘ หลักเขตที่ ๗ หลักเขตที่ ๖ หลัก เขตที่ ๕ หลักเขตที่ ๔ หลักเขตที่ ๓ หลักเขตที่ ๒ กับหลักเขตที่ ๑ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒ (ถนนมิตรภาพ) ฟากตะวันออก ทางหลวงชนบท นค. ๑๐๓๔ ฟากใต้ และแนวเขตผังเมืองรวมเมืองหนองคายตามกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองหนองคาย พ.ศ. ๒๕๕๔ ด้านใต้และด้านตะวันออก ห้วยยาง ฝั่งใต้ และห้วยโซ ฝั่งใต้ ฝั่งตะวันออก และฝั่งเหนือ

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณ ล. - ๘ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน

ก. ๒ ด้านเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๑ ฟากใต้

ด้านตะวันออก จดแนวเขตเทศบาลตำบลหนองสองห้อง ระหว่างหลักเขตที่ ๑๒ หลักเขตที่ ๑๑ หลักเขตที่ ๑๐ หลักเขตที่ ๙ กับหลักเขตที่ ๘ และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒ (ถนนมิตรภาพ) ฟากตะวันตก

ด้านใต้ จดเส้นขนานระยะ ๑,๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงชนบท นค. ๑๐๒๕

ด้านตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๕,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒ (ถนนมิตรภาพ)

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณ อ. ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วง

ก. ๓ - ๑ ด้านเหนือ จดแม่น้ำโขง ฝั่งใต้ และแนวเขตเทศบาลตำบลสังคม ระหว่าง หลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๔ หลักเขตที่ ๓ กับหลักเขตที่ ๒

ด้านตะวันออก จดแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าพานพร้าว และป่าแก้งไก่

ด้านใต้ จดแนวเขตผังเมืองรวมด้านใต้ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดหนองคายกับจังหวัดอุดรธานี

ด้านตะวันตก จดแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าพานพร้าว และป่าแก้งไก่

ก. ๓ - ๒ ด้านเหนือ จดแม่น้ำโขง ฝั่งใต้ และแนวเขตเทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ ระหว่างหลักเขตที่ ๑ หลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๓

ด้านตะวันออก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๖๖ ฟากตะวันตก

ด้านใต้ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๖๖ ฟากเหนือ

ด้านตะวันตก จดแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าพานพร้าว และป่าแก้งไก่

ก. ๔ - ๑ ด้านเหนือ จดแม่น้ำ โขง ฝั่งใต้ เส้นตั้งฉากฟากเหนือและฟากใต้กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ บรรจบกับถนนไปบ้านโพนแพง ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ เป็นระยะ ๒,๕๐๐ เมตร เส้นขนานระยะ ๒,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ เส้นตั้งฉาก ฟากเหนือและฟากใต้กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ บรรจบกับถนนไปบ้านโพนแพง ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ เป็นระยะ ๔,๐๐๐ เมตร และแม่น้ำโขง ฝั่งใต้

ด้านตะวันออก จดห้วยคาด ฝั่งตะวันตก และแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงสีชมพูโพนพิสัย

ด้านใต้ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๖๗ ฟากเหนือ

ด้านตะวันตก จดห้วยน้ำเป ฝั่งตะวันออก

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณ ล. - ๑ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน

ก. ๔ - ๒ ด้านเหนือ จดแนวเขตผังเมืองรวมด้านตะวันออก ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดหนองคายกับจังหวัดบึงกาฬ

ด้านตะวันออก จดแนวเขตผังเมืองรวมด้านตะวันออก ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดหนองคายกับจังหวัดบึงกาฬ

ด้านใต้ จดแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงสีชมพูโพนพิสัย

ด้านตะวันตก จดแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงสีชมพูโพนพิสัย

