法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจ การยกเว้น และการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา พ.ศ. 2545 (ฉบับ Update ณ วันที่ 29/12/2553) (ครั้งที่ 2)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
16
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

กำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจ การยกเว้น

และการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา

พ.ศ. ๒๕๔๕[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ มาตรา ๑๒ (๑) วรรคสอง และมาตรา ๓๔ (๑๕) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒

อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิก

(๑) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๒๓)

ออกตามความในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒

(๒) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๒๙)

ออกตามความในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒

(๓) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๕๒๙)

ออกตามความในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒

(๔) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๓๐)

ออกตามความในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒

(๕) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๖ (พ.ศ. ๒๕๓๖)

ออกตามความในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒

(๖) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๙ (พ.ศ. ๒๕๓๘)

ออกตามความในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒

(๗) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๒ (พ.ศ. ๒๕๔๐)

ออกตามความในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒

(๘) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๕ (พ.ศ. ๒๕๔๒)

ออกตามความในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การตรวจลงตราหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางตามมาตรา

๑๒ (๑) วรรคสอง มี ๘ ประเภท คือ

(๑) ประเภททูต

(๒) ประเภทราชการ

(๓) ประเภทคนอยู่ชั่วคราว

(๔) ประเภทนักท่องเที่ยว

(๕) ประเภทคนเดินทางผ่านราชอาณาจักร

(๖) ประเภทคนเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตามมาตรา

๔๑

(๗) ประเภทคนเข้าเมืองนอกกำหนดจำนวนคนต่างด้าวซึ่งจะเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรเป็นรายปี

(๘) ประเภทอัธยาศัยไมตรี

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การตรวจลงตราประเภททูต

ให้จำกัดเฉพาะการขอรับการตรวจลงตราเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่ง

ดังต่อไปนี้

(๑) การปฏิบัติหน้าที่ทางทูตหรือกงสุล

(๒) การปฏิบัติหน้าที่ทางราชการ

ทั้งนี้

ให้ผู้ถือหนังสือเดินทางทูตหรือหนังสือเดินทางสหประชาชาติที่เทียบเท่าหนังสือเดินทางทูตยื่นขอรับการตรวจลงตราต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลไทย

พร้อมกับหนังสือขอรับการตรวจลงตราสำหรับผู้นั้นจากกระทรวงการต่างประเทศ

สถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศผู้ถือหนังสือเดินทางทูตหรือองค์การหรือหน่วยงานสหประชาขาติ

แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การตรวจลงตราประเภทราชการ

ให้จำกัดเฉพาะการขอรับการตรวจลงตราเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ทางราชการ

โดยผู้ถือหนังสือเดินทางราชการหรือหนังสือเดินทางสหประชาชาติที่เทียบเท่าหนังสือเดินทางราชการต้องยื่นขอรับการตรวจลงตราต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลไทย

พร้อมกับหนังสือขอรับการตรวจลงตราสำหรับผู้นั้นจากกระทรวงการต่างประเทศ

สถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศผู้ถือหนังสือเดินทางราชการ

หรือองค์การหรือหน่วยงานสหประชาชาติ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว

ให้จำกัดเฉพาะการขอรับการตรวจลงตราเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่ง

ดังต่อไปนี้

(๑) การปฏิบัติหน้าที่ทางราชการ

(๒) ธุรกิจ

(๓) การลงทุนที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวง ทบวง กรม

ที่เกี่ยวข้อง

(๔) การลงทุนหรือการอื่นที่เกี่ยวกับการลงทุนภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน

(๕) การศึกษาหรือดูงาน

(๖) การปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชน

(๗) การเผยแพร่ศาสนาที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวง

ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง

(๘) การค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์หรือฝึกสอนในสถาบันการค้นคว้าหรือสถาบันการศึกษาในราชอาณาจักร

(๙) การปฏิบัติงานด้านช่างฝีมือหรือผู้เชี่ยวชาญ

(๑๐) การอื่นตามที่กำหนดในข้อ ๑๔

ทั้งนี้ ให้ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางยื่นขอรับการตรวจลงตราต่อสถานทูต

สถานกงสุลไทย หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยว

ให้จำกัดเฉพาะการขอรับการตรวจลงตราเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยว

โดยผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางต้องยื่นขอรับการตรวจลงตราต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลไทย

ในกรณีที่เป็นการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการท่องเที่ยวไม่เกินสิบห้าวัน

หากผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นผู้มีสัญชาติของประเทศที่รัฐมนตรีกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีและมีสัญชาติของประเทศที่ออกหนังสือเดินทางหรือเอกสารที่ใช้แทนหนังสือเดินทางและมีตั๋วหรือเอกสารที่ใช้เดินทางซึ่งชำระค่าโดยสารครบถ้วนแล้ว

