รายการที่บันทึกไว้สมัครฟรี

เทศบัญญัติของเทศบาลเมืองเชียงราย เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พุทธศักราช 2494 หมวด ๖

ข้อ ๔๕–ข้อ ๕๔ · รวม 10 มาตรา

หน้านี้เรียบเรียงจากฉบับของแหล่งข้อมูลทางการ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง การแก้ไขหรือการยกเลิกในภายหลังอาจยังไม่ปรากฏ โปรดตรวจสอบผลใช้บังคับจากฉบับทางการ

ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ ในการคำนวณกำลังต้านทานแรงอัดส่วนอาคารประกอบด้วยอิฐประสานด้วยปูนผสมส่วนต่างๆ ให้กำหนดใช้ไม่เกินอัตราต่อไปนี้ ชนิดอิฐ ส่วนปูนขาว ตามปริมาตร ส่วนปูนซีเมนต์ ตราช้าง ตามปริมาตร ส่วนทราย ตามปริมาตร กำลังอัดต่อ ๑ ตารางเซนติเมตร ธรรมดา ๑ ๓ ๒ กิโลกรัม ” ๑ ๑ ๖ ๓ กิโลกรัม ” ๑ ๔ ๔ กิโลกรัม ” ๑ ๓ ๕ กิโลกรัม อัด ๑ ๓ ๔ กิโลกรัม ” ๑ ๑ ๖ ๖ กิโลกรัม ” ๑ ๔ ๘ กิโลกรัม ” ๑ ๓ ๑๐ กิโลกรัม

ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ให้ใช้ส่วนปลอดภัยโดยใช้กำลังไม่เกิน ๑ ใน ๔ ของแรงประลัยแห่งเหล็ก กำลังต้านทานแรงประเภทต่างๆ ของส่วนอาคารประกอบด้วยเหล็กชนิดต่างๆ ที่มีส่วนปลอดภัย โดยใช้กำลังไม่เกิน ๑ ใน ๔ ของแรงประลัยแห่งเหล็กนั้น ถ้าไม่มีเอกสารของผู้ชำนาญแสดงผลทดลองให้เชื่อถือได้เป็นอย่างอื่น ให้คำนวณโดยอัตราแรงไม่เกินอัตราต่อไปนี้ ชนิดเหล็ก แรงดึงต่อ ๑ ตารางเซนติเมตร แรงอัดต่อ ๑ ตารางเซนติเมตร แรงเฉือนต่อ ๑ ตารางเซนติเมตร เหล็กหล่อ ๒๐๐ กิโลกรัม ๑,๒๐๐ กิโลกรัม ๒๐๐ กิโลกรัม เหล็กล้วน ๗๐๐ กิโลกรัม ๗๐๐ กิโลกรัม ๖๐๐ กิโลกรัม เหล็กถ่านอ่อน ๑,๐๐๐ กิโลกรัม ๑,๐๐๐ กิโลกรัม ๘๐๐ กิโลกรัม เหล็กเสริม ๑,๒๐๐ กิโลกรัม ๑,๒๐๐ กิโลกรัม ๘๕๐ กิโลกรัม

ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ให้ใช้ส่วนปลอดภัยโดยใช้กำลังไม่เกิน ๑ ใน ๔ ของแรงประลัยแห่งไม้ แต่ไม่ให้ความแอ่นของไม้เกิน ๑ ใน ๒๐๐ ของช่วงคาน กำลังต้านทานแรงประเภทต่างๆ ของไม้ชนิดต่างๆ ที่มีส่วนปลอดภัยโดยใช้กำลังไม่เกิน ๑ ใน ๔ ของแรงประลัยแห่งไม้นั้น ถ้าไม่มีเอกสารของผู้ชำนาญแสดงผลทดลองให้เชื่อถือได้เป็นอย่างอื่น ให้คำนวณโดยอัตราแรงไม่เกินอัตราต่อไปนี้ ชนิดไม้ แรงดึงตามเสี้ยน ต่อ ๑ ตาราง เซนติเมตร แรงอัดตามเสี้ยน ต่อ ๑ ตาราง เซนติเมตร แรงอัดขวางเสี้ยน ต่อ ๑ ตาราง เซนติเมตร แรงเฉือนตามเสี้ยนต่อ ๑ ตารางเซนติเมตร ไม้อ่อน ๑๐๐ กิโลกรัม ๘๐ กิโลกรัม ๒๔ กิโลกรัม ๖ กิโลกรัม ไม้ปานกลาง ๑๑๐ ” ๙๐ ” ๒๗ ” ๑๐ ” ไม้แข็ง ๑๒๕ ” ๑๐๐ ” ๓๐ ” ๑๕ ”

ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ ให้ใช้ส่วนปลอดภัยโดยใช้กำลังไม่เกิน ๑ ใน ๔ ของแรงประลัยแห่งคอนกรีต เมื่อครบอายุ ๒๘ วันแล้ว กำลังต้านทานแรงอัดของคอนกรีตธรรมดา ที่มีส่วนปลอดภัยโดยใช้กำลังไม่เกิน ๑ ใน ๔ ของแรงประลัยแห่งคอนกรีต เมื่อครบอายุ ๒๘ วันแล้วนั้น ถ้าไม่มีเอกสารของผู้ชำนาญแสดงผลทดลองให้เชื่อถือได้เป็นอย่างอื่น ให้คำนวณโดยอัตราแรงต่อไปนี้ ส่วนซีเมนต์ตามปริมาตร ส่วนทรายตามปริมาตร ส่วนหินตามปริมาตร แรงต่างๆ กิโลกรัมต่อ ๑ ตารางเซนติเมตร แรงอัดสำหรับคาน แรงอัดสำหรับเสา แรงเฉือน แรงยึด ๑ ๑ ๓ ๕๐ ๔๐ ๕ ๗ ๑ ๒ ๔ ๔๕ ๓๖ ๔.๕ ๖ ๑ ๒ ๕ ๔๐ ๓๒ ๔ ๖ ๑ ๓ ๖ ๓๕ ๒๘ ๓.๕ ๕ ๑ ๓ ๗ ๓๐ ๒๔ ๓ ๔ ๑ ๔ ๘ ๑๕ ๑๒ ๑.๕ ๓ ถ้าความยาวของเสามากกว่า ๑๒ เท่าของด้านแคบหรือของเส้นผ่าศูนย์กลาง (Diameter) ให้ใช้ค่าในตารางข้างบนคูณด้วย (๑.๓๓ ) หมายเหตุ ให้ ส = ยาวของเสา บ = ด้านที่แคบของเสา กฎนี้ให้ใช้ได้ทั้งเสาคอนกรีตและเสาไม้

ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ ในการคำนวณกำลังแรงของส่วนอาคารประกอบด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ให้ผู้คำนวณแสดงรายการคำนวณจนเป็นที่พอใจคณะเทศมนตรีว่าอยู่ในลักษณะปลอดภัย ถ้าไม่มีเอกสารของผู้ชำนาญแสดงผลทดลองให้เชื่อถือเป็นอย่างอื่นได้ ให้ถือหลักการคำนวณดังต่อไปนี้ ก. พิกัดยึดของคอนกรีต = ๑.๔ x ๑๐๖ เมตริกตันต่อ ๑ ตารางเมตร ข. พิกัดยึดของเหล็กเสริม = ๒๑ x ๑๐๖ เมตริกตันต่อ ๑ ตารางเมตร ค. ส่วนผสมของคอนกรีต ซีเมนต์ ๑ ทราย ๒ และหิน ๔ ตามปริมาตร ง. แรงอัดของคอนกรีตไม่เกิน ๔๕ กิโลกรัมต่อ ๑ ตารางเซนติเมตร จ. แรงดึงของเหล็กเสริมไม่เกิน ๑,๒๐๐ กิโลกรัมต่อ ๑ ตารางเซนติเมตร ฉ. แรงเฉือนของเหล็กเสริมไม่เกิน ๘๕๐ กิโลกรัมต่อ ๑ ตารางเซนติเมตร ช. สำหรับคานคอนกรีตเสริมเหล็ก ให้มีคอนกรีตหุ้มเหล็กหนาไม่น้อยกว่า ๒.๕ เซนติเมตร และไม่น้อยกว่าขนาดของเหล็กเสริมเส้นใหญ่ที่สุด ซ. สำหรับพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กให้มีคอนกรีตหุ้มเหล็กหนาไม่น้อยกว่า ๑.๕ เซนติเมตร และไม่น้อยกว่าขนาดของเหล็กเสริมเส้นใหญ่ที่สุด ฌ. ให้มีช่องว่างระหว่างเหล็กที่ขนานกันไม่น้อยกว่า ๒.๕ เซนติเมตร และไม่ต่ำกว่าขนาดของเหล็กเสริม อย่างไรก็ดีต้องโตกว่าขนาดของหินที่โตที่สุดที่ใช้อยู่ ๐.๕ เซนติเมตร ญ. คานคอนกรีตเสริมเหล็กต้องมีส่วนยาวไม่เกิน ๒๔ เท่าของส่วนหนา เว้นแต่จะมีเหตุผลเป็นพิเศษและไม่ใช้เหล็กเสริมแนวนอนเล็กกว่า ๖ มิลลิเมตร ด. สำหรับเสาคอนกรีตเสริมเหล็กรับน้ำหนัก ต้องมีเหล็กเสริมตามลำไม่น้อยกว่า ๑ เส้นทุกมุม ถ้าเป็นเสากลมต้องไม่น้อยกว่า ๖ เส้น และส่วนเหล็กไม่น้อยกว่า ๐.๘ ใน ๑๐๐ ของคอนกรีต และขนาดของเหล็กเสริมต้องไม่น้อยกว่า ๑๒.๗ มิลลิเมตร ปริมาตรของเหล็กปลอกต้องไม่น้อยกว่า ๐.๔ ใน ๑๐๐ ของปริมาตรของคอนกรีต และระยะห่างของเหล็กปลอกต้องไม่เกิน ๑๖ เท่าของขนาดเหล็กแกน หรือ ๔๘ เท่าของขนาดเหล็กปลอก หรือไม่เกินด้านแคบที่สุดของเสา

