法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
23

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

(ฉบับที่ ๒)

พ.ศ.

๒๕๖๒

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ

พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

ให้ไว้

ณ วันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒

เป็นปีที่

๔ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ

พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ

ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา ๓๗ และมาตรา ๔๐

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้

เพื่อให้การใช้บังคับมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

อันจะเป็นประโยชน์แก่การคุ้มครองอุตสาหกรรมภายในประเทศ

ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๖

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา

ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า

“พระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ (ฉบับที่

๒) พ.ศ. ๒๕๖๒”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑]

พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ให้ยกเลิกความในบทนิยามคำว่า

“สินค้าที่ถูกพิจารณา” ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

““สินค้าที่ถูกพิจารณา”

หมายความว่า สินค้ารายที่ถูกกล่าวหาว่ามีการทุ่มตลาดหรือได้รับการอุดหนุน

หรือสินค้ารายที่ถูกกล่าวหาว่ามีการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน”

มาตรา ๔

มาตรา ๔

ให้ยกเลิกความใน (๒) ของบทนิยามคำว่า

“ผู้มีส่วนได้เสีย” ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๒)

รัฐบาลของประเทศแหล่งกำเนิดหรือประเทศผู้ส่งออกซึ่งสินค้าที่ถูกพิจารณา”

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๒/๑) ของบทนิยามคำว่า

“ผู้มีส่วนได้เสีย” ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒

“(๒/๑)

ผู้ประกอบสินค้าตามมาตรา ๗๑/๑”

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๖

แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา

๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขเกี่ยวกับการพิจารณาการทุ่มตลาด การพิจารณาการอุดหนุน การพิจารณาความเสียหาย

การพิจารณาตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน การพิจารณาการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน

การพิจารณาตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนการทบทวนมาตรการ

รวมทั้งการดำเนินการใด ๆ

อันเกี่ยวกับพระราชบัญญัตินี้ได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้”

มาตรา ๗

มาตรา ๗

ให้ยกเลิกความในหมวด ๑ บททั่วไป

มาตรา ๗

มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑

แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.

๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“หมวด

บททั่วไป

มาตรา ๗

มาตรา ๗ การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน

และการตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน ให้คำนึงถึงประโยชน์ของอุตสาหกรรมภายใน

ผู้บริโภค และประโยชน์สาธารณะประกอบกัน

มาตรา ๘

มาตรา ๘

เพื่อประโยชน์ในการใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้

เมื่อคณะกรรมการเห็นสมควรจะให้กรมการค้าต่างประเทศมีหนังสือขอให้กรมศุลกากรดำเนินการจัดทำทะเบียนการนำเข้าหรือส่งออกสินค้าใด

หรือรวบรวมข้อมูลข่าวสารอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับการนำเข้าหรือส่งออกสินค้าก็ได้

ในกรณีนี้ ให้กรมศุลกากรมีอำนาจกำหนดให้ผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกแจ้งข้อเท็จจริงใด ๆ

ตามที่คณะกรรมการร้องขอได้ และให้นำกฎหมายว่าด้วยศุลกากรในส่วนที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับแก่กรณีนี้

มาตรา ๙

มาตรา ๙

ผู้ซึ่งยื่นคำขอให้คณะกรรมการดำเนินการพิจารณาตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน

หรือพิจารณาตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน ผู้นำเข้า ผู้ประกอบสินค้า ผู้ผลิตในต่างประเทศ

หรือผู้ส่งออกจากต่างประเทศอาจขอรายละเอียดที่เกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ใช้เป็นฐานในการกำหนดมาตรการชั่วคราว การกำหนดอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน

การขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน

การทบทวนอากรหรือการคืนอากร แล้วแต่กรณี ได้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศกำหนด

คำขอตามวรรคหนึ่งให้ยื่นภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่มาตรการชั่วคราว

การกำหนดอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน

การขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน

การทบทวนอากรหรือการคืนอากร มีผลใช้บังคับ

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ในกรณีที่พระราชบัญญัตินี้กำหนดให้ผู้ใดอาจมีคำขอให้พิจารณาตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน

พิจารณาตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน ให้ทำความตกลง ให้ทบทวนมาตรการ ให้คืนอากร

ตลอดจนการขอข้อมูลข่าวสารใดนั้น ให้กระทรวงพาณิชย์มีอำนาจออกประกาศกำหนดให้มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายได้ตามความเหมาะสมแก่ภาระในการดำเนินงานดังกล่าว

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑

เว้นแต่พระราชบัญญัตินี้จะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

การคืนอากรหรือหลักประกันการชำระอากรตามพระราชบัญญัตินี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง”

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๓

แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓๓ บุคคลหรือคณะบุคคลอาจยื่นคำขอในนามของอุตสาหกรรมภายในต่อกรมการค้าต่างประเทศเพื่อให้คณะกรรมการดำเนินการพิจารณาตอบโต้การทุ่มตลาด

