กฎ ก
กฎ
ก.ค.ศ.
ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำส่วนราชการ
หรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
พ.ศ.
๒๕๕๐[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๔) และมาตรา ๗๐
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ก.ค.ศ.
โดยได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีออกกฎ ก.ค.ศ. ไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
ให้ปลัดกระทรวง เลขาธิการ
อธิบดีหรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า
หรือผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
มีอำนาจสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำส่วนราชการหรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
แล้วแต่กรณี เป็นการชั่วคราว โดยให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่เดิมได้ในกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็น
ดังต่อไปนี้
(๑)
เมื่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีกรณีถูกกล่าวหาหรือมีกรณีเป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง
หรือถูกฟ้องคดีอาญาหรือต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา
เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษหรือกรณีที่ถูกฟ้องนั้น
พนักงานอัยการรับเป็นทนายแก้ต่างให้
และถ้าให้ผู้นั้นคงอยู่ในตำแหน่งหน้าที่เดิมต่อไปจะเป็นอุปสรรคต่อการสืบสวนการสอบสวน
หรืออาจเกิดความเสียหายแก่ราชการ
(๒) เมื่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากระทำหรือละเว้นกระทำการใดจนต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำความผิดอาญา
และผู้มีอำนาจดังกล่าวพิจารณาแล้วเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามคำพิพากษาถึงที่สุดนั้นได้ความประจักษ์ชัดอยู่แล้วว่าการกระทำหรือละเว้นกระทำการนั้นเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
(๓)
เมื่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ
และผู้บังคับบัญชาได้ดำเนินการสืบสวนแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุผลอันสมควร
และการละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการนั้นเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง
(๔) เมื่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง
และได้รับสารภาพเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชา
หรือให้ถ้อยคำรับสารภาพต่อผู้มีหน้าที่สืบสวน
หรือคณะกรรมการสอบสวนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
และได้มีการบันทึกถ้อยคำรับสารภาพเป็นหนังสือ
(๕)
เมื่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีกรณีถูกแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นทำการสอบสวนตามมาตรา
๑๑๐ (๔)
(๖)
เมื่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีกรณีถูกแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นทำการสอบสวน
หรือมีการใช้สำนวนการสอบสวนพิจารณาดำเนินการตามมาตรา ๑๑๑
(๗) เมื่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ดำรงตำแหน่งใดมีกรณีถูกกล่าวหาหรือมีกรณีเป็นที่สงสัยว่ามีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่งนั้นซึ่งผู้บังคับบัญชาได้สืบสวนแล้วเห็นว่ากรณีมีมูล
และถ้าให้ผู้นั้นคงอยู่ในตำแหน่งเดิมต่อไปอาจเกิดความเสียหายแก่ราชการ
(๘)
กรณีอื่นที่มีเหตุผลความจำเป็นพิเศษเพื่อประโยชน์แก่ราชการโดยได้รับอนุมัติจาก
ก.ค.ศ.
ข้อ ๒
การขอให้ ก.ค.ศ.
