กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๐๔)
ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์
และจำหน่ายเนื้อสัตว์
พ.ศ. ๒๕๐๒[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ มาตรา
๑๓ และมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. ๒๕๐๒
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ให้ยกเลิกความในข้อ ๓
แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๐๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์
พ.ศ. ๒๕๐๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ข้อ ๓ ให้ยกเว้นอากรการฆ่าสัตว์
ค่าธรรมเนียมโรงฆ่าสัตว์และค่าธรรมเนียมโรงพักสัตว์ ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ฆ่าสัตว์ทำการฆ่าสัตว์ในวันตรุษอิดิลอัฏฮา
และวันเมาลิดนาบี ณ มัสยิด ในปีหนึ่งรวมกันไม่เกินมัสยิดละสองครั้ง
และแต่ละครั้งให้ยกเว้นสำหรับโคและหรือกระบือรวมกันไม่เกินสองตัว
สำหรับแพะและหรือแกะรวมกันไม่เกินสี่ตัว
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๔
พลเอก ป.
จารุเสถียร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
เนื่องจากกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๐๓) ข้อ ๓
ได้กำหนดให้ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ทำการฆ่าสัตว์เพื่อประกอบพิธีกรรมสำคัญในศาสนาอิสลามโดยได้รับยกเว้นค่าอากรการฆ่าสัตว์
ค่าธรรมเนียมโรงฆ่าสัตว์ และค่าธรรมเนียมโรงพักสัตว์ ทำการฆ่าสัตว์ ณ
ที่ใดที่หนึ่ง อันเป็นสถานที่ที่เคยใช้ประกอบพิธีการนั้น แห่งหนึ่ง ๆ ไม่เกินปีละ
๑ ครั้งนั้นยังไม่เป็นการเหมาะสม
และชาวไทยผู้นับถือศาสนาอิสลามไม่ได้รับความสะดวกเพียงพอในการประกอบพิธีกรรมตามลัทธิความเชื่อถือของตน
กล่าวคือ (๑) พิธีกรรมสำคัญที่จะต้องฆ่าสัตว์ประกอบพิธีอยู่ ๓ พิธี
คือพิธีเมาลิดนาบีกระทำที่มัสยิดใดมัสยิดหนึ่งในวันเมาลิดนาบี กับพิธีกุรปั่นและพิธีอากีเกาะห์
ซึ่งอาจจะทำรวมกันหรือแยกกันที่มัสยิด หรือบ้านเรือนของราษฎรในวันตรุษอิดิลอัฏฮา
ดังนั้น เมื่อพิธีเมาลิดนาบีกำหนดให้ต้องกระทำ ณ มัสยิดแล้ว
ชาวไทยผู้นับถือศาสนาอิสลามก็ต้องกระทำพิธีกุรปั่นและพิธีอากีเกาะห์ที่บ้านเรือน
อันไม่สะดวกแก่การควบคุมเกี่ยวกับการอนุญาตให้ฆ่าสัตว์
จึงเห็นควรกำหนดวันสำคัญทางศาสนาอิสลามให้แน่นอน คือวันเมาลิดนาบีและวันตรุษอิดิลอัฏฮา
และกำหนดสถานที่ที่จะอนุญาตให้ทำการฆ่าสัตว์ คือที่มัสยิด กับเพิ่มจำนวนครั้งให้ทำการฆ่าได้ปีละ
๒ ครั้ง เพื่อให้การฆ่าสัตว์ได้กระทำที่มัสยิด
จารุวรรณ/แก้ไข
๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๕
A+B (C)
อัมภิญา/จัดทำ
๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๑
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๘/ตอนที่ ๔๗/หน้า
๕๔๔/๖ มิถุนายน ๒๕๐๔