คำขอตามวรรคหนึ่งจะถือว่าเป็นคำขอที่ยื่นในนามของอุตสาหกรรมภายในได้ต่อเมื่อได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิตสินค้าชนิดเดียวกันในประเทศซึ่งมีการผลิตรวมกันเกินกึ่งหนึ่งของปริมาณการผลิตสินค้าชนิดเดียวกันของผู้ที่ได้แสดงความเห็นทั้งส่วนที่สนับสนุนและส่วนที่คัดค้านรวมกัน

ทั้งนี้

ไม่ว่ากรณีใดปริมาณการผลิตของฝ่ายสนับสนุนนั้นต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของปริมาณการผลิตสินค้าชนิดเดียวกันทั้งหมดในประเทศ

การยื่นคำขอตามวรรคหนึ่ง

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลา และเงื่อนไขที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศกำหนด”

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๓๙

แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓๙ ในการพิจารณาตอบโต้การทุ่มตลาด

ให้กรมการค้าต่างประเทศเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ไต่สวนประเด็นการทุ่มตลาดและความเสียหาย

เริ่มต้นโดยการออกประกาศไต่สวนการทุ่มตลาดและความเสียหายในราชกิจจานุเบกษา

และลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวันหรือเผยแพร่โดยวิธีการอื่นใดทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพื่อให้สาธารณชนรับรู้

ตามที่เห็นสมควร”

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๔๙/๑

และมาตรา ๔๙/๒ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒

“มาตรา

๔๙/๑ ในกรณีที่ผู้นำเข้าไม่ชำระอากรหรือชำระอากรตอบโต้การทุ่มตลาดไม่ครบถ้วนหรือค้างชำระค่าอากรดังกล่าว ให้เป็นอำนาจของกรมศุลกากรในการเรียกเก็บอากร

เงินเพิ่มและเบี้ยปรับ การกักของ การยึดหรืออายัดทรัพย์สิน การขายทอดตลาด

และการดำเนินการเกี่ยวกับของตกค้าง

รวมทั้งการลดเงินเพิ่ม งดหรือลดเบี้ยปรับ ทุเลาการชำระอากรตอบโต้การทุ่มตลาด

เงินเพิ่มและเบี้ยปรับ

ในกรณีที่ผู้นำเข้าไม่เห็นด้วยกับการประเมินอากร

เงินเพิ่มและเบี้ยปรับ การลดเงินเพิ่ม และงดหรือลดเบี้ยปรับ

ของกรมศุลกากรตามวรรคหนึ่ง

ให้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

ให้นำบทบัญญัติกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรมาใช้บังคับแก่การดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสองโดยอนุโลม

บทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับการจ่ายเงินสินบนหรือเงินรางวัลตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรไม่นำมาใช้กับการเก็บอากร

เงินเพิ่ม และเบี้ยปรับที่จัดเก็บได้จากอากรตอบโต้การทุ่มตลาดตามมาตรานี้

มาตรา ๔๙/๒

มาตรา ๔๙/๒

ผู้นำเข้าอาจยื่นคำขอคืนอากรตอบโต้การทุ่มตลาดต่อกรมศุลกากรได้หากภายหลังปรากฏว่ามีการส่งสินค้าที่ได้ชำระอากรตอบโต้การทุ่มตลาดกลับออกไปนอกราชอาณาจักรและให้เป็นอำนาจของกรมศุลกากรในการพิจารณาคืนอากรตอบโต้การทุ่มตลาด

ทั้งนี้ ให้นำมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ บทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้อง

และบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับการเปรียบเทียบ มาใช้บังคับโดยอนุโลม”

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕๐

แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา

๕๐ ในกรณีที่หาส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดโดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างตามมาตรา

๑๘ วรรคสาม อากรตอบโต้การทุ่มตลาดให้กำหนดให้เหมาะสมกับผู้ได้รับการสุ่มเป็นตัวอย่างแต่ละราย

สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับการสุ่มเป็นตัวอย่าง

ให้กำหนดอัตราไว้ไม่เกินอัตราถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด

แต่ถ้าผู้ที่ไม่ได้รับการสุ่มตัวอย่างรายใดได้ให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตนโดยครบถ้วนถูกต้องภายในเวลาที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนด

ให้คณะกรรมการกำหนดอัตราอากรตอบโต้การทุ่มตลาดให้เหมาะสมสำหรับผู้นั้น เว้นแต่การกำหนดอัตราอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสำหรับแต่ละรายจะเป็นภาระเกินสมควรและอาจทำให้การไต่สวนไม่เสร็จภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๕๔ เนื่องจากมีผู้ได้ให้ข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

จะกำหนดอัตราอากรตอบโต้การทุ่มตลาดไม่เกินอัตราถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักดังกล่าวก็ได้”

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕๗ มาตรา ๕๘

มาตรา ๕๙

มาตรา ๕๙ และมาตรา ๖๐ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๕๗ อากรตอบโต้การทุ่มตลาดให้เรียกเก็บได้เป็นระยะเวลาไม่เกินห้าปีนับแต่วันเริ่มใช้บังคับหรือนับแต่วันที่ผลการทบทวนครั้งสุดท้ายซึ่งมีการพิจารณาทบทวนทั้งปัญหาการทุ่มตลาดและปัญหาความเสียหายใช้บังคับ

