法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

localOrdinance

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัด นครราชสีมา พ.ศ. 2558

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
13
มาตรา อารัมภบท

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง

เรื่อง

กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท

ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง

อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา

พ.ศ. ๒๕๕๘

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕

และมาตรา ๗๑ แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ ๕)

พ.ศ. ๒๕๔๖ องค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง

โดยความเห็นชอบของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลในเมืองและนายอำเภอพิมาย จึงตราข้อบัญญัติขึ้นไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า “ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง

ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท

ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. ๒๕๕๘”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง

เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง อำเภอพิมาย

จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. ๒๕๕๖

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในข้อบัญญัตินี้

“บริเวณที่ ๑” หมายความว่า

พื้นที่บริเวณที่กำหนดเป็นพื้นที่ส่งเสริมให้เป็นย่านการใช้อาคารประเภทอยู่อาศัย ดังต่อไปนี้

๑.๑ ด้านเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๓๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๖

(เดิม)

ด้านตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๓๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๖

(เดิม)

ด้านใต้ จดถนนสาธารณะเลียบแม่น้ำมูล

ฟากเหนือ

ด้านตะวันตก จดถนนสาธารณะ ฟากตะวันออก

ที่อยู่ห่างจากแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๖ (เดิม) กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๖

ตอนเลี่ยงเมือง ไปทางทิศตะวันออกระยะ ๔๐๐ เมตร

๑.๒ ด้านเหนือ จดถนนเลียบศูนย์ราชการอำเภอพิมาย ฟากใต้ และถนนสาธารณะไปบ้านขาม

ฟากใต้

ด้านตะวันออก จดลำจักราช ฝั่งตะวันตก และจดถนนสาธารณะไปบ้านขาม

ที่ตั้งฉากกับทางหลวงชนบท นม. ๓๐๓๖ ฟากตะวันตก และจดเส้นขนานระยะ ๖๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๖ ตอนเลี่ยงเมือง

และจดเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๖ ตอนเลี่ยงเมืองฟากตะวันตก

ด้านใต้ จดถนนเลียบคลองส่งน้ำ

ฟากเหนือ

ด้านตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางถนนสาธารณะไปบ้านขามที่ตั้งฉากกับทางหลวงชนบท นม. ๓๐๓๖

และจดเส้นขนานระยะ ๗๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๖ ตอนเลี่ยงเมือง

๑.๓ ด้านเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางทางหลวงชนบท นม. ๓๐๑๐

ด้านตะวันออก จดคลองส่งน้ำ ฟากตะวันตก

และถนนสาธารณะไปบ้านจำนงภูมิเวท

ด้านใต้ จดเส้นขนานระยะ

๕๕๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงชนบท นม. ๓๐๑๐

ด้านตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงชนบท นม.

๓๐๑๐ และเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับถนนสาธารณะไปบ้านจำนงพัฒนา

“บริเวณที่ ๒” หมายความว่า

พื้นที่บริเวณที่กำหนดเป็นพื้นที่ส่งเสริมให้เป็นย่านการใช้อาคารประเภทอยู่อาศัยกึ่งพาณิชยกรรม

ดังต่อไปนี้

ด้านเหนือ จดคลองซอยของแม่น้ำมูล ฝั่งใต้

ด้านตะวันออก จดลำจักราช ฝั่งตะวันตก

ด้านใต้ จดเส้นตั้งฉากระยะ

๘๐๐ เมตร จากแยกทางหลวงชนบท นม. ๓๐๓๖ กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๖ ตอนเลี่ยงเมือง

และศาลแขวงนครราชสีมา

ด้านตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๘๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๖ ตอนเลี่ยงเมือง

“บริเวณที่ ๓” หมายความว่า

พื้นที่ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมเพื่อการอนุรักษ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น

ให้เป็นย่านการใช้อาคารประเภทอยู่อาศัยที่สอดคล้องกับเอกลักษณ์ของพื้นที่ ดังต่อไปนี้

