มาตรา 23 ภาษีรถมีอัตราประจำปี ดังนี้
(1) รถพ่วง (ภายในบังคับแห่งอนุมาตรา 6 และ 7 ต่อไปนี้) คันละยี่สิบ
บาท
(2) รถยนตร์ส่วนบุคคล นอกจากรถสำหรับบรรทุกหนึ่งแรงม้าหรือเศษของแรง
ม้าต่อสองบาท
(3) รถแทรกเตอร์ใช้เป็นเครื่องมือกสิกรรมคันละสิบบาท
(4) รถยนตร์นอกจากที่ระบุไว้ในอนุมาตรา (2) และ(7) ให้เก็บภาษีตาม
น้ำหนักโดยอัตราต่อไปนี้
(5) ในการคำนวณน้ำหนักบุคคล ให้ถือว่าคนหนึ่งมีน้ำหนักห้าสิบ
กิโลกรัม
(6) รถยนตร์และรถพ่วงซึ่งใช้ล้ออย่างอื่น นอกจากยางกลวง ให้เก็บภาษี
เพิ่มขึ้นจากอัตราที่กำหนดไว้อีกร้อยละยี่สิบ
(7) รถจักรยานยนตร์ให้เก็บภาษีคันละยี่สิบบาท และรถพ่วงของรถ
จักรยานยนตร์คันละห้าบาท
(8) วิธีคำนวณแรงม้าให้คิดตามตำหรับใบอนุญาตพิเศษอีกชั้นหนึ่งจึ่ง
ใช้เดิรประจำทางได้ ใบอนุญาตพิเศษนี้
เรียกว่าใบอนุญาตประจำทาง ค่า
ธรรมเนียมใบอนุญาตประจำทางนั้นต้องเสียเป็นระยะครึ่งปี
ตามอัตราซึ่ง
เสนาบดีเป็นผู้กำหนด ใบอนุญาตประจำทางโอนกันไม่ได้
มาตรา 25 เงินภาษีนั้น ท่านให้เสียล่วงหน้าต่อนายทะเบียน จะเสียคราว
ละหลายงวดก็ได้ แต่ถ้าเสียเป็นงวด
ท่านว่าต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
ที่กำหนดไว้ในกฎเสนาบดีสำหรับการที่มาเสียคราวหลัง ๆ
ต่อมาในปีเดียวกัน
มาตรา 26 รถยนตร์ดั่งต่อไปนี้ ท่านว่าได้รับความยกเว้นค่าธรรมเนียม
และภาษี
(1) รถดับเพลิง
(2) รถใช้ในราชการทหาร
(3) รถพยาบาล หรือรถบรรทุกศพ ซึ่งมิใช่รถสำหรับให้เช่า
(4) รถของรัฐบาลหรือสุขาภิบาลเฉพาะที่ใช้ในการสร้างหรือบำรุงรักษา
ทาง
(5) รถซึ่งผู้ค้ามีไว้ขาย
มาตรา 27 ภาษีรถยนตร์ตามความในพระราชบัญญัตินี้ท่านว่าผู้ครอบครอง
เป็นผู้เสีย รถยนตร์ที่เสียภาษีแล้วในปีนั้น
ถ้าเปลี่ยนตัวผู้ครอบครอง
ท่านว่าผู้ครอบครองใหม่ไม่ต้องเสียภาษีซ้ำ
มาตรา 28 นายทะเบียนหรือเจ้าพนักงาน ซึ่งเสนาบดีตั้งให้มีอำนาจทำการ
ตามพระราชบัญญัตินี้
อาจเข้าตรวจในที่ซึ่งมีเหตุที่ควรเชื่อว่ามีรถยนตร์
ที่จะต้องเสียภาษีตามความในพระราชบัญญัตินี้
การเข้าตรวจดั่งว่านี้ ให้ทำ
ได้ระวางพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก
มาตรา 29 นายทะเบียนอาจทำคำสั่งเรียกบุคคลซึ่งมีเหตุควรเชื่อว่าจัก
ต้องเสียภาษีรถยนตร์มายังสถานที่ทำการเพื่อสอบถาม ยี่ห้อ
จำนวน ประเภท
ขนาดน้ำหนัก เลขหมายตัวรถ และเลขหมายเครื่องรถยนตร์
มาตรา 30 ถ้าจำนวนเงินภาษีซึ่งต้องเก็บตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ได้นำ
มาชำระให้แก่นายทะเบียนภายในกำหนดเวลาไซร้ ให้นายทะเบียนแจ้งความเป็น
หนังสือไปถึงผู้ที่จะต้องเสียภาษี ให้นำเงินมาชำระ ณ
ที่ทำการของนายทะเบียน
ภายในสิบห้าวัน นับตั้งแต่วันได้รับคำแจ้งความ
ถ้าไม่ได้นำเงินมาชำระภายในกำหนดสิบห้าวัน ให้นายทะเบียนทำคำสั่งมอบ
ให้แก่พนักงานไปเรียกเก็บภาษี หรือยึดรถยนตร์มาไว้
มาตรา 31 รถยนตร์ที่ยึดมาตามมาตรา 30 นั้น ให้เก็บรักษาไว้เจ็ดวัน
ถ้าไม่นำเงินภาษีและค่าใช้จ่ายในการยึดทรัพย์มาชำระภายในกำหนดนั้นไซร้
ก็
ให้ขายทอดตลาดรถยนตร์คันนั้น
ถ้าขายทอดตลาดได้เงินเกินกว่าเงินภาษีและ
ค่าใช้จ่ายก็ให้คืนเงินที่เหลือนั้นให้แก่เจ้าของไป
ห้ามไม่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สู้ราคาในการขายทอดตลาด
บทลงโทษ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).