ก. ๔ - ๓ ด้านเหนือ จดแม่น้ำโขง ฝั่งใต้

ด้านตะวันออก จดห้วยน้ำเป ฝั่งตะวันตก

ด้านใต้ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๖๗ ฟากเหนือ

ด้านตะวันตก จดเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๖๗ ฟากเหนือ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๖๗ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ ไปทางทิศตะวันออก ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๖๗ เป็นระยะ ๑,๕๐๐ เมตร เส้นตั้งฉาก

กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ ฟากตะวันตกและฟากตะวันออก ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ บรรจบกับถนนข้างโรงพยาบาลโพนพิสัย ไปทางทิศเหนือ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ เป็นระยะ ๒๐๐ เมตร และแม่น้ำโขง ฝั่งตะวันออก

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณ ล. - ๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน

ก. ๔ - ๔ ด้านเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๖๗ ฟากใต้

ด้านตะวันออก จดแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงสีชมพูโพนพิสัย

ด้านใต้ จดแนวเขตผังเมืองรวมด้านใต้ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดหนองคายกับจังหวัดอุดรธานี

ด้านตะวันตก จดห้วยหลวง ฝั่งตะวันออก เส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนข้างสถานีอนามัย เส้นขนานระยะ ๗๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนไปบ้านชุมช้าง เส้นขนานระยะ ๗๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงชนบท นค. ๕๐๒๗ และเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๖๗ ฟากใต้ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๖๗ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ ไปทางทิศตะวันออก ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๖๗ เป็นระยะ ๑,๕๐๐ เมตร

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณ ล. - ๖ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน

ก. ๔ - ๕ ด้านเหนือ จดแม่น้ำโขง ฝั่งใต้

ด้านตะวันออก จดห้วยน้ำสวย ฝั่งตะวันตก

ด้านใต้ จดทางหลวงชนบท นค. ๓๐๑๒ ฟากเหนือ

ด้านตะวันตก จดแนวเขตผังเมืองรวมเมืองหนองคาย ตามกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองหนองคาย พ.ศ. ๒๕๕๔ ด้านตะวันออก

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณ ล. - ๓ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน

ก. ๔ - ๖ ด้านเหนือ จดแม่น้ำโขง ฝั่งใต้

ด้านตะวันออก จดเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ ฟากตะวันออกและฟากตะวันตก ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ บรรจบกับถนนทางเข้าวัดปัจจันตบุรี ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ เป็นระยะ ๓๐๐ เมตร เส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ และห้วยหลวง ฝั่งตะวันตก

ด้านใต้ จดแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าทุ่งหลวง

ด้านตะวันตก จดห้วยน้ำสวย ฝั่งตะวันออก

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณ ล. - ๔ และบริเวณ ล. - ๕ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน

ก. ๔ - ๗ ด้านเหนือ จดแนวเขตเทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ ระหว่างหลักเขตที่ ๔ หลักเขตที่ ๓ กับหลักเขตที่ ๒

ด้านตะวันออก จดแม่น้ำโขง ฝั่งตะวันตก

ด้านใต้ จดห้วยน้ำโมง ฝั่งเหนือ เส้นขนานระยะ ๑,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๑ เส้นขนานระยะ ๑,๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๖๖ และแนวเขตผังเมืองรวมด้านใต้ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดหนองคายกับจังหวัดอุดรธานี

ด้านตะวันตก จดแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าพานพร้าว และป่าแก้งไก่

และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๖๖ ฟากตะวันออก

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณ ช. ๔ - ๒ ที่กำหนดไว้เป็นชมพู

ก. ๔ - ๘ ด้านเหนือ จดแนวเขตเทศบาลเมืองท่าบ่อ ระหว่างหลักเขตที่ ๕ กับหลักเขตที่ ๔ และแนวเขตเทศบาลตำบลโพนสา ระหว่างหลักเขตที่ ๔ กับหลักเขตที่ ๓