พิจารณาอนุมัติกรณีตามข้อ ๑ (๘) ให้แสดงรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑)
คำชี้แจงเหตุผลความจำเป็นพิเศษเพื่อประโยชน์แก่ราชการและระยะเวลาที่จะสั่งให้ประจำส่วนราชการหรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
(๒)
หน้าที่และความรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการที่จะมอบหมายแก่ผู้ถูกสั่งให้ประจำส่วนราชการหรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ข้อ ๓
การสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำส่วนราชการหรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นการชั่วคราว
โดยอาศัยเหตุเดียวกันหรือหลายเหตุในคราวเดียวกันผู้มีอำนาจตามข้อ ๑
สามารถสั่งได้เป็นเวลาไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่สั่งให้ประจำ
หากมีเหตุผลความจำเป็นให้ขยายเวลาได้อีก
แต่ระยะเวลาที่ขยายรวมกับระยะเวลาเดิมแล้วต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่สั่งให้ประจำ
สำหรับการขอขยายเวลาตามข้อ ๑ (๘) ให้ขออนุมัติขยายเวลาต่อ ก.ค.ศ. ทั้งนี้
ให้ขอขยายเวลาก่อนวันครบกำหนดระยะเวลาเดิมไม่น้อยกว่าสามสิบวัน เว้นแต่กรณี
มีเหตุผลความจำเป็นพิเศษอาจขออนุมัติต่อ ก.ค.ศ. น้อยกว่าสามสิบวันก็ได้
ข้อ ๔
การสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำส่วนราชการหรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ให้สั่งได้ดังต่อไปนี้
(๑) ปลัดกระทรวง เลขาธิการ
อธิบดีหรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าให้สั่งได้สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกตำแหน่ง
ประจำส่วนราชการหรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
(๒) ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ให้สั่งได้สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตั้งแต่ตำแหน่งที่มีวิทยฐานะเชี่ยวชาญและตำแหน่งซึ่งได้รับเงินเดือนในระดับ
๘ ลงมาในเขตพื้นที่การศึกษา ประจำสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
เมื่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้ดำเนินการตาม
(๒) แล้ว ให้รายงานให้หัวหน้าส่วนราชการทราบด้วย
ข้อ ๕
เมื่อผู้มีอำนาจตามข้อ ๑
สั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดประจำส่วนราชการหรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
แล้วแต่กรณี โดยมีเหตุผลความจำเป็นในกรณีใดแล้วเมื่อหมดความจำเป็นหรือครบกำหนดเวลา
ให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวสั่งให้ผู้นั้นดำรงตำแหน่งเดิม
หรือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่ากับตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งในระดับเดียวกันที่ผู้นั้นมีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้น
ข้อ ๖
การให้พ้นจากตำแหน่ง
การให้ได้รับเงินเดือน การแต่งตั้ง การเลื่อนขั้นเงินเดือนการดำเนินการทางวินัย
และการออกจากราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ถูกสั่งให้ประจำส่วนราชการหรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามกฎ
ก.ค.ศ. นี้ ให้ถือเสมือนว่าข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ถูกสั่งนั้นดำรงตำแหน่งเดิม
ข้อ ๗
ในกรณีที่ได้สั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดประจำส่วนราชการหรือหน่วยงานทางการศึกษา
อยู่ก่อนวันที่กฎ ก.ค.ศ. นี้ใช้บังคับ ให้นำกฎ ก.ค. หรือกฎ ก.พ. ว่าด้วยการนั้น
มาใช้บังคับแก่กรณีดังกล่าวต่อไปจนครบกำหนดระยะเวลาที่สั่ง
ในกรณีที่ได้สั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดประจำส่วนราชการหรือหน่วยงานทางการศึกษาไว้แล้วตามวรรคหนึ่งเป็นระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปี
ให้ผู้มีอำนาจตามข้อ ๑ สามารถสั่งให้ประจำส่วนราชการหรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นการชั่วคราวต่อไปตามกฎ
ก.ค.ศ. นี้ได้ แต่เมื่อรวมกับระยะเวลาเดิมแล้วต้องไม่เกินหนึ่งปี
ให้ไว้
ณ วันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
วิจิตร
ศรีสอ้าน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ประธาน
ก.ค.ศ.
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.ค.ศ. ฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๗๐ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
พ.ศ. ๒๕๔๗
บัญญัติให้หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีอำนาจสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประจำส่วนราชการหรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
แล้วแต่กรณี เป็นการชั่วคราว โดยให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่เดิมได้
และการให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่เดิม การให้ได้รับเงินเดือน การแต่งตั้ง
การเลื่อนขั้นเงินเดือน
การดำเนินการทางวินัยและการออกจากราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาดังกล่าว
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ. จึงจำเป็นต้องออกกฎ ก.ค.ศ. นี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๖
มกราคม ๒๕๕๑
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๑๐๑ ก/หน้า ๓๕/๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).