กฎกระทรวง
กำหนดคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม การแต่งตั้ง การพ้นจากตำแหน่งของประธานกรรมการ
และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และการทำบัญชีสำรองเพื่อเลื่อนขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระใน
คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา
พ.ศ. ๒๕๖๓[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๒๕ วรรคเจ็ด แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ออกกฎกระทรวงไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
ประธานกรรมการ หมายความว่า ประธานกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ หมายความว่า กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา
ผู้ปฏิบัติงานของสถาบันอุดมศึกษา หมายความว่า พนักงานในสถาบันอุดมศึกษาข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ลูกจ้างของสถาบันอุดมศึกษา และลูกจ้างของส่วนราชการและพนักงานราชการซึ่งปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษา
สำนักงานปลัดกระทรวง หมายความว่า สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ข้อ ๒ ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์
(๓) มีความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ด้านการอุดมศึกษา
(๔) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(๕) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๖) ไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพ
(๗) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๘) ไม่เป็นคู่สัญญาหรือผู้มีส่วนได้เสียหรือมีผลประโยชน์โดยตรงในกิจการที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานปลัดกระทรวงหรือหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง หรือสถาบันอุดมศึกษา เว้นแต่เป็นการศึกษาวิจัยหรือฝึกอบรมเพื่อประโยชน์ในการศึกษา
(๙) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภาสถาบันอุดมศึกษา กรรมการสภาสถาบันอุดมศึกษา อธิการบดี หรือผู้ปฏิบัติงานของสถาบันอุดมศึกษา
ข้อ ๓ ในการจัดทำรายชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการการอุดมศึกษาอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการรวบรวมรายชื่อและตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๒ หรืออาจมอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวงเป็นผู้ดำเนินการ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้
ข้อ ๔ ให้คณะกรรมการการอุดมศึกษาเสนอชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการคนหนึ่งต่อรัฐมนตรี ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๒ โดยจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ได้รับการเสนอชื่อนั้นด้วย
ข้อ ๕ ให้คณะกรรมการการอุดมศึกษาเสนอรายชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสองเท่าของจำนวนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่จะแต่งตั้งต่อรัฐมนตรี ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๒ โดยจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ได้รับการเสนอชื่อนั้นด้วย
เมื่อรัฐมนตรีได้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว ให้รัฐมนตรีนำรายชื่อผู้ซึ่งไม่ได้รับการแต่งตั้งมาเรียงลำดับและจัดทำเป็นบัญชีสำรองต่อไป
ในกรณีที่รัฐมนตรีจะแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้น ให้สำนักงานปลัดกระทรวงเสนอรายชื่อจากบัญชีสำรองตามวรรคสองเท่ากับจำนวนที่จะแต่งตั้งเพิ่มต่อรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
ข้อ ๖ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) รัฐมนตรีให้ออก เพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ
(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๒
ข้อ ๗ ในกรณีที่ประธานกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้คณะกรรมการการอุดมศึกษาเสนอชื่อผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการคนหนึ่งต่อรัฐมนตรี ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๒ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ประธานกรรมการพ้นจากตำแหน่ง โดยจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ได้รับการเสนอชื่อนั้นด้วย และให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ หากรัฐมนตรีจะแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สำนักงานปลัดกระทรวงเสนอรายชื่อจากบัญชีสำรองตามข้อ ๕ วรรคสอง เท่ากับจำนวนที่ว่างต่อรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายในสามสิบวันนับแต่วันที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง และให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
ข้อ ๘ ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งตามวาระให้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่ครบวาระ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓
สุวิทย์ เมษินทรีย์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๕ วรรคเจ็ด แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ กำหนดให้คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม การแต่งตั้ง การพ้นจากตำแหน่งของประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และการทำบัญชีสำรองเพื่อเลื่อนขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
พนิดา/จัดทำ
๑๑ มีนาคม ๒๕๖๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๗/ตอนที่ ๑๘ ก/หน้า ๑/๖ มีนาคม ๒๕๖๓
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).