ข้อ ๕๐

ข้อ ๕๐ น้ำหนักบรรทุกบนพื้นที่จะใช้ในการคำนวณออกแบบอาคารประเภทต่างๆ นอกจากเครื่องจักรกลและอุปกรณ์อย่างอื่นซึ่งทราบน้ำหนักแน่นอนอยู่แล้ว ต้องไม่ต่ำกว่าอัตราที่กำหนดไว้ ดังต่อไปนี้ ก. อาคารที่พักอาศัย ๑๕๐ กิโลกรัมต่อ ๑ ตารางเมตร ข. โรงเรียนชั้นประถมและมัธยม ๒๐๐ กิโลกรัม ต่อ ๑ ตาราเมตร ค. โรงเรียนชั้นเตรียมอุดมขึ้นไป โรงพยาบาล โรงแรม อาคารสำนักงาน ๓๐๐ กิโลกรัม ต่อ ๑ ตารางเมตร ง. โรงงาน โรงพิมพ์ ร้านขายของ โรงมหรสพ หอประชุม ภัตตาคาร ๔๐๐ กิโลกรัม ต่อ ๑ ตารางเมตร จ. คลังสินค้า ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ โรงกีฬา ๕๐๐ กิโลกรัม ต่อ ๑ ตารางเมตร ฉ. โรงเก็บรถยนต์ นอกจากโรงเก็บรถยนต์ส่วนบุคคล โรงเก็บเครื่องจักร โรงงานอุตสาหกรรม ตั้งแต่ ๕๐๐ กิโลกรัม ต่อ ๑ ตารางเมตรขึ้นไป แต่ถ้าเนื้อที่ส่วนใดแห่งอาคารนั้นจะรับบรรทุกสิ่งที่มีน้ำหนักมากกว่าอัตราที่กล่าวแล้ว เช่นเครื่องจักร ก็ให้คำนวณน้ำหนักบรรทุกเพิ่มขึ้นให้พอที่จะรับน้ำหนักนั้นได้

ข้อ ๕๑

ข้อ ๕๑ แรงลมอย่างสูงขนานกับพื้นดินสำหรับส่วนอาคารที่สูงกว่า ๑๕ เมตรขึ้นไปให้ถือกำหนดแรงเท่ากับ ๑๐๐ กิโลกรัม ต่อ ๑ ตารางเมตร ส่วนที่ต่ำกว่านี้ลงมาให้ลดอัตราแรงลมเป็น ๕๐ กิโลกรัม ต่อ ๑ ตารางเมตร

ข้อ ๕๒

ข้อ ๕๒ น้ำหนักบรรทุกบนดินที่รากฐานของอาคารนั้นต้องคำนวณให้เหมาะสมเพื่อความมั่นคงและปลอดภัย ซึ่งถ้าไม่มีเอกสารของผู้ชำนาญแสดงผลทดลองให้เชื่อถือได้เป็นอย่างอื่น จะต้องไม่เกินอัตรากำหนดสำหรับดินประเภทต่างๆ ดังต่อไปนี้ ก. ดินอ่อนหรือดินถมไว้แน่นตัวเต็มที่ ๒ เมตริกตันต่อ ๑ ตารางเมตร ข. ดินปานกลางหรือทรายร่วน ๑๐ เมตริกตันต่อ ๑ ตารางเมตร ค. ดินแน่นหรือทรายหยาบ ๒๐ เมตริกตันต่อ ๑ ตารางเมตร ง. กรวดหรือดินดาน ๔๐ เมตริกตันต่อ ๑ ตารางเมตร จ. หินปูนหรือหินทราย ๘๐ เมตริกตันต่อ ๑ ตารางเมตร ฉ. หินอัคนี ๑๕๐ เมตริกตันต่อ ๑ ตารางเมตร ทั้งนี้ เว้นไว้แต่จะได้แสดงให้เป็นที่เชื่อถือได้ว่าจะจัดการเพิ่มอัตรารับน้ำหนักบรรทุกแห่งรากฐานของอาคารได้เป็นอย่างอื่น