เว้นแต่เมื่อคณะกรรมการเห็นสมควรให้ทบทวนหรือเมื่อบุคคลหรือคณะบุคคลมีคำขอในนามของอุตสาหกรรมภายในให้ทบทวนภายในเวลาที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศกำหนด

และคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยว่าการยุติการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดจะทำให้มีการทุ่มตลาดและความเสียหายต่อไปหรือฟื้นคืนมาอีก

ทั้งนี้ การพิจารณาทบทวนจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศให้มีการทบทวน

การพิจารณาทบทวนไม่กระทบถึงการเรียกเก็บอากรในระหว่างระยะเวลาที่อากรตอบโต้การทุ่มตลาดตามวรรคหนึ่งยังมีผลใช้บังคับ

แต่หากการพิจารณาทบทวนไม่แล้วเสร็จหลังพ้นกำหนดระยะเวลาที่อากรตอบโต้การทุ่มตลาดมีผลใช้บังคับ

ให้คณะกรรมการเรียกหลักประกันการชำระอากรในระหว่างนั้นจนกว่าผลการพิจารณาทบทวนจะใช้บังคับ

ในกรณีที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัยว่าการยุติการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดจะทำให้มีการทุ่มตลาดและความเสียหายต่อไปหรือฟื้นคืนมาอีก

ให้เรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดตั้งแต่วันที่มีการเรียกหลักประกันการชำระอากรตามวรรคสอง

ในกรณีที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัยให้ยุติการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาด

บรรดาหลักประกันการชำระอากรที่ให้ไว้ในระหว่างการทบทวน ให้คืนโดยไม่ชักช้า

มาตรา ๕๘

มาตรา ๕๘

ผู้ส่งออกจากต่างประเทศหรือผู้ผลิตสินค้าในต่างประเทศรายใดซึ่งมิได้ส่งสินค้าทุ่มตลาดเข้ามาในช่วงระยะเวลาที่นำข้อมูลมาใช้เพื่อการไต่สวนการทุ่มตลาดแต่ได้ส่งสินค้าทุ่มตลาดเข้ามาหลังช่วงระยะเวลาดังกล่าว

อาจขอให้ทบทวนการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสำหรับตนเป็นการเฉพาะรายได้ โดยต้องแสดงให้เห็นว่าตนไม่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ส่งออกจากต่างประเทศหรือผู้ผลิตสินค้าในต่างประเทศรายอื่นซึ่งอยู่ในบังคับถูกเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดดังกล่าว

ให้ถือว่าผู้ขอทบทวนมีความเกี่ยวข้องกับผู้ส่งออกจากต่างประเทศหรือผู้ผลิตสินค้าในต่างประเทศรายอื่นตามวรรคหนึ่ง

ถ้าปรากฏว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถควบคุมอีกฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งสองฝ่ายถูกควบคุมโดยบุคคลที่สาม หรือทั้งสองฝ่ายร่วมกันควบคุมบุคคลที่สาม ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ในการนี้

ให้ถือว่าฝ่ายหนึ่งควบคุมอีกฝ่ายหนึ่งได้ ถ้าฝ่ายแรกอยู่ในฐานะทางกฎหมายหรือทางปฏิบัติที่จะยับยั้งหรือสั่งการฝ่ายหลังได้

ในระหว่างการทบทวนตามวรรคหนึ่งจะเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดกับสินค้านำเข้าที่ส่งออกหรือผลิตจากผู้ขอทบทวนดังกล่าวไม่ได้

แต่คณะกรรมการอาจขอให้กรมศุลกากรเรียกหลักประกันอากรก็ได้ ในการนี้ ให้กรมศุลกากรมีอำนาจเรียกหลักประกันอากรตามจำนวนที่คณะกรรมการมีคำขอ

ในกรณีที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัยว่ามีการทุ่มตลาด

ให้เรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดย้อนหลังไปนับแต่วันที่ประกาศให้มีการทบทวน

แต่หากคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยว่าไม่มีการทุ่มตลาด ให้คืนหลักประกันอากรที่เรียกไว้โดยไม่ชักช้า

การพิจารณาทบทวนจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศให้มีการทบทวน

มาตรา ๕๙

มาตรา ๕๙ ผู้นำเข้าอาจขอคืนอากรตอบโต้การทุ่มตลาดในขณะหนึ่งขณะใดได้

ถ้าผู้นั้นพิสูจน์ได้ว่าไม่มีส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด

หรือส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดลดลงต่ำกว่าอากรตอบโต้การทุ่มตลาดที่ใช้บังคับ

การขอคืนอากรตามวรรคหนึ่ง

ให้ยื่นคำขอต่อกรมการค้าต่างประเทศภายในหกเดือนนับแต่วันชำระอากร

การพิจารณาคืนอากรต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่คณะกรรมการรับคำขอ

เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นให้ขยายเวลาได้อีกไม่เกินหกเดือน

มาตรา ๖๐

มาตรา ๖๐ ให้นำบทบัญญัติในหมวด ๒ หมวด ๓ หมวด ๔

ของหมวด ๕ และหมวด ๖ มาใช้บังคับแก่การทบทวนและการขอคืนอากรตามหมวดนี้โดยอนุโลม”

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

ให้ยกเลิกความในบทนิยามคำว่า

“รัฐบาล” ในมาตรา ๖๒ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

““รัฐบาล”

หมายความว่า รัฐบาลของประเทศแหล่งกำเนิดหรือประเทศผู้ส่งออกซึ่งสินค้าที่นำเข้ามาในประเทศไทย

และให้หมายความรวมถึงหน่วยงานของรัฐด้วย”

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖๓ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๖๓ การอุดหนุนตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่

การได้รับประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใดเนื่องจากรัฐบาลกระทำการดังต่อไปนี้

(๑)

ให้ความช่วยเหลือทางการเงิน ซึ่งหมายความรวมถึง

(ก) การกระทำใด

ๆ เกี่ยวกับการโอนเงิน เช่น การให้เงิน การให้กู้ยืมเงิน การเข้าร่วมทุน

หรือการกระทำใดเกี่ยวกับการเพิ่มขีดความสามารถทางการเงิน หรือการลดภาระหนี้ เช่น

การค้ำประกันเงินกู้

(ข) การทำให้รายได้ที่รัฐบาลพึงจะจัดเก็บได้ตามปกติต้องสูญเสียไป

เช่น การให้เครดิตภาษีหรือการให้สิ่งจูงใจทางภาษีอากรอื่น

แต่การให้สินค้าส่งออกได้รับการยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีอากรประเภทที่เรียกเก็บจากสินค้าชนิดเดียวกันที่ใช้เพื่อการบริโภคภายในประเทศหรือการคืนภาษีอากรดังกล่าวในจำนวนไม่เกินภาระภาษีอากรที่เกิดขึ้นไม่ถือว่าเป็นการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน

(ค)

การจัดหาสินค้าหรือบริการอื่นใดนอกจากสาธารณูปโภคทั่วไป หรือการซื้อสินค้า หรือ

(ง)

การให้เงินผ่านกลไกสนับสนุนทางการเงิน หรือการมอบหมายหรือสั่งให้เอกชนดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตาม (ก) (ข) หรือ (ค)

ซึ่งไม่แตกต่างจากการดำเนินการตามปกติที่รัฐบาลพึงดำเนินการเอง

(๒)

ให้การสนับสนุนด้านรายได้หรือด้านราคาไม่ว่าในรูปแบบใดทั้งทางตรงและทางอ้อมเพื่อเพิ่มการส่งออกสินค้าใดหรือลดการนำเข้าสินค้าใด”

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕

ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๖๓/๑

แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.

๒๕๔๒

“มาตรา

๖๓/๑ การอุดหนุนที่มีลักษณะเจาะจงและก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุตสาหกรรมภายในเป็นการกระทำอันมิชอบที่อาจตอบโต้ได้”

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖๔

แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.

๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา

๖๔ การอุดหนุนใดที่ให้แก่วิสาหกิจบางรายจะเป็นการอุดหนุนที่มีลักษณะเจาะจงหรือไม่

ให้พิจารณาจากหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(๑)

การที่รัฐบาลให้การอุดหนุนแก่วิสาหกิจบางรายโดยชัดแจ้ง

เป็นการอุดหนุนที่มีลักษณะเจาะจง

(๒)

การอุดหนุนที่มีกฎหมาย กฎ หรือระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขเกี่ยวกับการได้รับการอุดหนุนและจำนวนเงินอุดหนุนที่ใช้เป็นการทั่วไปและมีการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขนั้นอย่างเคร่งครัด

ไม่เป็นการอุดหนุนที่มีลักษณะเจาะจง ทั้งนี้ หลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขดังกล่าวต้องไม่เอื้อประโยชน์แก่วิสาหกิจบางรายมากกว่าวิสาหกิจรายอื่น

และต้องสอดคล้องกับเหตุผลพื้นฐานทางเศรษฐกิจ

เช่น การกำหนดจำนวนลูกจ้างหรือขนาดของวิสาหกิจ

(๓)

ในกรณีที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์การอุดหนุนที่มีลักษณะเจาะจงตาม (๑) และ (๒)

หากคณะกรรมการมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการอุดหนุนที่มีลักษณะเจาะจงโดยพฤตินัย

คณะกรรมการอาจนำปัจจัยอื่นดังต่อไปนี้มาพิจารณาประกอบด้วย (ก) การจำกัดจำนวนวิสาหกิจที่จะได้รับการอุดหนุน

(ข)

การให้วิสาหกิจบางรายได้รับหรือได้ใช้ประโยชน์จากการอุดหนุนมากกว่าวิสาหกิจรายอื่น

(ค) จำนวนเงินอุดหนุนที่ให้แก่วิสาหกิจบางรายมีสัดส่วนที่มากกว่าที่ให้แก่วิสาหกิจรายอื่น

