พระราชกฤษฎีกา
จัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ทบวงมหาวิทยาลัย
พ.ศ. ๒๕๔๔
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๔
เป็นปีที่
๕๖ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ทบวงมหาวิทยาลัย
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๙
วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. ๒๕๔๑ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๔๔
มาตรา ๒[๑]
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้จัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ทบวงมหาวิทยาลัยดังนี้
(๑) สำนักงานอธิการบดี
(๒) บัณฑิตวิทยาลัย
(๓) คณะทันตแพทยศาสตร์
(๔) คณะพลศึกษา
(๕) คณะแพทยศาสตร์
(๖) คณะเภสัชศาสตร์
(๗) คณะมนุษยศาสตร์
(๘) คณะวิทยาศาสตร์
(๙) คณะวิศวกรรมศาสตร์
(๑๐) คณะศิลปกรรมศาสตร์
(๑๑) คณะศึกษาศาสตร์
(๑๒) คณะสังคมศาสตร์
(๑๓) สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์
(๑๔) สำนักคอมพิวเตอร์
(๑๕) สำนักทดสอบการศึกษาและจิตวิทยา
(๑๖) สำนักหอสมุดกลาง
มาตรา ๔
ให้รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พันตำรวจโท ทักษิณ
ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากได้มีการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
โดยประกาศใช้พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. ๒๕๔๑
แทนพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. ๒๕๑๗ ประกอบกับได้มีการยุบเลิกสถาบันทักษิณคดีศึกษาเพื่อไปจัดตั้งในมหาวิทยาลัยทักษิณ
ทบวงมหาวิทยาลัย สมควรจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ทบวงมหาวิทยาลัย เพื่อดำเนินภารกิจด้านการศึกษา ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง
ทำการสอน ทำการวิจัย ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม
และทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย และโดยที่ มาตรา ๙
วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. ๒๕๔๑ บัญญัติให้ การจัดตั้ง
การรวม และการยุบเลิกสำนักงานวิทยาเขตบัณฑิตวิทยาลัย คณะ สถาบัน สำนัก วิทยาลัยและศูนย์
หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
กฤติญา/ปรับปรุง
๘ ธันวาคม ๒๕๖๓
ภิรมย์พร/ตรวจ
๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๓
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๘/ตอนที่ ๓๓ ก/หน้า ๑/๒๘ พฤษภาคม ๒๕๔๔
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).