ข้อ ๕๓

ข้อ ๕๓ ในการคำนวณน้ำหนักที่ลงบนรากฐานและเสาของอาคารสูงเกินสองชั้นขึ้นไป ให้คำนวณน้ำหนักของอาคารรวมทั้งน้ำหนักบรรทุกเต็มอัตรา ส่วนน้ำหนักบรรทุกของอาคารซึ่งมิใช่เป็นอาคารพิเศษ คลังสินค้า ห้องสมุด หรือโรงงานอุตสาหกรรมนั้น ให้ลดส่วนลงได้ตามชั้นของอาคาร ดังนี้ ก. ชั้นถัดจากชั้นยอด ลดอัตราลง ๑๐ ใน ๑๐๐ ข. ชั้นถัดลงมา ” ๒๐ ใน ๑๐๐ ค. ชั้นถัดลงมา ” ๒๐ ใน ๑๐๐ ง. ชั้นถัดลงมา ” ๒๐ ใน ๑๐๐ ทุกชั้นที่ถัดลงมาจากนี้ลดอัตราลง ๕๐ ใน ๑๐๐

ข้อ ๕๔

ข้อ ๕๔ ในการคำนวณกำลังต้านทานของรากฐาน ให้คำนวณน้ำหนักของอาคารเต็มอัตรา และ (เข็มรากฐานบนดินอ่อน) ให้เข็มรับน้ำหนักทั้งหมด โดยไม่คิดเอาแรงฝืดของดินรอบๆ เข็มมาช่วยรับน้ำหนัก สำหรับปลายเข็มจดดินแข็ง ดินดาน หรือวัตถุพื้นแข็ง ให้คำนวณเข็มนั้นเช่นลักษณะเสา แต่ถ้าเข็มอยู่ในดินอ่อนอาศัยแรงฝืดพยุง ให้ใช้เข็มไม่สั้นกว่า ๓.๐๐ เมตร และให้ใช้แรงฝืดดินตามสูตรต่อไปนี้ ฝ = ๔๐๐ + ๓๕ ย. ให้ ฝ. = แรงฝืดดินเป็นกิโลกรัมต่อตารางเมตรของเนื้อที่ผิวเข็ม ย. = ความยาวของเสาเข็มเป็นเมตร ถ้าความยาวของเสาเข็มเกิน ๑๒.๐๐ เมตร ต้องมีการทดลองกำลังน้ำหนักบรรทุกของเสาเข็ม เนื้อที่ของรากฐานทั้งหมดจะต้องไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐ ของเนื้อที่ผิวของเสาเข็มทั้งหมดซึ่งอยู่ภายใต้รากฐานนั้น ในกรณีที่ไม่สามารถตอกเข็มได้ เพราะพื้นดินแข็งเป็นดินปานกลางหรือทรายร่วน ในการคำนวณความต้านทานของดินใต้แผ่นฐานรากจะต้องไม่เกิน ๑๐ ตันต่อ ๑ ตารางเมตร ถ้าจะใช้มากกว่านี้จะต้องแสดงหลักฐานให้เป็นที่เชื่อถือได้ สำหรับเครื่องตอกเข็มด้วยแรงคน ถ้าตอกด้วยเครื่องจักร ซึ่งตอกได้ไม่น้อยกว่า ๔๐ ครั้งต่อ ๑ นาที บ. = น้ำหนักบรรทุกได้โดยปลอดภัยเป็นกิโลกรัม น. = น้ำหนักลูกตุ้มเป็นกิโลกรัม ส. = ระยะลูกตุ้มตกเป็นเซนติเมตร จ. = ระยะที่เข็มจมเป็นครั้งสุดท้ายเป็นเซนติเมตร แนวอาคารและระยะต่างๆ

กลับไปที่ เทศบัญญัติของเทศบาลเมืองเชียงราย เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พุทธศักราช 2494 ฉบับเต็ม

ตัวบทในหน้านี้คัดลอกตามต้นฉบับจากข้อมูลเปิดของหน่วยงานราชการ ดูที่มาได้ที่บรรทัดแสดงที่มาด้านล่าง

ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

ค้นต่อจากนี้