และ (ง) การมีดุลพินิจที่จะเลือกให้การอุดหนุน ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงความหลากหลายทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องและระยะเวลาที่มีโครงการอุดหนุนดังกล่าวด้วย

การอุดหนุนที่ให้แก่วิสาหกิจบางรายที่ตั้งอยู่ในบางพื้นที่ทางภูมิศาสตร์เป็นการอุดหนุนที่มีลักษณะเจาะจง

แต่หากการอุดหนุนนั้นเป็นการกำหนดหรือเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีอากรที่มีหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขใช้บังคับเป็นการทั่วไป

ไม่ถือว่าเป็นการอุดหนุนที่มีลักษณะเจาะจง

การอุดหนุนดังต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นการอุดหนุนที่มีลักษณะเจาะจงและมิให้นำความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมาใช้บังคับ

(๑)

การอุดหนุนที่มีเงื่อนไขเพื่อการส่งออกไม่ว่าโดยนิตินัยหรือโดยพฤตินัย และให้รวมถึงการอุดหนุนตามลักษณะที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้

การอุดหนุนที่มีเงื่อนไขเพื่อการส่งออกโดยพฤตินัย

ได้แก่ การอุดหนุนที่มีเงื่อนไขขึ้นอยู่กับการส่งออกหรือรายได้จากการส่งออก

ทั้งที่เกิดขึ้นจริงหรือที่คาดการณ์ไว้

(๒)

การอุดหนุนที่มีเงื่อนไขเพื่อให้มีการใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศแหล่งกำเนิดมากกว่าสินค้านำเข้า

การพิจารณาว่ามีการอุดหนุนที่มีลักษณะเจาะจงตามมาตรานี้ต้องมีพยานหลักฐานโดยตรงสนับสนุน”

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗

ให้ยกเลิกมาตรา ๖๕ มาตรา ๖๖ และมาตรา

๖๗ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘

ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๖๘

แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา

๖๘ อากรตอบโต้การอุดหนุนให้คำนวณจากประโยชน์ที่ได้รับในช่วงระยะเวลาที่นำข้อมูลมาใช้เพื่อการไต่สวนการอุดหนุน

โดยกำหนดเป็นอัตราต่อหน่วยของสินค้าของผู้ที่ได้รับการอุดหนุนแต่ละราย”

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙

ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๖๙

แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา

๖๙ การคำนวณหาประโยชน์ที่ได้รับตามมาตรา

๖๓ ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ดังนี้

(๑)

การที่รัฐบาลเข้าร่วมทุนไม่ถือเป็นการให้ประโยชน์ เว้นแต่การลงทุนนั้นไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติตามปกติของภาคเอกชนในประเทศแหล่งกำเนิดหรือประเทศผู้ส่งออก

(๒)

การที่รัฐบาลให้กู้ยืมเงินไม่ถือเป็นการให้ประโยชน์ เว้นแต่มีส่วนต่างระหว่างจำนวนเงินที่ผู้กู้ต้องชำระและประโยชน์อื่นใดที่คำนวณเป็นตัวเงินได้อันเนื่องมาจากการกู้ยืมจากรัฐบาลกับการกู้ยืมทางพาณิชย์ที่เปรียบเทียบกันได้ในตลาด

ในกรณีนี้ประโยชน์ที่ได้รับคือส่วนต่างของจำนวนดังกล่าว

(๓)

การที่รัฐบาลค้ำประกันเงินกู้ไม่ถือเป็นการให้ประโยชน์ เว้นแต่มีส่วนต่างระหว่างจำนวนเงินที่ผู้ได้รับการค้ำประกันต้องชำระและประโยชน์อื่นใดที่คำนวณเป็นตัวเงินได้ระหว่างการค้ำประกันโดยรัฐบาลกับการค้ำประกันโดยเอกชนในทางพาณิชย์และให้นำความใน

(๒) มาใช้บังคับโดยอนุโลม

(๔)

การที่รัฐบาลให้สินค้าหรือบริการหรือการซื้อสินค้าไม่ถือเป็นการให้ประโยชน์ เว้นแต่เป็นการให้โดยได้รับค่าตอบแทนที่น้อยกว่าอัตราที่สมควรหรือการซื้อสินค้าที่ให้ค่าตอบแทนสูงกว่าอัตราที่สมควร

ซึ่งอัตราที่สมควรให้พิจารณาจากสภาพทางการตลาดที่เป็นอยู่ในประเทศที่รัฐบาลให้สินค้าหรือบริการหรือที่ซื้อสินค้านั้น”

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐

ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๗๐/๑

และมาตรา ๗๐/๒ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒

“มาตรา

๗๐/๑ ในกรณีที่ผู้นำเข้าไม่ชำระอากรหรือชำระอากรตอบโต้การอุดหนุนไม่ครบถ้วนหรือค้างชำระค่าอากรดังกล่าว ให้เป็นอำนาจของกรมศุลกากรในการเรียกเก็บอากร