สำหรับใช้เดินทางกลับออกไปนอกราชอาณาจักรภายในกำหนดเวลาไม่เกินสิบห้าวันนับแต่วันที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร

ผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรดังกล่าวจะยื่นขอรับการตรวจลงตราต่อพนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองตามที่รัฐมนตรีกำหนดก็ได้

ในกรณีที่เป็นการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการท่องเที่ยวตามความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาสำหรับการอนุวัติการตรวจลงตราเดียวในกรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

อิรวดี - เจ้าพระยา - แม่โขง ซึ่งทำเมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางต้องยื่นเรื่องขอรับการตรวจลงตราเดียวในกรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

อิรวดี - เจ้าพระยา – แม่โขง ต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยหรือต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลกัมพูชา

แต่ในกรณีที่ยื่นเรื่องขอรับการตรวจลงตราเดียวต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลกัมพูชาและได้รับความเห็นชอบให้ตรวจลงตราเดียวจากกระทรวงการต่างประเทศ

ให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตามช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองที่รัฐมนตรีกำหนด

โดยเสียค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประจำช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองนั้น[๒]

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

การตรวจลงตราประเภทคนเดินทางผ่านราชอาณาจักร ให้จำกัดเฉพาะการขอรับการตรวจลงตราเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่ง

ดังต่อไปนี้

(๑) การเล่นกีฬา

(๒) การเดินทางผ่านราชอาณาจักร

(๓) การเป็นผู้ควบคุมพาหนะหรือคนประจำพาหนะที่เข้ามายังท่า

สถานี หรือท้องที่ในราชอาณาจักร

ทั้งนี้

ให้ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางยื่นขอรับการตรวจลงตราต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลไทย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การตรวจลงตราประเภทคนเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร

ให้จำกัดเฉพาะการขอรับการตรวจลงตราเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตามมาตรา

๔๑ โดยผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางต้องยื่นขอรับการตรวจลงตราต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลไทย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การตรวจลงตราประเภทคนเข้าเมืองนอกกำหนดจำนวนคนต่างด้าวซึ่งจะเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรเป็นรายปี

ให้จำกัดเฉพาะการขอรับการตรวจลงตราเพื่อกลับเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร

โดยผู้ถือหนังสือเดินทางต้องยื่นขอรับการตรวจลงตราต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพร้อมกับใบสำคัญถิ่นที่อยู่ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำหลักฐานการแจ้งออกไปนอกราชอาณาจักรเพื่อกลับเข้ามาอีกตามมาตรา

๕๐

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การตรวจลงตราประเภทอัธยาศัยไมตรี

ให้จำกัดเฉพาะการขอรับการตรวจลงตราเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่ง

ดังต่อไปนี้

(๑) การขอรับการตรวจลงตราของผู้ถือหนังสือเดินทางทูต

หรือหนังสือเดินทางราชการหรือหนังสือเดินทางสหประชาชาติที่เทียบเท่าหนังสือเดินทางทูต

หรือหนังสือเดินทางราชการเพื่อการอื่นนอกจากที่ระบุในข้อ ๓ (๑) หรือ (๒) หรือข้อ ๔

(๒) การขอรับการตรวจลงตราของผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง

นอกจากกรณีตาม (๑) ซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรในฐานะเป็นพระราชอาคันตุกะ ราชอาคันตุกะ

แขกของรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐ

ทั้งนี้ ให้ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางยื่นขอรับการตรวจลงตราต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลไทย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยมีอำนาจลงตราตามข้อ

๒ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๘)

ให้สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยมีอำนาจลงตราตามข้อ ๒ (๖)

เมื่อผู้ยื่นขอรับการตรวจลงตราได้รับอนุญาตให้เข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรจากคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมืองโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีอำนาจตรวจลงตราตามข้อ

๒ (๓) สำหรับคนต่างด้าวที่ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราตามข้อ ๑๓

ที่มิใช่ผู้ถือหนังสือเดินทางประเภททูตหรือประเภทราชการ

ซึ่งประสงค์จะอยู่ในราชอาณาจักรต่อไปเป็นการชั่วคราวเพื่อปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามข้อ

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีอำนาจตรวจลงตราตามข้อ

๒ (๔) และ (๗)

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีอำนาจเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตราหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางจากประเภทนักท่องเที่ยวตามข้อ

๒ (๔) หรือประเภทคนเดินทางผ่านราชอาณาจักรตามข้อ ๒ (๕)

ให้เป็นประเภทคนอยู่ชั่วคราวตามข้อ ๒ (๓) ได้

ให้กระทรวงการต่างประเทศมีอำนาจเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตราหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางจากประเภทอื่นใดตามข้อ

๒ ให้เป็นประเภททูตตามข้อ ๒ (๑) ประเภทราชการตามข้อ ๒ (๒)

