พระราชกฤษฎีกา
เปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแรงงานกลาง
ศาลแรงงานภาค ๑ และศาลแรงงานภาค ๗
พ.ศ. ๒๕๖๑[๑]
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
เป็นปีที่ ๓ ในรัชกาลปัจจุบัน
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานภาค ๑ และศาลแรงงานภาค ๗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๕๐ ประกอบกับมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานภาค ๑ และศาลแรงงานภาค ๗ พ.ศ. ๒๕๖๑
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ศาลแรงงานกลางมีเขตอำนาจในกรุงเทพมหานคร
มาตรา ๔ ให้ศาลแรงงานภาค ๑ มีเขตอำนาจในจังหวัดชัยนาท จังหวัดนนทบุรีจังหวัดปทุมธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดลพบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสระบุรี จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดอ่างทอง
มาตรา ๕ ให้ศาลแรงงานภาค ๗ มีเขตอำนาจในจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดสุพรรณบุรี
มาตรา ๖ บรรดาคดีของท้องที่จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดสมุทรปราการ ยกเว้นอำเภอบางเสาธง ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลแรงงานกลางในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับให้โอนไปพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลแรงงานภาค ๑
บรรดาคดีของท้องที่จังหวัดนครปฐมและจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลแรงงานกลางในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้โอนไปพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลแรงงานภาค ๗
บรรดาคดีของท้องที่เขตดอนเมือง เขตบางเขน เขตสายไหม และเขตหลักสี่กรุงเทพมหานครที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งกำหนดให้นั่งพิจารณาที่จังหวัดนนทบุรี และของท้องที่เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งกำหนดให้นั่งพิจารณาที่จังหวัดสมุทรสาครซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลแรงงานกลางในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้โอนไปพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลแรงงานภาค ๑ หรือศาลแรงงานภาค ๗ แล้วแต่กรณี
สำหรับบรรดาคดีของท้องที่อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งกำหนดให้นั่งพิจารณาที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลแรงงานกลางในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้คงพิจารณาพิพากษาต่อไปในศาลแรงงานกลาง
มาตรา ๗ ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันเขตอำนาจศาลแรงงานยังไม่สอดคล้องกับโครงสร้างและเขตอำนาจของศาลอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาค รวมทั้งสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค ๑ ถึงภาค ๙ และเพื่อเป็นการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนให้สามารถเดินทางมายังศาลแรงงานได้โดยสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น สมควรเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานภาค ๑ และศาลแรงงานภาค ๗ และโดยที่มาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม บัญญัติว่าศาลชั้นต้นมีเขตตามที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลนั้นกำหนดไว้ ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาล เพื่อประโยชน์ในการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
วิวรรธน์/จัดทำ
๑ สิงหาคม ๒๕๖๑
นุสรา/ตรวจ
๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๑
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนที่ ๕๓ ก/หน้า ๒๔/๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).