เงินเพิ่มและเบี้ยปรับ การกักของ การยึดหรืออายัดทรัพย์สิน การขายทอดตลาด

และการดำเนินการเกี่ยวกับของตกค้าง รวมทั้งการลดเงินเพิ่ม

งดหรือลดเบี้ยปรับ ทุเลาการชำระอากรตอบโต้การอุดหนุน เงินเพิ่มและเบี้ยปรับ

ในกรณีที่ผู้นำเข้าไม่เห็นด้วยกับการประเมินอากร

เงินเพิ่มและเบี้ยปรับ การลดเงินเพิ่ม และงดหรือลดเบี้ยปรับ

ของกรมศุลกากรตามวรรคหนึ่ง

ให้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

ให้นำบทบัญญัติกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรมาใช้บังคับแก่การดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสองโดยอนุโลม

บทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับการจ่ายเงินสินบนหรือเงินรางวัลตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรไม่นำมาใช้กับการเก็บอากร

เงินเพิ่ม และเบี้ยปรับที่จัดเก็บได้จากอากรตอบโต้การอุดหนุนตามมาตรานี้

มาตรา ๗๐/๒

มาตรา ๗๐/๒

ผู้นำเข้าอาจยื่นคำขอคืนอากรตอบโต้การอุดหนุนต่อกรมศุลกากรได้หากภายหลังปรากฏว่ามีการส่งสินค้าที่ได้ชำระอากรตอบโต้การอุดหนุนกลับออกไปนอกราชอาณาจักรและให้เป็นอำนาจของกรมศุลกากรในการพิจารณาคืนอากรตอบโต้การอุดหนุน

ทั้งนี้ ให้นำมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ บทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้อง

และบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับการเปรียบเทียบ มาใช้บังคับโดยอนุโลม”

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑

ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗๑

แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.

๒๕๔๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา

๗๑ เมื่อคณะกรรมการได้รับคำขอจากผู้ยื่นคำขอในนามของอุตสาหกรรมภายในหรือกรมการค้าต่างประเทศให้พิจารณาตอบโต้การอุดหนุน

ก่อนที่จะเปิดการไต่สวน ให้กรมการค้าต่างประเทศแจ้งให้รัฐบาลของประเทศซึ่งสินค้าดังกล่าวถูกพิจารณาว่าได้มีการอุดหนุนทราบและขอให้รัฐบาลของประเทศนั้นมาปรึกษาหารือเกี่ยวกับการอุดหนุนและความเสียหายของอุตสาหกรรมภายในตามคำขอ

การปรึกษาหารือจะดำเนินการในขั้นตอนใดระหว่างการพิจารณาตอบโต้การอุดหนุนก็ได้

และกรมการค้าต่างประเทศต้องให้โอกาสตามควรในการปรึกษาหารือนั้น

แต่การปรึกษาหารือไม่เป็นเหตุกระทบการดำเนินการในขั้นตอนการพิจารณาตอบโต้การอุดหนุน

ในการปรึกษาหารือกรมการค้าต่างประเทศต้องให้โอกาสประเทศซึ่งสินค้าที่ถูกพิจารณาได้รับข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับการพิจารณา

เว้นแต่เป็นข้อมูลข่าวสารที่ต้องปกปิดโดยสาระและเนื้อหา

หรือผู้ให้ข้อมูลข่าวสารนั้นขอให้ปกปิด”

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒

ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๑๐/๑

การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน มาตรา ๗๑/๑ ถึงมาตรา ๗๑/๒๐

แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.

๒๕๔๒

“หมวด

๑๐/๑

การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน

มาตรา ๗๑/๑

มาตรา ๗๑/๑

ในหมวดนี้

“มาตรการตอบโต้”

หมายความว่า มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน

“ผู้ประกอบสินค้า”

หมายความว่า

(๑)

ผู้ที่นำสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้ซึ่งยังทำไม่สำเร็จที่ผลิตจากประเทศที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้มาทำให้สำเร็จในประเทศไทยหรือในประเทศอื่น

หรือ

(๒)

ผู้ที่นำส่วนประกอบหรือชิ้นส่วนของสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้ที่ผลิตจากประเทศที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้มาประกอบเป็นสินค้าที่เหมือนกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้ในประเทศไทยหรือในประเทศอื่น

มาตรา ๗๑/๒

มาตรา ๗๑/๒

การขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนตามหมวดนี้

ให้ใช้กับการนำเข้าสินค้าที่มีการไต่สวนแล้วปรากฏว่ามีการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้

มาตรา ๗๑/๓

มาตรา ๗๑/๓ การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ตามมาตรา ๗๑/๒

ต้องมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้

(๑)

การเปลี่ยนแปลงรูปแบบทางการค้าอันเกิดจากการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตหรือการดำเนินธุรกิจโดยไม่มีเหตุอันควรหรือเหตุผลทางเศรษฐกิจสนับสนุนอย่างเพียงพอ

แต่เป็นไปเพื่อมิให้อยู่ภายใต้บังคับการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนหรือเพื่อมิให้อยู่ภายใต้บังคับอัตราอากรตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