หรือประเภทอัธยาศัยไมตรีตามข้อ ๒ (๘) ได้

หลักเกณฑ์และวิธีการในการตรวจและการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตราให้เป็นไปตามระเบียบที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือปลัดกระทรวงการต่างประเทศ

แล้วแต่กรณี กำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้

โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีอำนาจเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตราหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางจากประเภทนักท่องเที่ยวตามข้อ

๒ (๔) เป็นประเภทคนอยู่ชั่วคราวตามข้อ ๒ (๓)

ให้แก่คนต่างด้าวซึ่งเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการจัดตั้งสำนักงานผู้แทนของนิติบุคคลต่างประเทศในธุรกิจการค้าระหว่างประเทศในประเทศไทยหรือประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคของบริษัทข้ามชาติในประเทศไทยได้

โดยการประกอบธุรกิจดังกล่าวจะต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

จากกรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ แล้ว

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การยกเว้นการตรวจลงตราตามมาตรา

๑๒ (๑) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) ผู้ถือหนังสือเดินทางของประเทศที่รัฐบาลของประเทศนั้นได้ทำความตกลงไว้กับรัฐบาลไทย

(๒) ผู้ถือหนังสือเดินทางซึ่งเดินทางมาจากประเทศที่ไม่มีสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยตั้งอยู่ตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

(๓) ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยวภายใต้เงื่อนไข

ดังต่อไปนี้

(ก) มีสัญชาติของประเทศที่รัฐมนตรีกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

และมีสัญชาติของประเทศที่ออกหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางนั้น

(ข) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยพาหนะขนส่งคนโดยสารประเภทเครื่องบินหรือเรือเดินทะเลที่มีขนาดตั้งแต่ห้าร้อยตันรียีสเตอร์ขึ้นไป

หรือตามช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง

หรือด่านพรมแดนที่เป็นเขตติดต่อกับประเทศมาเลเซีย

หรือตามช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองอื่นตามที่รัฐมนตรีกำหนด และ

(ค) ถ้าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยพาหนะขนส่งคนโดยสารประเภทเครื่องบิน

เรือเดินทะเล รถไฟ รถขนส่งคนโดยสาร รถยนต์รับจ้าง รถยนต์บริการทัศนาจร

หรือรถจักรยานยนต์รับจ้าง ต้องมี

๑) ตั๋วหรือเอกสารที่ใช้เดินทางอย่างใดอย่าหนึ่งของเจ้าของพาหนะหรือผู้ควบคุมพาหนะที่ชำระค่าโดยสารครบถ้วนแล้ว

สำหรับใช้เดินทางกลับออกไปนอกราชอาณาจักรได้ภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง หรือ

๒) เอกสารหลักฐานของเจ้าของพาหนะหรือผู้ควบคุมพาหนะแสดงการจองที่นั่งในพาหนะที่ชำระค่าโดยสารครบถ้วนแล้ว

สำหรับใช้เดินทางกลับออกไปนอกราชอาณาจักรได้ภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง

ทั้งนี้

เว้นแต่บุคคลซึ่งมีสัญชาติมาเลเซียหรือบุคคลซึ่งมีสัญชาติอื่นตามที่รัฐมนตรีกำหนด

ซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรโดยพาหนะขนส่งคนโดยสารประเภทรถขนส่งคนโดยสาร รถยนต์รับจ้าง

รถยนต์บริการทัศนาจร หรือรถจักรยานยนต์รับจ้าง

ตามช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองหรือด่านพรมแดนที่เป็นเขตติดต่อกับประเทศมาเลเซีย

ไม่ต้องมีตั๋วหรือเอกสารตาม ๑) หรือ ๒) หรือ

(๔) ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อการประชุมหรือการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศ

ซึ่งรัฐบาลไทยเป็นเจ้าภาพหรือที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวง ทบวง

กรมที่เกี่ยวข้อง

(๕)[๓]

ผู้ถือหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางของประเทศสมาชิกกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย

- แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) และมีบัตรเดินทางสำหรับนักธุรกิจเอเปค

(APEC Business Travel Card : ABTC) ซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อประกอบธุรกิจ

ผู้ซึ่งได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราตาม (๒) (๓) หรือ (๔)

ให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร

สำหรับผู้ซึ่งได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราตาม (๕)

ให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร[๔]

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้กำหนดการสำหรับคนต่างด้าวซึ่งจะเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวได้ตามมาตรา

๓๔ (๑๕) ดังต่อไปนี้

(๑) การปฏิบัติหน้าที่หรือภารกิจในครอบครัวของคนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามมาตรา

๓๔ (๑) (๒) (๕) (๖) (๗) (๑๐) (๑๑) (๑๒) (๑๓) และ (๑๔) โดยเป็นบิดา มารดา คู่สมรส

หรือบุตรซึ่งอยู่ในความอุปการะและเป็นส่วนแห่งครัวเรือนของบุคคลดังกล่าวหรือโดยเป็นคนรับใช้ส่วนตัวตามมาตรา

