พระราชกฤษฎีกา
กำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
ยางล้อสูบลม : ข้อกำหนดด้านเสียงจากยางล้อที่สัมผัสผิวถนน
การยึดเกาะถนนบนพื้นเปียก และความต้านทานการหมุน
ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน
พ.ศ. ๒๕๖๑
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
เป็นปีที่ ๓ ในรัชกาลปัจจุบัน
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยางล้อสูบลม
: ข้อกำหนดด้านเสียงจากยางล้อที่สัมผัสผิวถนน การยึดเกาะถนนบนพื้นเปียก และความต้านทานการหมุน
ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน และได้มีการดำเนินการตามความในมาตรา ๑๘
แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
พ.ศ. ๒๕๑๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
(ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๘ แล้ว
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา
๑๗ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยางล้อสูบลม
: ข้อกำหนดด้านเสียงจากยางล้อที่สัมผัสผิวถนน การยึดเกาะถนนบนพื้นเปียก
และความต้านทานการหมุน ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ. ๒๕๖๑
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสองร้อยเจ็ดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
ในพระราชกฤษฎีกานี้
ระดับที่หนึ่ง
หมายความว่า ข้อกำหนดด้านเสียงจากยางล้อที่สัมผัสผิวถนนที่แสดงค่ามลพิษทางเสียงและความต้านทานการหมุนที่แสดงประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานในระดับที่หนึ่ง (stage 1) ตามข้อกำหนดทางเทคนิคยานยนต์ของสหประชาชาติ (UN Regulation No. 117, 02
series of amendments) และนำมากำหนดไว้ในคุณลักษณะที่ต้องการในมาตรฐานเลขที่
มอก. ๒๗๒๑ - ๒๕๖๐
ระดับที่สอง
หมายความว่า ข้อกำหนดด้านเสียงจากยางล้อที่สัมผัสผิวถนนที่แสดงค่ามลพิษทางเสียงและความต้านทานการหมุนที่แสดงประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานในระดับที่สอง
(stage 2) ซึ่งมีเกณฑ์กำหนดที่เข้มงวดกว่าที่กำหนดไว้ในระดับที่หนึ่ง (stage 1) ตามข้อกำหนดทางเทคนิคยานยนต์ของสหประชาชาติ (UN Regulation No. 117, 02 series of amendments) และนำมากำหนดไว้ในคุณลักษณะที่ต้องการในมาตรฐานเลขที่
มอก. ๒๗๒๑ ๒๕๖๐
มาตรา ๔
ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยางล้อสูบลม :
ข้อกำหนดด้านเสียงจากยางล้อที่สัมผัสผิวถนน การยึดเกาะถนนบนพื้นเปียก
และความต้านทานการหมุน ต้องเป็นไปตามมาตรฐานเลขที่
มอก. ๒๗๒๑ - ๒๕๖๐ ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ ๔๘๕๖ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
พ.ศ. ๒๕๑๑ เรื่อง กำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเสียงจากยางล้อที่สัมผัสผิวถนน
การยึดเกาะถนนบนพื้นเปียก และความต้านทานการหมุน
ลงวันที่ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
ฉบับที่ ๕๐๓๖ (พ.ศ. ๒๕๖๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
พ.ศ. ๒๕๑๑ เรื่อง แก้ไขมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเสียงจากยางล้อที่สัมผัสผิวถนน การยึดเกาะถนนบนพื้นเปียก และความต้านทานการหมุน
(แก้ไขครั้งที่ ๑) ลงวันที่ ๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
มาตรา ๕ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยางล้อสูบลมตามมาตรา ๔
เฉพาะข้อกำหนดด้านเสียงจากยางล้อที่สัมผัสผิวถนนและความต้านทานการหมุน
ตามมาตรฐานเลขที่ มอก. ๒๗๒๑ ๒๕๖๐ ให้มีผลใช้บังคับตามระยะเวลาที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑)
ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยางล้อแบบสูบลมสำหรับรถยนต์และส่วนพ่วง กลุ่ม C1 แบบเรเดียล (radial) ตามมาตรฐานเลขที่ มอก. ๒๗๑๘ -
๒๕๖๐ ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านเสียงจากยางล้อที่สัมผัสผิวถนนและความต้านทานการหมุนที่กำหนดไว้ในระดับที่หนึ่งเมื่อพระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับ และเมื่อพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับ
ให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยางล้อแบบสูบลมดังกล่าวต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านเสียงจากยางล้อที่สัมผัสผิวถนนและความต้านทานการหมุนที่กำหนดไว้ในระดับที่สอง
(๒) ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยางล้อแบบสูบลมสำหรับรถยนต์เชิงพาณิชย์และส่วนพ่วง กลุ่ม C2 และ C3 แบบเรเดียล (radial)
ตามมาตรฐานเลขที่ มอก. ๒๗๑๙ - ๒๕๖๐ ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านเสียงจากยางล้อที่สัมผัสผิวถนนและความต้านทานการหมุนที่กำหนดไว้ในระดับที่หนึ่งเมื่อพระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับ และเมื่อพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยางล้อแบบสูบลมดังกล่าวต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านเสียงจากยางล้อที่สัมผัสผิวถนนและความต้านทานการหมุนที่กำหนดไว้ในระดับที่สอง
(๓) ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยางล้อแบบสูบลมสำหรับรถยนต์เชิงพาณิชย์และส่วนพ่วง กลุ่ม C3 แบบผ้าใบเฉียง (bias) ตามมาตรฐานเลขที่ มอก. ๒๗๑๙ -
๒๕๖๐ ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านเสียงจากยางล้อที่สัมผัสผิวถนนและความต้านทานการหมุนที่กำหนดไว้ในระดับที่หนึ่งเมื่อพ้นกำหนดสี่ปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้มีผลใช้บังคับ
และเมื่อพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่ข้อกำหนดด้านเสียงจากยางล้อที่สัมผัสผิวถนนและความต้านทานการหมุนที่กำหนดไว้ในระดับที่หนึ่งมีผลใช้บังคับ
ให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยางล้อแบบสูบลมดังกล่าวต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านเสียงจากยางล้อที่สัมผัสผิวถนนและความต้านทานการหมุนที่กำหนดไว้ในระดับที่สอง
มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มีความจำเป็นต้องควบคุมผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยางล้อสูบลม
: ข้อกำหนดด้านเสียงจากยางล้อที่สัมผัสผิวถนน การยึดเกาะถนนบนพื้นเปียก และความต้านทานการหมุน
เพื่อให้ยางล้อแบบสูบลมสำหรับรถยนต์และส่วนพ่วง และรถยนต์เชิงพาณิชย์และส่วนพ่วงมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลเพื่อป้องกันความเสียหายอันอาจจะเกิดแก่ประชาชน
กิจการอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจของประเทศ ในการนี้ ได้มีประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่
๔๘๕๖ (พ.ศ. ๒๕๕๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑
เรื่อง กำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเสียงจากยางล้อที่สัมผัสผิวถนน
การยึดเกาะถนนบนพื้นเปียก และความต้านทานการหมุน ลงวันที่ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๙
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ ๕๐๓๖ (พ.ศ. ๒๕๖๑)
ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ เรื่อง
แก้ไขมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเสียงจากยางล้อที่สัมผัสผิวถนน การยึดเกาะถนนบนพื้นเปียก และความต้านทานการหมุน
(แก้ไขครั้งที่ ๑) ลงวันที่ ๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ และได้มีการดำเนินการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของตัวแทนของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องครบถ้วนตามความในมาตรา
๑๘ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
พ.ศ. ๒๕๑๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
(ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๘ แล้ว สมควรกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยางล้อสูบลม : ข้อกำหนดด้านเสียงจากยางล้อที่สัมผัสผิวถนน
การยึดเกาะถนนบนพื้นเปียก และความต้านทานการหมุน ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ชญานิศ/จัดทำ
๒๐ มกราคม ๒๕๖๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๕/ตอนที่ ๑๑๒ ก/หน้า ๑๔๕/๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).