(๒)

การเปลี่ยนแปลงรูปแบบทางการค้าตาม (๑)

มีผลเป็นการบั่นทอนผลการใช้บังคับมาตรการตอบโต้ในด้านของราคาหรือปริมาณ และ

(๓)

หลักฐานการทุ่มตลาดโดยเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าปกติของสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดที่คำนวณขึ้นก่อนหน้ากับราคาส่งออกของสินค้าที่ถูกพิจารณาหรือราคาขายของสินค้าที่เหมือนกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดของผู้ผลิตในต่างประเทศ

ผู้ส่งออกจากต่างประเทศ หรือผู้ประกอบสินค้า

ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ ทั้งนี้

โดยคำนึงถึงปัจจัยที่อาจมีผลกระทบต่อการเปรียบเทียบราคาด้วย

หรือหลักฐานการได้รับการอุดหนุน

หลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขการพิจารณาเหตุอันควรหรือเหตุผลทางเศรษฐกิจ การบั่นทอนผลการใช้บังคับมาตรการตอบโต้ในด้านของราคาหรือปริมาณ

และหลักฐานการทุ่มตลาดหรือการได้รับการอุดหนุน ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๗๑/๔

มาตรา ๗๑/๔

การดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตหรือการดำเนินธุรกิจตามมาตรา

๗๑/๓ (๑)

ได้แก่

(๑)

การแก้ไขดัดแปลงสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้เพียงเล็กน้อยโดยไม่มีผลต่อลักษณะหรือคุณสมบัติที่สำคัญของสินค้านั้น

ไม่ว่าการแก้ไขดัดแปลงสินค้าดังกล่าวจะทำในประเทศที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้หรือในประเทศอื่น

(๒)

การส่งออกสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้จากประเทศที่ถูกใช้มาตรการดังกล่าวมาประเทศไทยโดยผ่านประเทศอื่น

(๓)

การส่งออกสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้จากประเทศที่ถูกใช้มาตรการดังกล่าวมาประเทศไทยโดยผ่านผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายที่ไม่ถูกเรียกเก็บหรือรายที่ถูกเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนในอัตราที่ต่ำกว่าอัตราที่สินค้านั้นถูกเรียกเก็บ

(๔)

การนำสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้ซึ่งยังทำไม่สำเร็จที่ผลิตจากประเทศที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้มาทำให้สำเร็จ หรือการนำส่วนประกอบหรือชิ้นส่วนของสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้ที่ผลิตจากประเทศที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้มาประกอบเป็นสินค้าที่เหมือนกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้ในประเทศไทยหรือในประเทศอื่น

โดยให้พิจารณาดังต่อไปนี้

(ก)

การทำให้สำเร็จหรือการประกอบเป็นสินค้าที่เหมือนกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้ได้เริ่มดำเนินการหรือมีการดำเนินการที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่วันประกาศไต่สวนการทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน

และ

(ข)

สินค้าที่ถูกทำให้สำเร็จหรือประกอบเป็นสินค้าที่เหมือนกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้มีสัดส่วนมูลค่าเพิ่มหรือมูลค่าส่วนประกอบหรือชิ้นส่วนดังนี้

๑) ในกรณีสินค้าที่ถูกทำให้สำเร็จมีมูลค่าเพิ่มของสินค้านั้นน้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของต้นทุนการผลิต

หรือ

๒) ในกรณีส่วนประกอบหรือชิ้นส่วนของสินค้าที่ผลิตจากประเทศที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้มีมูลค่าเท่ากับหรือมากกว่าร้อยละหกสิบของมูลค่าส่วนประกอบหรือชิ้นส่วนทั้งหมดของสินค้าที่เหมือนกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้

เว้นแต่สินค้าที่ประกอบขึ้นจากส่วนประกอบหรือชิ้นส่วนดังกล่าวมีมูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของต้นทุนการผลิต

๓) การคำนวณมูลค่าเพิ่มตาม ๑) และ

๒) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศกำหนด

(๕)

การดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตหรือการดำเนินธุรกิจอื่นใด ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๗๑/๕

มาตรา ๗๑/๕

ให้เริ่มดำเนินกระบวนการพิจารณาตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้เมื่อมีคำขอของกรมการค้าต่างประเทศหรือของบุคคลหรือคณะบุคคลตามมาตรา

๗๑/๖

การยื่นคำขอตามวรรคหนึ่งจะกระทำได้หลังจากคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยชั้นที่สุด

ให้มีการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน

มาตรา ๗๑/๖

มาตรา ๗๑/๖ บุคคลหรือคณะบุคคลอาจยื่นคำขอต่อกรมการค้าต่างประเทศในนามของผู้ผลิตในประเทศซึ่งผลิตสินค้าชนิดเดียวกันกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้เพื่อให้คณะกรรมการดำเนินการพิจารณาตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้

คำขอตามวรรคหนึ่งต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิตในประเทศซึ่งผลิตสินค้าชนิดเดียวกันกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้

ในปริมาณไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของปริมาณการผลิตสินค้าชนิดเดียวกันกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้ทั้งหมดในประเทศ

การยื่นคำขอให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

วิธีการ ระยะเวลา และเงื่อนไขที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศกำหนด

มาตรา ๗๑/๗

มาตรา ๗๑/๗

ถ้าคำขอตามมาตรา ๗๑/๖

มีรายละเอียดหรือหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง ให้กรมการค้าต่างประเทศแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอดำเนินการให้ครบถ้วนหรือถูกต้องภายในเวลาที่กำหนด

เมื่อคำขอมีรายละเอียดและพยานหลักฐานครบถ้วนและถูกต้องแล้ว

ให้กรมการค้าต่างประเทศเสนอคำขอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา

มาตรา ๗๑/๘

มาตรา ๗๑/๘ ผู้ยื่นคำขอตามมาตรา ๗๑/๖ อาจถอนคำขอได้

แต่ถ้าได้มีการประกาศไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ตามมาตรา

๗๑/๑๐ แล้ว คณะกรรมการจะยุติการพิจารณาตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้หรือดำเนินการพิจารณาต่อไปก็ได้

มาตรา ๗๑/๙

มาตรา ๗๑/๙ ในกรณีที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัยว่าคำขอมีมูลเกี่ยวกับการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้

ให้กรมการค้าต่างประเทศดำเนินการไต่สวนต่อไปโดยไม่ชักช้า

ในกรณีที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัยว่าคำขอนั้นไม่มีมูลเกี่ยวกับการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้

ให้กรมการค้าต่างประเทศแจ้งคำวินิจฉัยดังกล่าวให้ผู้ยื่นคำขอทราบโดยไม่ชักช้า

มาตรา ๗๑/๑๐

มาตรา ๗๑/๑๐ ในการพิจารณาตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้

ให้กรมการค้าต่างประเทศเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้

เริ่มต้นโดยการออกประกาศไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ในราชกิจจานุเบกษา

และลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวันหรือเผยแพร่โดยวิธีการอื่นใดทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพื่อให้สาธารณชนรับรู้

ตามที่เห็นสมควร

ประกาศไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ต้องมีรายการตามที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศกำหนด

ให้กรมการค้าต่างประเทศแจ้งประกาศไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ให้ผู้ยื่นคำขอ

ผู้ผลิตในต่างประเทศ ผู้ส่งออกจากต่างประเทศ หรือผู้ประกอบสินค้า

ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้

และรัฐบาลของประเทศแหล่งกำเนิดหรือประเทศผู้ส่งออกที่เกี่ยวข้องทราบ

และในกรณีที่ทราบที่อยู่ของผู้นำเข้าที่เกี่ยวข้องหรือตัวแทนของบุคคลดังกล่าว ให้กรมการค้าต่างประเทศแจ้งเป็นหนังสือให้บุคคลเหล่านั้นทราบประกาศนั้นด้วย

มาตรา ๗๑/๑๑

มาตรา ๗๑/๑๑ การเสนอข้อเท็จจริงและความเห็นรวมทั้งสิทธิการดำเนินการเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียและผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๗๑/๑๒

มาตรา ๗๑/๑๒ ให้นำมาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐

และมาตรา ๔๐ มาใช้บังคับแก่การไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้โดยอนุโลม

มาตรา ๗๑/๑๓

มาตรา ๗๑/๑๓

ในกรณีที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัยว่ามีการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ ให้ขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนกับการนำเข้าสินค้าที่หลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ในอัตราไม่เกินอัตราสูงสุดที่เรียกเก็บกับสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้จากประเทศผู้ส่งออกนั้น

ในการขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนตามวรรคหนึ่ง

ให้เริ่มตั้งแต่วันที่มีการจัดทำทะเบียนการนำเข้าสินค้า ในการนี้ ให้กรมศุลกากรมีอำนาจเรียกเก็บอากรดังกล่าวตามที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัย

การขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนตามวรรคหนึ่ง

ให้เปลี่ยนแปลงหรือยุติตามการเรียกเก็บอากรของสินค้าที่ถูกใช้มาตรการตอบโต้

มาตรา ๗๑/๑๔

มาตรา ๗๑/๑๔

ในกรณีที่มีการขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน หากผู้นำเข้าไม่ชำระอากรหรือชำระอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนไม่ครบถ้วน

หรือค้างชำระค่าอากรดังกล่าว ให้นำมาตรา ๔๙/๑

หรือมาตรา ๗๐/๑ แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๗๑/๑๕

มาตรา ๗๑/๑๕

ในกรณีที่มีการขยายการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนผู้นำเข้าอาจยื่นคำขอคืนอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนต่อกรมศุลกากรได้

หากภายหลังปรากฏว่ามีการส่งสินค้าที่ได้ชำระอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนกลับออกไปนอกราชอาณาจักร

ให้นำมาตรา ๔๙/๒ หรือมาตรา ๗๐/๒ แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับโดยอนุโลม

23 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2fe38f47f8aaccca

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com