พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
ยุบเลิกบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน
พ.ศ. ๒๕๔๙
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ ธันวาคม
พ.ศ. ๒๕๔๙
เป็นปีที่ ๖๑ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรยุบเลิกบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติยุบเลิกบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน
พ.ศ. ๒๕๔๙
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิก
(๑)
พระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๔๐
(๒)
พระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑
มาตรา ๔ บรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงินซึ่งได้ยุบเลิกไปตามความในมาตรา
๓ ให้ถือว่ายังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชี และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแต่งตั้งบุคคลขึ้นคณะหนึ่งที่มีความเป็นอิสระและเป็นกลางซึ่งไม่มีหรือไม่เคยมีส่วนได้เสียในการซื้อหรือขายทรัพย์สินของบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงินมาก่อนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมเป็นคณะกรรมการผู้ชำระบัญชีของบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน
ให้คณะกรรมการผู้ชำระบัญชีดำเนินการชำระบัญชีกิจการของบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงินโดยไม่ชักช้า
มาตรา ๕ ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการชำระบัญชีบริษัทจำกัดมาใช้บังคับกับการชำระบัญชีของบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงินโดยอนุโลม
มาตรา ๖ เมื่อคณะกรรมการผู้ชำระบัญชีได้ดำเนินการชำระบัญชีเสร็จสิ้นแล้วให้คณะกรรมการผู้ชำระบัญชีรายงานการชำระบัญชีต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาอนุมัติภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่เสร็จการชำระบัญชี
และเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ แล้วประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป และให้ถือวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นวันถึงที่สุดแห่งการชำระบัญชี
บรรดาทรัพย์สินของบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงินที่ยังคงเหลืออยู่ให้จัดโอนให้แก่กระทรวงการคลังภายในสามสิบวันนับแต่วันถึงที่สุดแห่งการชำระบัญชี
ให้คณะกรรมการผู้ชำระบัญชีมอบสมุด
บัญชี และเอกสารทั้งหมดของบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงินให้แก่กระทรวงการคลังภายในสิบสี่วันนับแต่วันถึงที่สุดแห่งการชำระบัญชีและให้กระทรวงการคลังรักษาไว้สิบปีนับแต่วันดังกล่าวและจัดทำรายงานการสิ้นสุดการดำเนินงานเผยแพร่โดยเร็ว
สมุด
บัญชี และเอกสาร และรายงานการชำระบัญชีตามวรรคหนึ่งและวรรคสามให้เปิดเผยแก่ผู้มีส่วนได้เสียตรวจดูได้โดยไม่ต้องเรียกค่าธรรมเนียม
มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้
คือ โดยที่ปัจจุบันระบบสถาบันการเงินของประเทศมีหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนหลายแห่งทำหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพแล้ว
เพื่อเป็นการลดภาระของภาครัฐ
ในการจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพในระบบสถาบันการเงินและให้สถาบันการเงินมีบทบาทในการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพโดยระบบปกติ
ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการสร้างความเข้มแข็งในระบบสถาบันการเงิน สมควรยุบเลิกบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงินซึ่งกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดและกำหนดวิธีจัดการทรัพย์สินต่อไป
จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ปริญสินีย์/แก้ไข
วศิน/ตรวจ
๔ ตุลาคม ๒๕๕๓
ศรตม์/ปรับปรุง
มีนาคม ๒๕๕๖
อุดมลักษณ์/ตรวจ
มิถุนายน ๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๒ ก/หน้า ๔/๘ มกราคม ๒๕๕๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).