พระราชบัญญัติ
การท่าเรือแห่งประเทศไทย
(ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๔๙๙
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่
๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๙
เป็นปีที่ ๑๑
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการท่าเรือแห่งประเทศไทย
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๙
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคท้ายของมาตรา
๔ แห่งพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔
อาณาบริเวณ หมายความว่า เขตซึ่งอยู่ในความควบคุม
และการบำรุงรักษาของการท่าเรือแห่งประเทศไทยทั้งทางบกและทางน้ำ
มาตรา ๔
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ.
๒๔๙๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมปรับปรุง และให้ความสะดวก
และความปลอดภัยแก่กิจการท่าเรือและการเดินเรือภายในอาณาบริเวณ และการอื่น
เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น
เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
มาตรา ๕ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๘ ทวิ
แห่งพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔
มาตรา ๘ ทวิ
อาณาบริเวณให้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
และให้มีแผนที่แสดงอาณาบริเวณท้ายพระราชกฤษฎีกานั้นด้วย
แผนที่นั้นให้ถือว่าเป็นส่วนแห่งพระราชกฤษฎีกา
มาตรา ๖ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๖) (๗) และ (๘)
ของมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔
(๖) ขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำภายในอาณาบริเวณ
(๗)
ควบคุม ปรับปรุง
และให้ความสะดวกและความปลอดภัยแก่กิจการท่าเรือและการเดินเรือภายในอาณาบริเวณ
(๘)
กำหนดอัตราค่าภาระต่าง ๆ ภายในอาณาบริเวณ
มาตรา ๗
ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ.
๒๔๙๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๑๗
ให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยได้รับการยกเว้นจากการเสียภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร
และให้ได้รับการยกเว้นจากการเสียภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมใด ๆ
ตามกฎหมายอื่นบรรดาที่เรียกเก็บสำหรับอาคารและที่ดินของการท่าเรือแห่งประเทศไทยนอกจากอาคารและที่ดินที่ให้เช่า
มาตรา ๘ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๗ ทวิ
แห่งพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔
มาตรา ๑๗ ทวิ
ให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยได้รับการยกเว้นจากการเสียค่าธรรมเนียมตามกฎหมายว่าด้วยการศุลกากร
มาตรา ๙ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๗ ตรี
แห่งพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔
มาตรา ๑๗ ตรี
อสังหาริมทรัพย์ของการท่าเรือแห่งประเทศไทยไม่ว่าจะได้ให้เช่าก่อนหรือหลังวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
เมื่อจะต้องการใช้ในกิจการของการท่าเรือแห่งประเทศไทย
ให้ได้รับการยกเว้นไม่อยู่ในบังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน
มาตรา ๑๐ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๒
แห่งพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๒๒
ให้มีคณะกรรมการของการท่าเรือแห่งประเทศไทยขึ้นคณะหนึ่ง
ประกอบด้วยประธานกรรมการหนึ่งคน กรรมการอื่นไม่น้อยกว่าหกคนแต่ไม่เกินสิบคน
ซึ่งอย่างน้อยจะต้องเป็นผู้มีความรู้และจัดเจนเกี่ยวกับการท่าเรือหนึ่งคน และเกี่ยวกับการเศรษฐกิจหรือการคลังหนึ่งคน
ให้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งประธานกรรมการ
และกรรมการ
คณะรัฐมนตรีจะแต่งตั้งผู้อำนวยการเป็นกรรมการด้วยก็ได้
ให้คณะกรรมการนี้มีอำนาจหน้าที่วางนโยบาย
และควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของการท่าเรือแห่งประเทศไทย
มาตรา ๑๑ ให้ยกเลิกความใน (๕) ของมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย
พ.ศ. ๒๔๙๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
(๕) กำหนดอัตราค่าภาระต่าง ๆ ภายในอาณาบริเวณ อัตราค่าภาระการใช้ท่าเรือ
บริการและความสะดวกต่าง ๆ ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย
แต่ต้องอยู่ภายในอัตราขั้นสูงและขั้นต่ำที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
มาตรา ๑๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๖
บทกำหนดโทษ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐ แห่งพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ.
๒๔๙๔
หมวด
๖
บทกำหนดโทษ
มาตรา ๔๙ ผู้ใด ฝ่าฝืน
หรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุม ปรับปรุง
และให้ความสะดวกและความปลอดภัยแก่กิจการท่าเรือ และการเดินเรือภายในอาณาบริเวณ
มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท
มาตรา ๕๐ ความผิดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔๙
ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจเปรียบเทียบได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล
ป. พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
เนื่องจากพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทยที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้
ยังไม่เหมาะสมในการที่จะบริหารกิจการของการท่าเรือให้เจริญก้าวหน้า
เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการท่าเรือในหลักสำคัญ ๆ อาทิ
กำหนดเขตอาณาบริเวณเพื่อความสะดวกและความปลอดภัยแก่การเดินเรือและการสินค้า
อำนาจหน้าที่ในการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำให้เรือขนาดใหญ่เดินได้โดยสะดวก
และเรียกเก็บค่าภาระต่าง ๆ ภายในอาณาบริเวณเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายได้
ให้การท่าเรือได้รับยกเว้นจากการเสียภาษีอากร เพราะทรัพย์สินของการท่าเรือ
เป็นทรัพย์สินของรัฐอยู่แล้ว
ให้การท่าเรือได้ใช้ที่ดินเพื่อขยายกิจการตามโครงการโดยไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยการควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน
ให้คณะรัฐมนตรีมีอำนาจตั้งกรรมการเพิ่มขึ้น
และนอกจากนี้ให้มีบทลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงเพื่อให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยได้ดำเนินกิจการให้สำเร็จลุล่วงไปตามนโยบายของรัฐบาลและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกิจการท่าเรือสากล
พรพิมล/แก้ไข
๑๐ ก.ย
๒๕๔๔
A+B (C)
พัชรินทร์/แก้ไข
๑๐
มกราคม ๒๕๔๘
วศิน/แก้ไข
๒๐
เมษายน ๒๕๕๒
ปิยะธิดา/ปรับปรุง
๙ ตุลาคม ๒๕๖๐
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๓/ตอนที่ ๗๒/หน้า ๙๘๗/๑๑ กันยายน ๒๔๙๙
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).