พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
คุ้มครองการดำเนินงานของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
พ.ศ. ๒๕๕๑
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑
เป็นปีที่ ๖๓ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองการดำเนินงานของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พ.ศ. ๒๕๕๑
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
กฎบัตร หมายความว่า กฎบัตรของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งรัฐบาลไทยได้ลงนามเมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐
อาเซียน หมายความว่า สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
มาตรา ๔[๒] (ยกเลิก)
มาตรา ๕[๓] เพื่อคุ้มครองการดำเนินงานในประเทศไทยของอาเซียนให้บรรลุผลตามความมุ่งประสงค์
(๑) ให้ยอมรับนับถือว่าอาเซียนซึ่งเป็นองค์การระหว่างประเทศในระดับรัฐบาลเป็นนิติบุคคล และให้ถือว่ามีภูมิลำเนาในประเทศไทย
(๒) ให้อาเซียน สถานที่ ทรัพย์สิน สินทรัพย์ การสื่อสารในทุกรูปแบบและบรรณสาร ของอาเซียน เลขาธิการอาเซียน รองเลขาธิการอาเซียน พนักงานของสำนักเลขาธิการอาเซียน ผู้เชี่ยวชาญที่ปฏิบัติภารกิจเพื่ออาเซียน ผู้แทนถาวร เจ้าหน้าที่ที่อยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ของอาเซียน และเจ้าหน้าที่ของรัฐสมาชิก ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามที่ระบุไว้ในกฎบัตรและความตกลงว่าด้วยเอกสิทธิ์และความคุ้มกันของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรัฐบาลไทยได้ลงนาม เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ทั้งนี้ ในระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย หรือเข้ามาในประเทศไทยเพื่อปฏิบัติหน้าที่ หรือในการปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับอาเซียน หรือทำการแทนอาเซียนในประเทศไทย
มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
สมชาย วงศ์สวัสดิ์
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐบาลไทยได้ลงนามในกฎบัตรของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of Southeast Asian Nations (ASEAN)) เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ และกฎบัตรดังกล่าวกำหนดให้รัฐสมาชิกให้ความคุ้มกัน และเอกสิทธิ์ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่แก่อาเซียน เลขาธิการอาเซียน พนักงานของสำนักเลขาธิการอาเซียน ผู้แทนถาวรของรัฐสมาชิกประจำอาเซียน และเจ้าหน้าที่ของรัฐสมาชิกอาเซียน ดังนั้น เพื่อคุ้มครองการดำเนินงานของอาเซียนในประเทศไทย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘[๔]
附則
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐบาลไทยได้ลงนามในกฎบัตรของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Charter of the Association of Southeast Asian Nations) เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ และได้ตราพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พ.ศ. ๒๕๕๑ ต่อมารัฐบาลไทยได้ลงนามในความตกลงว่าด้วยเอกสิทธิ์และความคุ้มกันของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Agreement on the Privileges and Immunities of the Association of Southeast Asian Nations) เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งเป็นพันธกรณีประการสำคัญที่ประเทศไทยต้องดำเนินการเพิ่มเติมความคุ้มครองจากที่กำหนดไว้ในกฎบัตรของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยกำหนดการให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันแก่สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีชื่อเรียกทั่วไปว่า อาเซียน และกรณีต่าง ๆ ให้สอดคล้องกัน สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
วิชพงษ์/จัดทำ
๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๑๒๑ ก/หน้า ๑/๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
[๒] มาตรา ๔ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘
[๓] มาตรา ๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘
[๔] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๑๑๓ ก/หน้า ๑/๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).