พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
คุ้มครองการดำเนินงานของสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+๓
พ.ศ. ๒๕๕๘
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๘
เป็นปีที่ ๗๐
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองการดำเนินงานของสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+๓
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+๓
พ.ศ. ๒๕๕๘
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
สำนักงาน หมายความว่า
สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+๓
ที่จัดตั้งขึ้นตามความตกลงจัดตั้งสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+๓
ซึ่งรัฐบาลไทยได้ร่วมลงนามไว้เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๗
มาตรา ๔ เพื่อคุ้มครองการดำเนินงานในประเทศไทยของสำนักงานให้บรรลุผลตามความมุ่งประสงค์
(๑) ให้ยอมรับนับถือว่าสำนักงานเป็นนิติบุคคล
และให้ถือว่ามีภูมิลำเนาในประเทศไทย
(๒) ให้สำนักงาน ผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน
และผู้เชี่ยวชาญที่ปฏิบัติงานให้แก่สำนักงาน รวมทั้งสมาชิกของคณะที่ปรึกษา
ผู้แทนสมาชิกของสำนักงานและผู้แทนสำรองในคณะกรรมการบริหาร
ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามที่ระบุไว้ในความตกลงจัดตั้งสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+๓
ซึ่งรัฐบาลไทยได้ร่วมลงนามไว้เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ทั้งนี้
ในระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย
หรือเข้ามาในประเทศไทยเพื่อปฏิบัติหน้าที่หรือในการปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับสำนักงาน
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก
ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
โดยที่ประเทศไทยได้ร่วมลงนามในความตกลงจัดตั้งสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+๓
(Agreement
Establishing ASEAN+3 Macroeconomic Research Office) เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๗
เพื่อจัดตั้งสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+๓ (ASEAN+3 Macroeconomic Research Office : AMRO) เป็นองค์การระหว่างประเทศที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินของภูมิภาค
โดยการเฝ้าระวังสภาวะทางเศรษฐกิจของภูมิภาคและสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินแบบพหุภาคีตามกรอบอาเซียน+๓
และความตกลงดังกล่าว ได้กำหนดให้สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+๓
ผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+๓
และผู้เชี่ยวชาญที่ปฏิบัติงานให้แก่สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+๓
รวมทั้งที่ปรึกษา ผู้แทนของสมาชิกและผู้แทนสำรองในคณะกรรมการบริหาร
ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันในการดำเนินงานและการปฏิบัติงานของสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+๓
ในประเทศไทย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ปริยานุช/กัญฑรัตน์/จัดทำ
๙ พฤศจิกายน
๒๕๕๘
ปัญญา/ตรวจ
๑๐ พฤศจิกายน
๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๑๐๔ ก/หน้า ๔๐/๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).