๓.๑ ด้านเหนือ จดแนวเขตเทศบาลตำบลพิมาย ทางทิศใต้

ด้านตะวันออก จดลำน้ำเค็ม ฝั่งตะวันตก

และแนวเขตองค์การบริหารส่วนตำบลในเมืองทางทิศตะวันออก

ด้านใต้ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๒๑๗๕ ฟากเหนือ

ด้านตะวันตก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๖ ฟากตะวันออก

และลำจักราช ฝั่งตะวันออก

๓.๒ ด้านเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๒๕๐ เมตร

กับศูนย์กลางถนนองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา - บ้านวังหิน

และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗๕ ฟากใต้

ด้านตะวันออก จดแนวเขตองค์การบริหารส่วนตำบลในเมืองทางทิศตะวันออก

ด้านใต้ จดถนนสาธารณะไปบ้านวังหิน

ฟากเหนือ

ด้านตะวันออก จดลำจักราช ฝั่งตะวันออก ถนนสาธารณะไปประตูกั้นน้ำวังหิน ฟากตะวันออก

“บริเวณที่ ๔” หมายความว่า

พื้นที่กำหนดไว้สำหรับการอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม ให้เป็นย่านการใช้อาคารเพื่อการเกษตรหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม

การชลประทาน และอาคารอยู่อาศัยในพื้นที่เกษตรกรรม ดังต่อไปนี้

๔.๑ ด้านเหนือ จดคลองนางเหริญ ฝั่งใต้

และแนวเขตองค์การบริหารส่วนตำบลในเมืองทางทิศเหนือ

ด้านตะวันออก จดแนวเขตองค์การบริหารส่วนตำบลในเมืองทางทิศตะวันออก และแม่น้ำมูล

ฝั่งตะวันตก

ด้านใต้ จดแม่น้ำมูล

ฝั่งเหนือ

ด้านตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๓๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๖ (เดิม) และถนนสาธารณะไปคลองนางเหริญ

ฟากตะวันออก

๔.๒ ด้านเหนือ จดแม่น้ำมูล ฝั่งใต้

ด้านตะวันออก จดแนวเขตองค์การบริหารส่วนตำบลในเมืองทางทิศตะวันออก

ด้านใต้ จดลำห้วยสาธารณะ

ฝั่งเหนือ

ด้านตะวันตก จดแนวเขตเทศบาลตำบลพิมายทางทิศตะวันออก

๔.๓ ด้านเหนือ จดถนนเลียบคลองส่งน้ำ ฟากใต้

ด้านตะวันออก จดลำจักราช ฝั่งตะวันตก

ด้านใต้ จดลำจักราช

ฝั่งตะวันตก

ด้านตะวันตก จดแนวเขตองค์การบริหารส่วนตำบลในเมืองทางทิศตะวันตก

“บริเวณที่ ๕” หมายความว่า

พื้นที่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล ยกเว้นพื้นที่ในบริเวณที่ ๑ บริเวณที่ ๒

บริเวณที่ ๓ และบริเวณที่ ๔

โดยกำหนดเป็นพื้นที่ส่งเสริมให้เป็นย่านการใช้อาคารประเภทอยู่อาศัยในพื้นที่ชนบทและเกษตรกรรม

ทั้งนี้ พื้นที่บริเวณที่ ๑ บริเวณที่ ๒

บริเวณที่ ๓ บริเวณที่ ๔ และบริเวณที่ ๕ ปรากฏตามแผนที่ท้ายข้อบัญญัตินี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ภายในบริเวณที่ ๑

ห้ามบุคคลผู้ใดก่อสร้างอาคาร ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานจำพวกที่ ๓

ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕

(๒) คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง

(๓)

อาคารหรือสถานที่ที่ใช้ในการเลี้ยงสัตว์เพื่อการค้าที่อาจก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

(๔) โรงซื้อขายเศษวัสดุ

(๕) โรงฆ่าสัตว์

(๖) โรงกำจัดมูลฝอย

(๗) อาคารที่ใช้สำหรับการขุด ดูด ตัก ลอกดินหรือทราย เพื่อการค้า

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ภายในบริเวณที่ ๒

ห้ามบุคคลผู้ใดก่อสร้างอาคาร ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานจำพวกที่ ๓ ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕

(๒) คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง

(๓)

อาคารหรือสถานที่ที่ใช้ในการเลี้ยงสัตว์เพื่อการค้าที่อาจก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

(๔) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน

เว้นแต่เป็นการก่อสร้างทดแทนของเดิม

(๕) โรงซื้อขายเศษวัสดุ

(๖) โรงฆ่าสัตว์

(๗) โรงกำจัดมูลฝอย

(๘) อาคารที่ใช้สำหรับการขุด ดูด ตัก ลอกดินหรือทราย เพื่อการค้า

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ภายในบริเวณที่ ๓

กำหนดห้ามก่อสร้างอาคารไว้สองบริเวณ ดังต่อไปนี้

(๑) บริเวณที่ ๓.๑ ห้ามบุคคลผู้ใดก่อสร้างอาคาร ดังต่อไปนี้

(๑.๑) โรงงานจำพวกที่ ๓ ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕

(๑.๒)

คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง

(๑.๓) โรงฆ่าสัตว์

(๑.๔) โรงกำจัดมูลฝอย

(๑.๕) อาคารที่ใช้สำหรับการขุด ดูด ตัก ลอกดินหรือทราย เพื่อการค้า

(๒) บริเวณที่ ๓.๒ ห้ามบุคคลผู้ใดก่อสร้างอาคาร ดังต่อไปนี้

(๒.๑) โรงงานจำพวกที่ ๓ ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕

(๒.๒)

คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง

(๒.๓) อาคารหรือสถานที่ที่ใช้ในการเลี้ยงสัตว์เพื่อการค้าที่อาจก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

(๒.๔) โรงฆ่าสัตว์

(๒.๕) โรงกำจัดมูลฝอย

(๒.๖) อาคารที่ใช้สำหรับการขุด ดูด ตัก ลอกดินหรือทราย เพื่อการค้า

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ภายในบริเวณที่ ๔

ห้ามบุคคลผู้ใดก่อสร้างอาคาร ดังต่อไปนี้

(๑) คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง

(๒) โรงกำจัดมูลฝอย

(๓) อาคารที่ใช้สำหรับการขุด ดูด ตัก ลอกดินหรือทราย เพื่อการค้า

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ภายในบริเวณที่ ๕

ห้ามบุคคลผู้ใดก่อสร้างอาคาร ดังต่อไปนี้

(๑)

คลังน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานที่ที่ใช้ในการเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจำหน่ายที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

เว้นแต่เป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง

(๒) อาคารที่ใช้สำหรับการขุด ดูด ตัก ลอกดินหรือทราย เพื่อการค้า

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดไว้ตามข้อ

๕ ข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ และข้อ ๙ ห้ามบุคคลใดดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารใด ๆ

ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๕ ข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ

๘ และข้อ ๙

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ อาคารที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ

๕ ข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ และข้อ ๙ ก่อนหรือในวันที่ข้อบัญญัตินี้ใช้บังคับ

ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้

แต่ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารดังกล่าวให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ

๕ ข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ และข้อ ๙

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ อาคารที่ได้รับใบอนุญาต

หรือใบรับแจ้งการก่อสร้าง ดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้นก่อนวันที่ข้อบัญญัตินี้ใช้บังคับ

และยังก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ไม่แล้วเสร็จ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้

แต่จะขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อข้อบัญญัตินี้ไม่ได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลในเมืองรักษาการตามข้อบัญญัตินี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘

บรรเจิด

สอพิมาย

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง

[เอกสารแนบท้าย]

๑. แผนที่ท้ายข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง

เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง

อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. ๒๕๕๘

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๘

ปุณิกา/ผู้ตรวจ

๙ พฤศจิกายน

๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๒/ตอนพิเศษ ๒๕๔ ง/หน้า ๑๒/๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๘

13 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัด นครราชสีมา พ.ศ. 2558 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_30ad8316203ce921

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com