๑๕ (๗)

(๒) การให้ความอุปการะแก่หรือรับความอุปการะจากบุคคลสัญชาติไทย

หรือบุคคลผู้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร โดยเป็นบิดา มารดา คู่สมรส

หรือบุตรซึ่งอยู่ในความอุปการะและเป็นส่วนแห่งครัวเรือนของบุคคลดังกล่าว

(๓) การปฏิบัติหน้าที่ให้แก่รัฐวิสาหกิจหรือองค์การกุศลสาธารณะ

(๔) การเข้ามาในฐานะผู้สูงอายุเพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลาย

(๕) การเข้ามาของผู้เคยมีสัญชาติไทยเพื่อเยี่ยมญาติหรือขอกลับเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักร

(๖) การเข้ามาเพื่อรับการรักษาพยาบาล

(๗) การเข้ามาเพื่อเป็นผู้ฝึกสอนนักกีฬาตามความต้องการของทางราชการ

(๘) การเข้ามาของคู่ความและพยานเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาอันเกี่ยวกับคดี

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ บรรดาระเบียบหรือคำสั่งของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือกระทรวงการต่างประเทศเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการในการตรวจหรือการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตราที่ใช้อยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

ให้ยังคงใช้บังคับต่อไปได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎกระทรวงนี้จนกว่าจะได้มีการออกระเบียบตามกฎกระทรวงนี้

แต่ทั้งนี้จะต้องไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ บรรดาคำขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจตามข้อ

๑๒ ที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับและยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา

ให้ถือว่าคำขอนั้นเป็นคำขอตามกฎกระทรวงนี้โดยอนุโลม

ให้ไว้

ณ วันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕

ร้อยตำรวจเอก

ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

หมายเหตุ:-

เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจ

การยกเว้นและการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตราให้แก่คนต่างด้าวไว้ในกฎกระทรวงหลายฉบับอันมีผลทำให้การใช้กฎหมายเกิดความไม่สะดวก

สมควรนำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขดังกล่าวมากำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับเดียวกัน

และโดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมให้พนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีอำนาจในการตรวจลงตราหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางประเภทคนอยู่ชั่วคราวให้แก่คนต่างด้าวที่ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราที่มิใช่ผู้ถือหนังสือเดินทางประเภททูตหรือประเภทราชการ

เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่บุคคลดังกล่าวด้วย จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจ การยกเว้น และการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา (ฉบับที่

๒) พ.ศ. ๒๕๔๖[๕]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

เนื่องจากประเทศไทยได้เป็นสมาชิกกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย - แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) และได้เข้าร่วมโครงการบัตรเดินทางสำหรับนักธุรกิจเอเปค

(APEC Business Travel Card : ABTC) ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือบัตรเดินทางดังกล่าวให้สามารถเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อประกอบธุรกิจโดยได้รับยกเว้นการตรวจลงตรา จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจ การยกเว้น และการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา (ฉบับที่

๓) พ.ศ. ๒๕๕๓[๖]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

เนื่องจากรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาได้ร่วมลงนามในความตกลงสำหรับการอนุวัติการตรวจลงตราเดียวในกรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

อิรวดี - เจ้าพระยา - แม่โขง ณ กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข

สำหรับการเข้ามาในราชอาณาจักรของคนต่างด้าวที่ได้รับการตรวจลงตราเดียวในกรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

อิรวดี - เจ้าพระยา - แม่โขง จากสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยหรือสถานทูตหรือสถานกงสุลกัมพูชา

และได้รับความเห็นชอบให้ตรวจลงตราเดียวจากกระทรวงการต่างประเทศ ดังนั้น

เพื่อให้เป็นไปตามความตกลงดังกล่าว

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

เอกฤทธิ์/ผู้จัดทำ

๑๘ มกราคม ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๙๔ ก/หน้า ๑๒/๒๔ กันยายน ๒๕๔๕

[๒] ข้อ ๖ วรรคสาม

เพิ่มโดยกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจ การยกเว้น

และการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓

[๓] ข้อ ๑๓ (๕)

เพิ่มโดยกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจ การยกเว้น

และการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

[๔] ข้อ ๑๓ วรรคสอง

แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจ การยกเว้น

และการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

[๕] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๒๙ ก/หน้า ๑/๘ เมษายน ๒๕๔๖

[๖] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๗/ตอนที่ ๘๐ ก/หน้า ๒๑/๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๓

16 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตรวจ การยกเว้น และการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา พ.ศ. 2545 (ฉบับ Update ณ วันที่ 29/12/2553) (ครั้งที่ 2) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_3116a67dcd5e6a07

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com