ด้านตะวันออก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๑ ฟากตะวันตกและฟากใต้ เส้นขนานระยะ ๕,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒ (ถนนมิตรภาพ) เส้นขนานระยะ ๑,๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงชนบท นค. ๑๐๒๕ ทางหลวงชนบท นค. ๑๐๒๕ ฟากใต้ และเส้นตั้งฉากกับทางหลวงชนบท นค. ๑๐๒๕ ฟากตะวันออก ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงชนบท นค. ๑๐๒๕ ตัดกับทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตามแนวทางหลวงชนบท นค. ๑๐๒๕ เป็นระยะ ๓,๐๐๐ เมตร

ด้านใต้ จดห้วยน้ำสวย ฝั่งเหนือ และแนวเขตผังเมืองรวม ด้านใต้ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดหนองคายกับจังหวัดอุดรธานี

ด้านตะวันตก จดแนวเขตผังเมืองรวมด้านใต้ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดหนองคายกับจังหวัดอุดรธานี อ่างเก็บน้ำบังพวน เส้นขนานระยะ ๒,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๒๐ และแนวเขตเทศบาลเมืองท่าบ่อ ระหว่างหลักเขตที่ ๑ กับหลักเขตที่ ๕

ทั้งนี้ ยกเว้นบริเวณ ล. - ๑๔ และบริเวณ ล. - ๑๕ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน

๔. ที่ดินประเภท อก. ที่กำหนดไว้เป็นสีขาวมีกรอบและเส้นทแยงสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม มีรายการดังต่อไปนี้

ด้านเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๑,๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๖๖

ด้านตะวันออก เส้นขนานระยะ ๑,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๑ ห้วยน้ำโมง ฝั่งเหนือ แนวเขตเทศบาลเมืองท่าบ่อ ระหว่างหลักเขตที่ ๑ กับหลักเขตที่ ๕ และ เส้นขนานระยะ ๒,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๒๐

ด้านใต้ จดแนวเขตผังเมืองรวมด้านใต้ ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตการปกครองระหว่างจังหวัดหนองคายกับจังหวัดอุดรธานี

ด้านตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๑,๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๖๖

๕. ที่ดินประเภท ล. ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม มีรายการดังต่อไปนี้

ล. - ๑ หนองคอน

ล. - ๒ อ่างเก็บน้ำห้วยเปลวเงือก

ล. - ๓ หนองเอิบเอ้อ

ล. - ๔ อ่างเก็บน้ำบ้านนาตาลเหนือ

ล. - ๕ อ่างเก็บน้ำห้วยหิน

ล. - ๖ หนองไค้

ล. - ๗ อ่างเก็บน้ำกุดซวย

ล. - ๘ หนองบักจับ

ล. - ๙ หนองแสง

ล. - ๑๐ หนองกวก

ล. - ๑๑ หนองระฆัง

ล. - ๑๒ หนองสางนกแซว

ล. - ๑๓ หนองหัวช้าง

ล. - ๑๔ หนองกก

ล. - ๑๕ หนองพรานแน

ล. - ๑๖ อ่างเก็บน้ำบังพวน

๖. ที่ดินประเภท ป. ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงสีขาว ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ มีรายการดังต่อไปนี้

ป. - ๑ เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงสีชมพูโพนพิสัย

ป. - ๒ เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าพานพร้าว และป่าแก้งไก่

ป. - ๓ เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าพานพร้าว และป่าแก้งไก่

ป. - ๔ เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าทุ่งหลวง

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่สมควรกำหนดให้ใช้บังคับผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดหนองคาย เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะและสภาพแวดล้อม ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง และโดยที่มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ บัญญัติว่า การใช้บังคับผังเมืองรวมให้กระทำโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ปุณิกา/ปริยานุช/จัดทำ

๒๐ มกราคม ๒๕๖๐

นุสรา/ตรวจ

๗ มีนาคม ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนที่ ๙ ก/หน้า ๖๙/๑๙ มกราคม ๒๕๖๐

21 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดหนองคาย พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2f024899857e7498

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com