我的書籤免費註冊

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดเวลาทำงาน วันหยุดงานของลูกจ้าง การ ใช้แรงงานหญิงและเด็ก การจ่ายค่าจ้าง และการจัด ให้มีสวัสดิการเพื่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง หมวด ๔

ข้อ ๒๗–ข้อ ๓๐共 4 條

ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ในกรณีที่เป็นการจ้างโดยไม่มีกำหนดเวลา ถ้านายจ้างให้ลูกจ้างออกจากงาน และลูกจ้างนั้นได้ทำงานติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นายจ้างต้องชี้แจงเหตุผลให้ลูกจ้างทราบและต้องจ่ายเงินชดเชยให้แก่ลูกจ้างนั้นเท่ากับค่าจ้างที่ได้รับอยู่ไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ถ้านายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งมิใช่ลูกจ้างชั่วคราวออกจากงานและลูกจ้างนั้นได้ทำงานติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า สามสิบวันแต่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นายจ้างต้องชี้แจงเหตุผลให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวัน มิฉะนั้นต้องจ่ายเงินชดเชยให้แก่ลูกจ้างนั้นเท่ากับค่าจ้างที่ได้รับอยู่ไม่น้อยกว่าสามสิบวัน ทั้งนี้ เว้นแต่นายจ้างตกลงจ่ายเงินชดเชยเป็นจำนวนมากกว่านั้นอยู่แล้ว เพื่อประโยชน์ในการนับระยะเวลาตามข้อนี้ให้รวมวันหยุดงานซึ่งลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานตามประกาศนี้ และวันหยุดงานอื่นซึ่งนายจ้างยินยอมให้ลูกจ้างหยุดเข้าด้วย

ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ นายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยให้แก่ลูกจ้างตามข้อ ๒๗ ในเมื่อสั่งให้ลูกจ้างออกจากงานในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) ลูกจ้างกระทำการโดยจงใจ เป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหาย (๒) ลูกจ้างกระทำการโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหาย (๓) ลูกจ้างฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับ หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้าง อันอาจเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหาย (๔) ลูกจ้างละเลยไม่นำพาต่อคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้างบ่อยครั้ง หรือจงใจขัดคำสั่งเช่นว่านั้น (๕) ลูกจ้างละทิ้งหน้าที่ติดต่อกันเป็นเวลาเกินเจ็ดวันโดยปราศจากเหตุผล (๖) ลูกจ้างกระทำการทุจริตต่อหน้าที่ หรือ (๗) ลูกจ้างกระทำความผิดต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่ความผิดที่เป็นลหุโทษ การใช้แรงงานหญิงและเด็ก

ส่วนที่ ๒

ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ความในส่วนนี้ให้ใช้บังคับแก่งานอุตสาหกรรมหรืองานพาณิชยกรรมที่ใช้หญิงหรือเด็กเป็นลูกจ้างตั้งแต่หนึ่งคนขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นงานพาณิชยกรรมที่อยู่ในข้อยกเว้นตามข้อ ๓ หรือไม่ก็ตาม

ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ เพื่อประโยขน์ในการตรวจตราและการควบคุมการใช้แรงงานหญิงและเด็กให้เป็นไปตามความในส่วนนี้ ให้นำความในส่วนที่ ๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม การใช้แรงงานหญิง

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).