มาตรา ๓ ให้เปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองพิจิตร
จังหวัดพิจิตร ซึ่งได้กำหนดไว้ตามมาตรา ๓
แห่งพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร พ.ศ. ๒๔๙๙
เสียใหม่ โดยให้มีเขต ดังต่อไปนี้
ด้านเหนือ ตั้งแต่หลักเขตที่ ๑
ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำพิจิตรเก่าฝั่งตะวันออก ขนานกับทางหลวงจังหวัดหมายเลข ๑๐๖๖
ตอนพิจิตร - สามง่าม ตามแนวเส้นตั้งฉากกับทางหลวงจังหวัด ระยะ ๒๐๐ เมตร
เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออก ถึงหลักเขตที่ ๒ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากหลักเขตที่ ๑
ระยะ ๑,๘๐๐ เมตร
จากหลักเขตที่ ๒ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ตามแนวเส้นตั้งฉากกับทางหลวงจังหวัดหมายเลข
๑๐๖๖ ตอนพิจิตร - สามง่าม ถึงหลักเขตที่ ๓ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากหลักเขตที่ ๒
ระยะ ๘๐๐ เมตร
จากหลักเขตที่ ๓ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออก
ตามแนวเส้นตั้งฉากกับเส้นระหว่างหลักเขตที่ ๒ และหลักเขตที่ ๓ ถึงหลักเขตที่ ๔
ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันตก
จากหลักเขตที่ ๔ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
ถึงหลักเขตที่ ๕ ซึ่งตั้งอยู่ริมทางรถไฟ ตรง กม. ๓๔๙
จากหลักเขตที่ ๕ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
ถึงหลักเขตที่ ๖ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางถนนริมทางรถไฟ ด้านตะวันออก
ตามแนวเส้นตั้งฉาก ระยะ ๒๐๐ เมตร
ด้านตะวันออก จากหลักเขตที่ ๖ เป็นเส้นขนาน ระยะ ๒๐๐ เมตร
กับถนนริมทางรถไฟไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๑๑๑ ตอนพิจิตร สากเหล็ก แล้วต่อเป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
ถึงหลักเขตที่ ๗ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๑ ตอนพิจิตร
- สากเหล็ก ระยะ ๓๐๐ เมตร
จากหลักเขตที่ ๗ เป็นเส้นขนาน ระยะ
๓๐๐ เมตร กับทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๑๑๑ ตอนพิจิตร -
สากเหล็ก ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ถึงหลักเขตที่ ๘ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากทางรถไฟด้านตะวันออก
ระยะ ๓๐๐ เมตร
จากหลักเขตที่ ๘ เป็นเส้นขนาน ระยะ ๓๐๐ เมตร
กับทางรถไฟด้านตะวันออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านคลองท่าหลวงและคลองอีป๊อก
ถึงหลักเขตที่ ๙ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากริมคลองอีป๊อกฝั่งใต้ ระยะ ๒๐๐ เมตร
ด้านใต้ จากหลักเขตที่ ๙ เป็นเส้นขนาน ระยะ ๒๐๐ เมตร กับคลองอีป๊อกฝั่งใต้ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
ข้ามแม่น้ำน่าน ถึงหลักเขตที่ ๑๐ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนพระพิจิตรฝั่งตะวันตกห่างจากศูนย์กลางถนนสระหลวง
ตามแนวเส้นตั้งฉาก ระยะ ๒๐๐ เมตร
จากหลักเขตที่ ๑๐ เป็นเส้นขนาน ระยะ ๒๐๐ เมตร กับถนนสระหลวงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
ถึงหลักเขตที่ ๑๑ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางถนนบึงสีไฟ ตามแนวเส้นตั้งฉาก ระยะ
๓๐๐ เมตร
จากหลักเขตที่ ๑๑ เป็นเส้นขนาน ระยะ ๓๐๐ เมตร กับถนนบึงสีไฟแล้วต่อเป็นเส้นตรงไปทางทิศใต้ถึงหลักเขตที่
๑๒ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากหลักเขตที่ ๑๑ ระยะ ๑,๕๐๐ เมตร
จากหลักเขตที่ ๑๒ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตก
ตามแนวเส้นตั้งฉาก กับเส้นระหว่างหลักเขตที่ ๑๑ และหลักเขตที่ ๑๒ ถึงหลักเขตที่ ๑๓
ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากหลักเขตที่ ๑๒ ระยะ ๑,๒๐๐ เมตร
ด้านตะวันตก จากหลักเขตที่ ๑๓ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือถึงหลักเขตที่
๑๔ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางถนนบึงสีไฟ ตามแนวเส้นตั้งฉาก ระยะ ๓๐๐ เมตร
และห่างจากศูนย์กลางถนนสระหลวง ตามแนวเส้นตั้งฉาก ระยะ ๒๐๐ เมตร
จากหลักเขตที่ ๑๔ เป็นเส้นขนาน ระยะ ๒๐๐ เมตร
กับถนนสระหลวงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๑๕ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากหลักเขตที่
๑๔ ระยะ ๑,๓๕๐ เมตร
จากหลักเขตที่ ๑๕ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตก
ถึงเขตสนามบินด้านใต้ แล้วเลียบตามแนวเขตสนามบินด้านใต้ไปทางทิศตะวันตก ถึงหลักเขตที่
๑๖ ซึ่งตั้งอยู่ตรงปลายเขตสนามบินด้านตะวันตก
จากหลักเขตที่ ๑๖ เลียบตามแนวเขตสนามบินด้านตะวันตกไปทางทิศเหนือ
ถึงหลักเขตที่ ๑๗ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงจังหวัดหมายเลข ๑๐๖๖
ตอนพิจิตร สามง่าม ตามแนวเส้นตั้งฉาก ระยะ ๒๐๐ เมตร
จากหลักเขตที่ ๑๗ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตก ถึงหลักเขตที่
๑๘ ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำพิจิตรเก่าฝั่งตะวันออก
ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงจังหวัดหมายเลข ๑๐๖๖ ตอนพิจิตร - สามง่าม
ตามแนวเส้นตั้งฉาก ระยะ ๒๐๐ เมตร
จากหลักเขตที่ ๑๘
เลียบตามริมแม่น้ำพิจิตรเก่าฝั่งตะวันออกไปทางทิศเหนือ บรรจบหลักเขตที่ ๑
ดังปรากฏในแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
ตามเส้นแนวเขตที่กล่าวไว้ในมาตรานี้ ให้มีหลักย่อยปักไว้ เพื่อแสดงแนวเขตตามสมควร